KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุน: คาด SET เคลื่อนไหวกในกรอบ Sideway ภาพรวมเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อเร่งตัว ยัง เป็นปัจจัยกดดัน - เราคาดว่า SET วันนี้ 1,525-1,550 จุด คาด SET เคลื่อนไหวในกรอบ Sideway โดย ปัจจัยกดดันมาจากภาพรวมเศรษฐกิจที่อ่อนแอ หลังเฟดสาขาแอตแลนตาจะรายงานตัวเลขคาดการณ์ GDPNow สะท้อนภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่หดตัว รวมไปถึงรายงานอัตราเงินเฟ้อของอังกฤษเดือน มิ.ย. สูงถึง 9.4% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือน พ.ค. ที่ 9.1% เพิ่มน้ําหนักต่อการ BoE จะเร่งปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ย 50bps ในการประชุมเดือน ส.ค. ด้านตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ยังเกิดภาวะ inverted yield Curve ต่อเนื่อง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี อยู่ที่ 3.2356% และสูงกว่าอายุ 10 ปี และ 30 ปี ที่ระดับ 3.03% และ 3.165% ตามลําดับ อย่างไรก็ตาม FedWatch Tool ของ CME Group กลับมาให้น้ําหนักเฟดมีแนวโน้ม 69% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75bps เป็น 2.25%-2.5% ติดตามการประชุม ECB (21 ก.ค.) เราคาดว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี เพื่อสกัดเงินเฟ้อ รวมไปถึงการประชุม FOMC (26-27 ก.ค.) และการประชุม กนง. (10 ส.ค.) เป็นปัจจัยกดดันตลาด
• SET วานนี้ ปรับเพิ่มในกรอบจํากัด สะท้อนความกังวลต่อการที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการคาดหมายการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่ลดลง ในช่วงปลายสัปดาห์ - SET วานนี้ปิดที่ระดับ 1,539.32 จุด เพิ่มขึ้น 5.89 จุด (+0.38%) มูลค่าการซื้อขายราว 57,500 ล้านบาท (สูงสุด 1,545.25 จุด และตําสุดที่ 1,535.52 จุด) SET ฟื้นตัวตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นในภูมิภาค รวมไปถึงการที่ตลาดหุ้นไทย ปรับลดลงกว่า 2.5% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทําให้มีความน่าสนใจในเชิงของ Valuation อย่างไรก็ตาม การซื้อขายในช่วยบ่าย SET ปรับลดช่วงบวกลง เนื่องจากกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ ECB ที่จะมี การประชุมคืนวันนี้ (21 ก.ค.) รวมไปถึงกังวลต่อการรายงานตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะดัชนี PMI ของประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจหลัก ซึ่งจะมีการรายงานวันที่ 22 ก.ค. โดย Consensus คาดว่าดัชนี PMI ของประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจหลัก เดือน ก.ค. ปรับลดลงจากเดือน มิ.ย. • กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 40% แนะนําหุ้น Defensive - กลยุทธ์การลงทุน เรายังคงให้น้ําหนักการลงทุนในหุ้น 40% ของพอร์ต เรายังคงให้น้ําหนักหุ้นในกลุ่ม Defensive Stock เราเลือก EGCO RATCH GULF BDMS BH INTUCH AOT (BK:AOT) ADVANC หุ้นได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า เราเลือก TU AH TFG SMPC CPE หุ้นในกลุ่มค้าปลีกและอุปโภคบริโภค เราเลือก CRC CPN MBK MAKRO GLOBAL HMPRO รวมไปถึงหุ้นในกลุ่ม Anti-Commodity อย่าง BGRIM GPSC PTG SUSCO EPG
สัปดาห์นี้ติดตาม การประชุม BOJ และ ECB รวมทั้งรายงานเงินเฟ้อญี่ปุ่น และยูโรโซน และรายงาน PMI ทั่ว โลก - 20 ก.ค. : ยูโรโซน - บัญชีเดินสะพัดของยุโรป (Current Account) เดือน พ.ค. / สหรัฐฯ - ยอดขาย บ้านมือสองของสหรัฐฯ (Existing Home Sales) เดือน มิ.ย. (คาด 5.4 ล้านหลัง) รายงานปริมาณสํารอง น้ํามันดิบ และรายงานปริมาณสํารองน้ํามันดิบที่เมือง Cushing / เยอรมนี - ดัชนีผู้ผลิต (PPI) เยอรมนี เดือน มิ.ย. (คาด 11% MoM) // 21 ก.ค. : ยูโรโซน - การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดจะมีการปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสถาบันการเงินที่ฝากไว้กับธนาคารกลาง 25bps เป็น -0.25% / สหรัฐฐ - ดัชนี ภาวะธุรกิจจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย เดือน ก.ค. ดัชนีการจ้างงานจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย เดือน ก.ค. / ญี่ปุ่น - รายงานดุลการค้า (คาดขาดดุล 1.5 ล้านล้านเยน) การประชุมการประชุมธนาคารกลาง ญี่ปุ่น (BOI) | 22 ก.ค. : สหรัฐฯ - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI),ภาคการผลิต เดือน ก.ค. (คาด 52 จุด ลดลงจากเดือน มิ.ย. ที่ 52.7 จุด) /ยูโรโซน - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต เดือน ก.ค. (คาด 51 จุด ลดลงจากเดือน มิ.ย. ที่ 52.1 จุด) / ญี่ปุ่น - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต เดือน ก.ค. และรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานแห่งชาติ เดือน มิ.ย. (คาดเพิ่มขึ้น 2.2% YoY) / เยอรมนี - ดัชนี ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต เดือน ก.ค. (คาด 51 จุด ลดลงจากเดือน มิ.ย. ที่ 52 จุด) รายงานตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา รายงานแบบจําลอง คาดการณ์ GDPNow ล่าสุด คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วง 2Q65 หดตัว 1.6% เป็นการหดตัวเพิ่มขึ้น จากประมาณการรอบก่อน (15 ก.ค.) ที่คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วง 2065 จะหดตัว 1.5% ตัวเลข ประมาณการณ์สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากเศรษฐกิจฯ หดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน อย่างไรก็ตามเฟดสาขาแอตแลนตาจะรายงานตัวเลขคาดการณ์ GDPNow ครั้งใหม่อีกครั้ง ในวันที่ 27 ก.ค. ก่อนที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สําหรับผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในช่วง 2Q65 วันที่ 28 ก.ค. / สํานักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของ รัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณสํารองน้ํามันดิบสหรัฐฯ ลดลง 400,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา (ค่าดลดลง 200,000 บาร์เรล) สวนทางกับที่สถาบันปิโตรเลียมอุเมริกา (API) รายงานก่อนหน้านี้ว่าปริมาณ สํารองน้ํามันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา นกจากนี้ EIA ยังรายงานปริมาณ น้ํามันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ํามันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.2 ล้าน บาร์เรล ส่วนปริมาณสํารองน้ํามันเบนซินเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาร์เรล (คาดเพิ่มขึ้น 400,000 บาร์เรล) และ ปริมาณสํารองน้ํามันกลั่น (ฮีตติ้งออยล์และน้ํามันดีเซล) ลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล (คาดเพิ่มขึ้น 800,000 บาร์เรล)
ปัจจัยทางเทคนิค - แนะนํา ได้แก่ G EGCO (แนวต้าน 191-196 / แนวรับ 187-184 /Stop loss 178) © SPALI (แนวต้าน 19.1-19.6 / แนวรับ 18.5-18.2/Stop loss 17.5) G BGRIM (แนวต้าน 38.7540.25 / แนวรับ 36.75-36.00 /Stop loss 35.00)
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








