อัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ กลับพุ่งขึ้นอีกครั้ง หลังแรงขายบอนด์ระยะยาวกดดันตลาด
Investment Ideas: • ภาพรวมการลงทุน: คาด SET ยังคง sideway ต่อเนื่อง ระยะสั้น Downside จํากัด จากแรงซื้อต่างชาติหนุน - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,645 จุด (แนวรับ 1,6201,610 จุด แนวต้าน 1,640-1,650 จุด) คาด SET ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ sideway ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการปรับลดลงของ SET ยังเป็นไปอย่างจํากัด จากแรงซื้อต่อเนื่องของนักลงทุน ต่างชาติ โดยในเดือน ส.ค. เดือนเดียวมีการซื้อสะสมไปแล้วกว่า 41,177.63 ล้านบาท และปี 2565 นักลงทุนต่างชาติซื้อสะสม 158,528.42 ล้านบาท ขณะที่ตลาดให้น้ําหนักที่ลดลงต่อการ รายงานเงินเฟ้อ แม้ล่าสุด ECB จะรายงานเงินเฟ้อยุโรป เดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 8.9% YoY เพิ่ม น้ําหนักความเป็นไปได้ที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.5% ในเดือน ก.ย. และโอกาสที่มากถึง 35% ว่า ECB จะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ขณะที่สัปดาห์หน้าติดตามรายงาน PMI ยูโรโซน และ สหรัฐฯ วันที่ 23 ส.ค. รายงาน GDP สหรัฐฯ วันที่ 25 ส.ค. และเงินเฟ้อ (PCE) สหรัฐฯ วันที่ 26 ส.ค.
กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 60% เรายังชอบหุ้นในกลุ่มผลิตโรงไฟฟ้า หุ้นร้านอาหาร ค้าปลีก เลือก AOT (BK:AOT) BAFS BEM BGRIM GPSC AWC ERW M CPN PTG เป็นหุ้นเด่น - กลยุทธ์การลงทุน เราให้น้ําหนักการลงทุน 60% ของพอร์ต โดยเราแนะนําลงทุนหุ้นในกลุ่ม Defensive เลือก BDMS BH ADVANC หุ้นเปิดเมืองเปิดประเทศ เราเลือก AOT BAFS BEM AWC ERW MINT SHR PTG SUSCO หุ้นในกลุ่มอุปโภคบริโภค และค้าปลีก MBK MAKRO CPALL (BK:CPALL) CPN CRC กลุ่มร้านอาหาร เราเลือก M AU ZEN และหุ้นผู้ผลิตไฟฟ้า เราเลือก EA BGRIM GPSC GULF EGCO วันนี้ติดตาม รายงานเงินเฟ้อญี่ปุ่น และอัตราการว่างงานของอังกฤษ - 19 ส.ค. : ญี่ปุ่น - ดัชนีราคา ผู้บริโภคพื้นฐานแห่งชาติ เดือน ก.ค. (คาดเพิ่มขึ้น 2.49%) / อังกฤษ - ดัชนียอดขายปลีก และดัชนี ยอดขายปลีกพื้นฐาน เดือน ก.ค. (ยอดขายปลีก ลดลง 0.26MoM และลดลง 3.3%YoY / ยอดขาย ปลีกพื้นฐาน ลดลง 0.2%MoM และลดลง 2.89%YoY) ปัจจัยทางเทคนิค - หุ้นแนะนําทางเทคนิค ได้แก่ & BCP (แนวต้าน 33.75-35.00 / แนวรับ 32.50-32.00 /Stop loss 30.50) 6 M (แนวต้าน 55.75-57.00 / แนวรับ 54.50-54.00 / Stop loss 53.50) G BIS (แนวต้าน 940-9.65 / แนวรับ 9.10-9.00 /Stop loss 8.70)
• ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - เฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย รายงานดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคแอตแลนติก ในเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ +6.2 จุด เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. และสูงกว่า ที่ Market Consensus คาดไว้ที่ระดับ -5.0 จุด ลเพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ค. ที่ระดับ -12.3 จุด ดัชนีภาค การผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก อยู่เหนือระดับ 0 เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาคการผลิตในภูมิภาค มิด-แอตแลนติกมีการขยายตัว / กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงาน ครั้งแรกลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 250,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา และต่ํากว่าที่ Market Consensus คาดการณ์ที่ระดับ 265,000 ราย / สํานักงานสถิติของสหภาพยุโรป (EU) รายงานดัชนี ราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซน ในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 0.1%MoM และเพิ่มขึ้น 8.9%YoY ซึ่งเป็น ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งยูโรโซนในปี 2542 เป็นผลมาจากราคาพลังงานที่แพงขึ้น หลังจากรัสเซีย รุกรานยูเครน SET วานนี้เริ่มมีแรงขายทํากําไร ขาดปัจจัยบวกใหม่หนุน รวมไปถึงกลับมากัวลต่อการที่เฟดยังมี ความเป็นไปได้ที่จะยังปรับดอกเบี้ยเพิ่มในอัตราเร่ง เพื่อสกัดเงินเฟ้อ - SET วานนี้ (18 ส.ค.) ปิดที่ ระดับ 1,636.07 จุด ลดลง 3.65 จุด (-0.22%) มูลค่าการซื้อขาย 76,611.03 ล้านบาท (สูงสุด 1,641.31 จุด และต่ําสุด 1,630.99 จุด) SET เริ่มกลับมามีแรงขาย หลังปรับเพิ่มขึ้นกว่า 4% ในเดือน ส.ค. ขณะที่ระยะสั้นขาดปัจจัยบวกใหม่สนับสนุนการลงทุน นอกจากนี้ตลาดยังถูกแรงกดดันจาก รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 26-27 ก.ค. ระบุว่าเฟดยังมีความตั้งในการ ดําเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด ด้วนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงที่สุดเท่าที่จําเป็น จนกว่า จะสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้ แม้ราคาน้ํามันจะปรับลดลง รวมไปถึงสัญญาณเงินเฟ้อที่ผ่านจุดสูงสุด ไปแล้ว อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นยังปรับลดลงไม่มากจากแรงซื้อที่ต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ โดยใน เดือน ส.ค. เดือนเดียวมีการซื้อสะสมไปแล้วกว่า 41,177.63 ล้านบาท และปี 2565 นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสะสม 158,528.42 ล้านบาท
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities









