KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
สหรัฐประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือน มิ.ย.65 ที่ระดับ 9.1% สูงกว่า Consensus ที่ คาด 8.8% ทำให้ความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed เชิงรุก กลับมาสร้างแรงกดดัต่อตลาด โดยเริ่มมีกระแสความเป็นไปได้ที่จะเห็นการปรับขึ้น 0.75 – 1% ในการประชุมรอบ 27 ก.ค.65 สำหรับผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย นอกจากจะเป็นในทาง Sentiment ที่เกิดจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงแล้ว ในทางกลไกน่าจะทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่จะทำ ให้Fund Flow ไหลออก ส่วนสถานการณ์เรื่องเงินเฟ้อในบ้านเราภายใต้สมมุติฐาน ให้CPI ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.92% MoM อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับขึ้นไปที่ 8.8% ในเดือน ก.ค. และ แตะระดับ 10% ในเดือน ส.ค.65 ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะ กดดันให้ กนง. ต้องพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 3 ครั้งที่เหลือของปีนี้
คาด SET Index ปรับฐานต่อกรอบ 1530 – 1560 จุด พอร์ตจำลองให้ลดเงินสดลง 10% ให้นำเงินเข้าซื้อ GPSC โดยเงินสดสำรองอยู่ที่ระดับ 10% สำหรับหุ้น Top Pick เลือก CPF, GPSC และ OSP
เงินเฟ้อสหรัฐฯ มิ.ย. สูง 9.1% และมีโอกาสขึ้นแตะระดับ 10% ในเดือน ส.ค. ทั้งไทยและสหรัฐ
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พุ่งขึ้น 9.1%YoY ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี โดยสูงกว่าระดับ 8.6%YoY ในเดือนพ.ค. และสูงกว่าที่ตลาดคาดที่ระดับ 8.8%YoY ส่วน Core CPI ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 5.9%YoY ในเดือนมิ.ย. ซึ่ง แม้จะชะลอตัวลงจากเดือนพ.ค.ที่พุ่งขึ้น 6.0%YoY แต่ยังสูงกว่าที่ตลาดคาดที่ระดับ 5.8%YoY
CPI US ออกมา 9.1%YoY สูงกว่าตลาดคาด
และหากกำหนดให้ CPI เพิ่มขึ้นในอัตราเพียง 0.89%MoM (ค่าเฉลี่ย 6 เดือนแรกของปี) ส่งผลให้CPI เดือน ก.ค.65 อยู่ที่ 297.94 จุด และหากนำมาเทียบ CPI เดือน ก.ค.64 อยู่ ที่ 272.2 จุด ทำให้เงินเฟ้อเดือน ก.ค.65 เพิ่มขึ้นถึง 9.5%YoY ส่วนเดือน ส.ค.65 จะขึ้นไป แตะระดับ 10.1%YoY
ส่วนประเทศไทยเอง แนวโน้มเดือน กค. ยังมีแนวโน้มสูงต่อเนื่องจาก ฐานคำนวณ CPI ต่ำ มากในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดย CPI เดือน ก.ค.64 อยู่ที่ 99.8 จุด คาดทำให้เงิน เฟ้อเดือน ก.ค.65 ปรับเพิ่มขึ้นถึง 8.8% ส่วนเดือน ส.ค.64 ดัชนีลดลงไปอยู่ที่ 99.6 จุด คาดทำให้เงินเฟ้อเดือน ส.ค.65 ปรับเพิ่มขึ้นถึง 10.0% เช่นกัน
หากตัวเลข CPI สหรัฐฯ และไทย ยังมีความเสี่ยงสูงขึ้นต่อ กดดันเศรษฐกิจและกำไรบริษัท จดทะเบียนมีโอกาสชะลอลง และอาจนำไปสู่การปรับประมาณการลงได้ นอกจากนี้Fed อาจมีการเร่งขึ้นดอกเบี้ย กดดัน Dollar Index แข็งค่า และค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อ คาด เป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้ Flow ต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป เนื่องจากมีความเสี่ยง ขาดทุนจาก FX Loss ได้
สรุปคือ CPI ไทยและสหรัฐที่ยังทำจุดสูงสุดต่อเนื่อง เป็นตัวกดดันเศรษฐกิจและกำไร บริษัทจะดทะเบียนชะลอลง รวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงให้ผันวน โดยคาดวันนี้ SET Index แกว่งทรงตัวในกรอบ 1530-1560 จุด
FED เร่งขึ้นดอกเบี้ย อาจกดดัน FUND FLOW ชะลอไหลเข้า แต่มุม VALUATION SET ต่ำกว่า 1570 จุด ยังเป็นโซนสะสมหวังผลระยะยาว
หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อสรัฐ เดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้นสูงถึง 9.1%yoy (คาด 8.8%) ส่งผลให้นัก ลงทุนเริ่มกังวลว่า Fed มีโอกาสเร่งขึ้นดอกเบี้ย หากดูข้อมูลจาก CME Fedwatch Tool ล่าสุด พบว่า มีโอกาสที่ Fed จะเร่งขึ้นดอกเบี้ยในปลายเดือน ก.ค. ถึง 1% ด้วยความน่าจะ เป็น 78% จากเดิมที่คาดว่าจะขึ้นเพียง 0.75%
ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ Dollar Index มีโอกาสแข็งค่าขึ้น ล่าสุดอยู่ที่ 108 จุด กดดันราคา น้ำมันปรับตัวลงมากว่า -8% รวมค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่ามากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุน ต่างชาติมีโอกาสขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
