KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
สำหรับคนที่สนใจหุ้นประกันชีวิตรายใหญ่ครับ พร้อมเทรดพรุ่งนี้แล้ว สรุปประเด็นที่ต้องพิจารณากัน คือ
1. หุ้นประกัน โดยปกติโตไม่เยอะ แต่กองทุน สถาบันชอบมีติดพอร์ต แปลว่า ราคาอาจไม่ซิ่ง (ยกเว้นวันแรกๆ) แต่ก็อาจจะเหมาะกับคนที่ถือลงทุนได้
2. งบใช้ได้ กำไรก็โตมาตลอด Q1’22 กำไรโต 15% เริ่มเห็นเบี้ยประกันรับปีแรกกลับมาโตแล้ว มูลค่ากำไรธุรกิจใหม่โต กำไรเงินลงทุนเพิ่ม แต่เบี้ยประกันรับปีต่อไปลดลง (เป็นผลมาจากปีก่อนหน้าช่วง COVID) ค่าใช้จ่ายเพิ่มเล็กน้อย มีกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิต
3. หุ้นประกันชอบทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น นอกจากขายประกันแล้ว ยังเอาเงินไปลงทุนเพิ่มเติมถึงแม้ว่าจะเป็นสัดส่วนตราสารหนี้เยอะก็ตาม แต่แนวโน้มก็ยังได้ผลตอบแทนที่เพิ่มตาม
4. TLI เน้นขายผ่านตัวแทนประกันที่มีมากกว่า 64,000 ราย แปลว่า ถ้าเข้าไปหาผู้คนได้ ไม่มีโรคระบาด การขายก็จะทำได้มากขึ้น และก็จะมีการขายประกันมูลค่าเพิ่มแบบใหม่ๆ เพิ่มรายได้มากขึ้นได้ แต่ถ้าเกิดมีการระบาดของโรคต่างๆ อีก ผลลัพธ์ก็จะตรงกันข้ามทำให้เบี้ยประกันปีแรกลดลงได้
5. SET50 Fast Track สามารถเข้าได้ด้วย 2 เงื่อนไข คือ ราคาปิดวันแรกต้องทำให้ Market Cap >1%ของตลาด หรือ ต้องติด Top20 ให้ได้ ถ้าดู Market Cap ตลาดตอนนี้ก็ราวๆ 19 ล้านล้านบาท ถ้า TLI ยืนเหนือ 17 บาท ได้ก็จบ หรือถ้าอยากติด Top20 ด้วยก็ยืนที่ 19 บาท ก็จะแซง CPF ขึ้นไปทันที แปลว่า มีโอกาสที่ราคาจะเหนือจองได้
6. หุ้นที่มีโอกาสหลุด SET 50 คือ TIDLOR, KCE, SAWAD, JMART และหุ้นที่มีโอกาสหลุด SET 100 คือ TTA, SYNEX แปลว่า ถ้าหุ้นตัวไหนไม่อยากหลุด อาจมีพลังงานบางอย่าง ไล่ราคากลับขึ้นมาก็เป็นได้
7. หุ้นขายหมด สถาบันถือเยอะ ต่างประเทศก็ถือเยอะ Free Float ไม่มาก และไม่ได้ขาย Public ก็จะมีความแตกต่างจากหุ้นตัวใหญ่อื่นๆ ที่เข้ามาเทรดก่อนหน้าครับ
ใครสนใจ TLI ทั้งที่มีหุ้นและไม่มีหุ้น ลองทำการบ้านและวางแผนจะเทรดสั้น หรือลงทุนยาว วางแผนให้เหมาะสมกันเลยครับ ขอให้ทุกคนโชคดี และอยู่ในแผนที่เรากำหนด
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins - วิตามินหุ้น








