เปิดแอป

ต่างชาติถือหุ้นไทย ต่ำกว่าปกติ FLOW เข้าต่อ 

ในบทความนี้:

สถานะการถือครองหุ้นของต่างชาติ สิ้นเดือน ก.ค.65 พบว่ามีส่วนที่ปิดโอนฯ 21.54% สูงขึ้นเล็กน้อยจากช่วงต้นปี แต่ก็ยังอยู่ในฐานที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่อยู่ บริเวณ 26.2% ขณะที่การถือผ่าน NVDR ลงมาอยู่ที่ 5.65% เทียบกับในอดีตที่อยู่ ช่วง 7-8% ด้วยสถานะดังกล่าว ประกอบกับปัจจัยแวดล้อมที่ เศรษฐกิจไทยอยู่ ในช่วงฟื้นตัว เงินบาทที่กลับมาแข็งค่า กำไรบริษัทจดทะเบียนที่ทำ All Time High เชื่อว่ายังจะเห็นการไหลเข้าของ Fund Flow จากต่างชาติเข้ามาต่อเนื่อง ใน อีกทางหนึ่งฝ่ายวิจัยได้ศึกษาความสัมพันธ์ของระดับกำไร กับ Performance ของ ราคาหุ้น ในช่วงก่อน Covid-19 ระบาดกับปัจจุบัน พบว่ามีหลายบริษัทที่กำไร 2Q65 กลับมาสูงกว่า 2Q62 อย่างมีนัยสำคัญ แต่ราคาหุ้นยังต่ำกว่าช่วง Covid19 ระบาดอยู่มาก ซึ่งมีความน่าสนใจ เช่น KBANK (BK:KBANK), KTB, CRC, CPN เป็นต้น

SET Index น่าจะผันผวนในทิศทางขึ้น แนวรับขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1625 จุด แนวต้น 1645 จุด พอร์ตจำลองให้ขายทำกำไร TPIPL รับกำไร 12.34% นำเงินเข้าซื้อ TIDLOR น้ำหนัก 5%หุ้น Top Pick เลือก CRC, CENTEL และ TIDLOR

FED MINUTES ส่งสัญญาณชะลงการขึ้นดอกเบี้ย ดีต่อตลาดหุ้นลุ้น FLOW ไหลเข้าไทย

วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงราว 0.5%-1.6% หลังจากรายงานการประชุม Fed Minutes ระบุว่า กรรมการเฟดมีความมุ่งมั่นที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงที่สุด เท่าที่จำเป็น จนกว่าจะสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้ พร้อมกันนี้ เฟดส่งสัญญาณว่าอาจจะ ชะลอการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยตระหนักว่าเศรษฐกิจของสหรัฐในขณะนี้มีความ เสี่ยงที่จะเผชิญภาวะขาลง หรือ GDP Growth ติดลบต่อ

ประธานเฟดส่งสัญญาณว่า ธนาคารกลางอาจพิจารณาหยุดการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ชั่วคราวหลังการประชุมเดือน ก.ย. เพื่อประเมินผลกระทบของการตึงตัวต่อเศรษฐกิจและ อัตราเงินเฟ้อ (ซึ่งปัจจุบันหลายดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐ บ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐผ่าน จุดสูงสุดไปแล้ว ทั้งอัตราเงินเฟ้อสหรัฐเดือนล่าสุด +8.5%YoY ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ +9.1%YoY, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวลงเช่นกัน) ซึ่งทำให้ตลาดไม่ได้ตอบสนองกับประเด็นดังกล่าวมากนัก สังเกตจากค่าเงินดอลลาร์กับ Bond Yield สหรัฐฯ ที่ไม่ได้ขึ้นแรงอย่างมีนัยฯ โดยหากพิจารณา FED Watch tool จะ เห็นว่ามีโอกาสถึง 65% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ย 0.5% และ มีโอกาสเพียง 35% ที่ FED จะ ขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมครั้งหน้า

สรุป FED MINUTES ส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย จากหลายตัวเลขเศรษฐกิจของ สหรัฐฯมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ทำให้ค่าเงินดอลลาร์กับ Bond Yield สหรัฐฯ ไม่ได้ดีดตัวแรง ถือเป็นโอกาสที่จะเห็นค่าเงินบาทแข็งค่าต่อ ลุ้น Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่าง ต่อเนื่อง

สัดส่วนการถือครองต่างชาติ + NVDR ยังต่ำ คาดทยอยฟื้นตามลำดับ

ในปีนี้ต่างชาติทยอยเข้ามาสะสมหุ้นไทยต่อเนื่อง และหากพิจารณาสัดส่วนการถือครองหุ้น ไทยของต่างชาติ ณ สิ้นเดือน ก.ค. 65 พบว่า สัดส่วนต่างชาติถือครองหุ้นไทยทางตรง เพิ่ม ขึ้นมาอยู่ที่ 21.54% เช่นเดียวกับการถือครองผ่าน NVDR เพิ่มขึ้นเป็น 5.65% และหาก รวมทั้ง 2 ส่วนตอนนี้ ต่างชาติถือหุ้นไทยในสัดส่วน 27.19% ยังมีช่องว่างให้เติมเต็มไปสู่ ค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 32% แสดงให้เห็นว่าต่างชาติยังถือครองหุ้นไทยในสัดส่วนที่ต่ำเมื่อเทียบ กับในอดีต

ฝ่ายวิจัยคาดว่า Fund Flow ยังมีโอกาสไหลเข้าหุ้นไทยต่อทั้งจากการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจไทยดีขึ้นตามลำดับ สวนทางกับเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วที่เริ่มชะลอ พร้อมกับกำไรบริษัทจดทะเบียนงวด 2Q65 ออกมาดีกว่าคาดมาก จะนำไปสู่การปรับ ประมาณการกำไรขึ้น และเดือนนี้ก็เห็นต่างชาติกลับซื้อหุ้นไทยร้อนแรงถึง 3.5 หมื่น ล้านบาท (mtd) จนทำให้มูลค่าซื้อสะสมตั้งแต่ต้นปีขยับขึ้นไปอยู่ที่ 1.52 แสนล้านบาท

ECONOMIC RECESSION กับ RECOVERY ของ 2 ฝั่งซีกโลก

สภาวะเศรษฐกิจ ณ ปัจจุบัน เริ่มเห็นความแตกต่างกันมากขึ้น ทั้งในฝั่งประเทศพัฒนาแล้ว ที่เริ่มชะลอลง แต่ประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศรวมถึงไทย ยังฟื้นตัวต่อเนื่อง มี รายละเอียดดังนี้

ในส่วนของประเทศที่เริ่มเห็นสัญญาณ Recession โดยที่เริ่มต้นจากสงครามรัสเซียยูเครน เมื่อ 24 ก.พ.65 ตามมาด้วยการคว่ำบาตรทางการค้าต่อรัสเซียในวงกว้าง ทำให้ อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงทั่วโลก โดยสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบดังกล่าว และเข้าสู่ภาวะ ชะลอตัว โดยพบว่า GDP ในงวด 1Q65 และ 2Q65 หด 1.6% และ 0.9% ตามลำดับ (หด ตัวติดต่อเนื่องกันถึง 2 ไตรมาส ทำให้เข้าเกณฑ์ตามนิยามของ Recession) ขณะที่ประเทศ ในกลุ่มยุโรป ซึ่งถือว่าเป็นภูมิภาคที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรทางการค้า กับรัสเซียมากที่สุดและมีความเสี่ยงต่อการที่จะเข้าสู่ภาวะหดตัวในอนาคต โดยล่าสุดอัตรา เงินเฟ้อของอังกฤษ +10%YoY ในเดือน ก.ค.65 สูงกว่าที่ตลาดคาด +9.8%YoY (สูงสุด ใน รอบ 40 ปี) เนื่องจากราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเข้ามารับช่วงต่อจากพลังงานเป็นตัว ขับเคลื่อนหลักของวิกฤตค่าครองชีพ ซึ่งหาก GDP 3Q65 ติดลบอีก 1 ไตรมาสก็จะเข้า นิยามของ Recession เช่นกัน ขณะที่ GDP ยุโรป 2Q65 +0.6%QoQ ขณะที่ตลาดคาด +0.7QoQ ซึ่งยังมีความสุ่มเสี่ยงที่ GDP 3Q65 จะติดลบ จากความเสี่ยงของการคว่ำบาตร รัสเซีย

ในอีกฝากหนึ่งของโลก อย่างไทย อยู่ในช่วง Recovery โดย GDP 2Q65 เติบโตต่อเนื่อง +2.5%YoY / +0.7%QoQ ขณะที่ช่วง 2H65 ฝ่ายวิจัยฯ คาดว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัว เด่น จากการกลับมาเปิดประเทศ และผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 บวกกับการที่ยังมี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเสริมบางส่วน อาทิ โครงการคนละครึ่งเฟสที่ 5 ขณะที่ดูจาก สำนักเศรษฐกิจหลายสำนักให้ GDP Growth ปลายปีนี้อยู่ที่ 3% ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง GDP ไตรมาส 3 และ 4 จะต้องสูงมากกว่า 3%YoY เนื่องจาก 2 ไตรมาสแรกของปีอยู่ต่ำกว่า 3%

สรุป ความกังวล Recession ของประเทศพัฒนาแล้วยังมีอยู่ บวกกับสถานการณ์เงิน เฟ้อเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย ซึ่งจะส่งผลทำให้ความจำเป็นที่จะเห็นการใช้นโยนบาย การเงินเชิงรุกผ่านการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างรวดเร็วลดต่ำลง ขณะที่ประเทศ ไทยเองอยู่ฝั่ง Recovery คาด GDP 2H65 ฟื้นตัวชัดเจน ภาวะดังกล่าวถือว่าเป็นบวก ต่อตลาดหุ้นไทย และหนุนให้ Fund Flow ไหลเข้าเพิ่มเติมได้

คัดหุ้นกำไร 2Q65 ฟื้นเด่นกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด แต่ราคายังวิ่งตามไม่ทัน

การฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยที่ชัดเจนขึ้น สวนทางกับเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วที่เริ่มชะลอ บวกกำไรกำไรที่ฟื้นเด่น หนุนให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเดินหน้าต่อ ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงทำการ ค้นหาหุ้นเด่นเป็นเป้าหมายของนักลงทุนไทยและเทศ โดยการคัด“หุ้นกำไร 2Q65 ฟื้นเด่น กว่าช่วงก่อนเกิดโควิด แต่ราคายังวิ่งตามไม่ทัน” ผ่านเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้

1. เป็นหุ้นที่ฝ่ายวิจัยทำการศึกษา

2. เป็นหุ้นที่กำไร 2Q65สูงกว่า 2Q62 แล้ว หรือมีสัดส่วน กำไร 2Q65 หารด้วยกำไร 2Q62 สูงกว่า 100%

3. แต่ราคาปัจจุบันยัง Laggard เมื่อเทียบกับช่วงเวลาสิ้นงวด 2Q62 หรือ ผลตอบแทนในช่วง1 ก.ค. 62 – 17 ส.ค. 65

นฝ่ายวิจัย ชื่นชอบ หุ้นกำไร 2Q65 ฟื้นเด่นกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด แต่ ราคายัง Laggard อย่าง RATCH, PYLON, SIRI, CKP, SCC, KBANK, KTB, TPIPL, MAKRO , NWR, CRC, SAT

สำหรับกลยุทธ์วันนี้ ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบจำกัด 1625 -1645 จุด หุ้นเด่นวันนี้ เลือก หุ้นมีแนวโน้มกำไรฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี CRC, CENTEL, TIDLOR เป็น Top pick

บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย