KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุน: คาด SET ปรับลดลง ตอบรับรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มมากกว่าคาด - เรา คาดว่า SET วันนี้ 1,525-1,555 จุด (แนวรับ 1,525-1,530 แนวต้าน 1,555-1,560 จุด) SET มีโอกาส ปรับลดลง จาก Valuation ของตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ปรับฐานลดลง ในวันที่ตลาดหุ้นไทยปรับลดลง ขณะที่ปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากรายงานอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. ที่สูงกว่าคาด และยังมีแนวโน้ม เร่งตัวหากพิจารณาตัวเลขเดือน มิ.ย. เทียบ MoM ปัจจัยดังกล่าวลดน้ําหนักความเชื่อที่ว่าอัตราเงินเฟ้อ ใกล้ถึงจุดสูงสุด รวมทั้งเพิ่มน้ําหนักต่อการเฟดจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าคาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 75bps ในการประชุม FOMC ระหว่างวันที่ 26-27 ก.ค. โดย FedWatch Tool ของ CME Group (วิเคราะห์การซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของสหรัฐฯ) ระบุนักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดมี แนวโน้ม 78% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 100bps เป็น 2.5%-2.75% ในการประชุมเดือน ก.ค. และ คาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้ม 68.6% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75bps เป็น 3.25%-3.5% ในการ ประชุมเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 75bps และ 50bps ใน การประชุมเดือน ก.ค. และ ก.ย. ตามลําดับ ประเด็นดังกล่าวจะเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ SET ล่าสุด (12 ก.ค.) ปรับลดลง ก่อนเข้าวันหยุดและรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ประกอบกับยังกังวลต่อ การเร่งขึ้นดอกเบี้ย ค่าเงินบาทอ่อนค่า และสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในจีน - SET ปิดทําการที่ ระดับ 1,546.80 จุด ลดลง 10.60 จุด (-0.686) มูลค่าการซื้อขายราว 47,877 ล้านบาท (สูงสุด 1,556.90 จุด และตําสุดที่ 1,542.95 จุด) โดย SET ปรับลดลง ก่อนเข้าสู่วันหยุด (13 ก.ค.) เพื่อลดความเสียงก่อน รายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในช่วงค่ําของวันที่ 13 ก.ค. นอกจากนี้ SET ยังคงเคลื่อนไหวตามทิศทางตลาด หุ้นต่างประเทศจากความกังวลต่อการเร่งขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมไปถึงความ กังวลต่อการที่ทางการจีน จะกลับมาใช้มารตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 หลังสถานการณ์การแพร่ ระบาดกลับมาอีกครั้ง ซึ่งจะจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจขึ้น และแนวโน้มต่อค่าเงินบาทยังคงอ่อนค่า ทําให้เกิด แรงขายของนักลงทุนต่างชาติออกมาต่อเนื่อง กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 40% แนะนําหุ้น Defensive และหุ้นในกลุ่ม Anti-Commodity
- กลยุทธ์ การลงทุน เรายังคงให้น้ําหนักการลงทุนในหุ้น 40% ของพอร์ต เราเพิ่มน้ําหนักการลงทุนหุ้นในกลุ่ม Defensive โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าอย่าง RATCH EGCOCKP BGRIM GPSC GULF เรากลับมาให้ ความสนใจหุ้นในกลุ่ม Anti-Commodity อย่าง BJC OSP RBF BGRIM GPSC TOA PTG SUSCO GFPT EPG รวมไปถึงหุ้นในกลุ่มค้าปลีกและอุปโภคบริโภค เราเลือก CPN MBK MAKRO GLOBAL HMPROCOL MEGA BJC
สัปดาห์นี้ติดตามรายงาน PPI และการเปิดเผย Beige Book สหรัฐฯ - 14 ก.ค. : สหรัฐฯ - รายงานสรุปภาวะ เศรษฐกิจ (Beige Book) จํานวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (คาด 2.35 แสนราย) และดัชนี ราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน มิ.ย. (คาด 0.86MoM) / ญี่ปุ่น - ดัชนีภาคการผลิตอุตสาหกรรม เดือน พ.ค. // 15 ก.ค. : จีน - รายงาน GDP ในช่วง 2Q65 (เพิ่มขึ้น 0.6% MoM และเพิ่มขึ้น 4.4%YoY) และผลผลิต อุตสาหกรรมของจีนตั้งแต่ต้นปี เดือน มิ.ย. / ยูโรโซน – ดุลการค้า เดือน พ.ค. / สหรัฐฯ - ดัชนียอดขายปลีก พื้นฐาน (Core Retail Sales) เดือน มิ.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกน เดือน ก.ค.
รายงานตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่ง เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 9.1%YoY เป็นระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่เพิ่มขึ้น จากเดือน พ.ค. ที่ปรับเพิ่มขึ้น 8.6% YoY และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ คาดการณ์ที่ระดับ 8.8% ด้านดัชนี CPI พื้นฐาน (ไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน) ในเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 5.9%YoY (คาด 5.8%YoY) เป็นการปรับเพิ่มในอัตราที่ลดลงจากเดือน พ.ค. ที่เพิ่มขึ้น 6.0%YoY/ สํานักงาน สารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณสํารองน้ํามันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (สิ้นสุดวันที่ 8 ก.ค.) สวนทางกับที่ Market Consensus คาดว่าจะลดลง ด้านปริมาณสํารองน้ํามันเบนซินเพิ่มขึ้น 5.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่ Market Consensus คาดว่าจะลดลง 3.5 แสนบาร์เรล และปริมาณสํารองน้ํามันกลั่น (ฮีตติ้งออยล์และน้ํามันดีเซล) เพิ่มขึ้น 2.7 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ Market Consensus คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.6 ล้านบาร์เรล /สํานักงานศุลกากรจีน (GAC) รายงาน ยอดส่งออก เดือน มิ.ย. ของจีน เพิ่มขึ้น 1.66 MoM และ เพิ่มขึ้น 17.9%YoY ทําสถิติพุ่งขึ้น แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 5 เดือน เป็นสัญญาณบ่งชีว่าเศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้นตัว หลังถูกกระทบอย่างหนักจากการ ใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโควิด-19 ด้านการนําเข้า เดือน มิ.ย. ลดลง 4.19% MoM แต่ยังเพิ่มขึ้น 1%YoY เป็นผลมาจากการใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การ อุปโภคบริโภคภายในประเทศอ่อนแรงลง ทําให้เดือน มิ.ย. จีนมียอดเกินดุลการค้า อยู่ที่ 9.794 หมื่นล้าน เหรียญ เพิ่มขึ้นจากระดับ 7.876 หมื่นล้านเหรียญ และสูงกว่าที่ Market Consensus คาดไว้ที่ 7.57 หมื่น ล้านเหรียญ และทําให้ภาพรวม 6M65 จีนมียอดส่งออกเพิ่มขึ้น 13.2%YoY การนําเข้าเพิ่มขึ้น 4.8%YoY
ปัจจัยทางเทคนิค - หุ้นแนะนํา ได้แก่ APURE (แนวต้าน 5.65-5.85/ แนวรับ 5,35-5.20/Stop loss 5.00) E PROEN (แนวต้าน 5.90-6.15/ แนวรับ 5.35-5.10/Stop loss 4.90) # ORI (แนวต้าน 10.410.6/ แนวรับ 10.0-99/Stop loss 9.65)
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