และที่สำคัญคือ Spread ระหว่างดอกเบี้ยไทยกับสหรัฐ ล่าสุดต่างกัน -1.25% ถ้าเดือนก.ค. Fed ขึ้นดอกเบี้ย 1% จะทำให้ Spread กว้างขึ้นไปอยู่ที่ 2.25% ซึ่งฝ่ายวิจัยเคย ทำการศึกษา Spread ดอกเบี้ยไทยสหรัฐ มีความสัมพันธ์กับ Fund Flow มีค่า Correlation สูงถึง 0.72 และ Gap Spread ดอกเบี้ยไทยสหรัฐยิ่งกว้างมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสเห็น Fund Flow ไหลออกมากขึ้นเท่านั้น
กลับมาที่การขึ้นดอกเบี้ยในไทย ในความเห็นของ ธปท. ต่อค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ล่าสุดบ่งชี้ ว่ายังไม่เห็น Fund Flow ไหลออกอย่างมีนัยฯ และค่าเงินบาทที่อ่อนส่วนใหญ่เกิดจากฐาน ดอลลาร์ที่แข็งค่าเป็นหลัก ทำให้ตลาดน่าจะคาดว่า ธปท. มีอาจไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยรอบละ 0.5% แต่อาจขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปได้ 0.25% ต่อรอบ
โดยฝ่ายวิจัยประเมิน Valuation ของตลาด เพื่อรองรับการขึ้นดอกเบี้ยของกนง. ในช่วงที่ เหลือของปี ด้วยปัจจัยต่างๆ ที่ค่อนข้าง Conservative ดังนี้
1. ฝ่ายวิจัยประเมินดัชนีเป้าหมาย อ้างอิงระดับ Market Earning Yield Gap ที่ 4.4% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ที่ 4.2%
2. ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน EPS65F ที่ 88.9 บาท/หุ้น ต่ำกว่า Bloomberg Consensus ที่ประเมินสูงกว่า 95 บาท/หุ้น
3. และหาก ธปท. ขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งกดดันเป้าหมาย SET อยู่ที่ 1722 จุด, ถ้าขึ้น 2 ครั้ง อยู่ที่ 1643 จุด และถ้าขึ้น 3 ครั้งหรือทุกรอบการประชุม ดัชนีที่เหมาะสมอยู่ ที่ 1570 จุด
แม้ตลาดหุ้นอาจผันผวนในช่วงนี้ แต่หากดัชนีลงมาต่ำกว่า 1570 จุด น่าจะเป็นจังหวะ ในการสะสมเพื่อหวังกำไรระยะยาว หรือแนะนำให้ลดเงินสดเติมเข้าพอร์ต หาก SET ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1545 จุด และ 1500 จุด
ส่วนกลยุทธ์การลงทุนวันนี้ ยังคงแนะนำถือเงินสดบางส่วน และ Top pick เลือกหุ้น Anti-Commodity GPSC, OSP และหุ้นไทยประโยชน์บาทอ่อน CPF
กบน.ลดภาษีสรรพสามิตดีเซลลิตรละ 5 บาทต่ออีก 2 เดือน ขณะที่บอร์ด PTT (BK:PTT) อนุมัติส่งเงินเข้ากองทุนเดือนละ 1000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 เดือน
ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เมื่อวันที่ 11 ก.ค. มีมติให้คง ราคาน้ำดีเซลไว้ที่ลิตรละ 34.94 บาท ผ่านการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล และน้ำมันอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกันในอัตราลิตรละ 5 บาท ต่ออีกอีกเป็นระยะเวลา 2 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดมาตรการวันที่ 20 ก.ค.2565 เป็นสิ้นสุด 20 ก.ย. 2565 เพื่อเป็น การช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนในช่วงเวลานี้ และอาจจะสอดรับกับทิศทางราคา น้ำมันที่เริ่มปรับตัวลง
สำหรับการช่วยเหลือกองทุนน้ำมัน ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทของ PTT เมื่อ 11 ก.ค.65 ได้มีมติอนุมัติสนับสนุนเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นกรณีพิเศษเพื่อช่วยเหลือ ประชาชนเป็นการเร่งด่วนจากสถานการณ์วิกฤต เป็นจำนวนเงินเดือนละ 1,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 เดือน รวมทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท ซึ่งเงินบริจาคที่ PTT บริจาคดังกล่าวคิด เป็นสัดส่วนราว 2.5-3.0% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2565 ของ PTT ซึ่งอาจไม่มีนัยฯมากนักในแง่ของผลกระทบต่อประมาณการ แต่คาดจะเป็น sentiment เชิงลบในด้าน ความน่าสนใจในการลงทุนในหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากภาครัฐจะลดลงอย่างมาก เพราะ อาจจะเกิดเหตุการณ์แทรกแซงได้อยู่เสมอ เช่นเดียวกับกลุ่มโรงกลั่นที่ปัจจุบันภาครัฐยังอยู่ ระกว่างการเจรจาหาข้อสรุปว่าจะให้โรงกลั่นช่วยเหลือกองทุนในรูปแบบใด ซึ่งคาดว่า น่าจะไม่ต่างจากบริษ้ทแม่ PTT มากนักที่จะออกมาในรูปแบบของเงินบริจาค ซึ่งคาดว่าจะ ได้ข้อสรุปภายในเดือน ก.ค.นี้ ยังมองเป็นแรงกดดันต่อราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นอยู่ ประกอบ กับทิศทางทั้งราคาน้ำมันและค่าการกลั่นเริ่มเห็นอยู่ในทิศทางขาลงจากงวด 2Q65 ช่วงสั้น ความน่าสนใจในการเข้าลงทุนอาจลดลง
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities








