เปิดแอป

คาด SET สัปดาห์นี้ยังคงผันผวน

ในบทความนี้:

Investment Ideas:

SET ปิดวันศุกร์ในแดนบวก แต่ยังคงผันผวนไร้ทิศทางตลอดทั้งสัปดาห์ - SET วันศุกร์ ปิดที่ระดับ 1,572.67 จุด เพิ่มขึ้น 4.34 จุด (+0.28%) มูลค่าการซื้อขาย 49,436 ล้านบาท (สูงสุด 1,575.77 จุด และต่ําสุด 1,563.39 จุด), SET มีแนวโน้มผันผวน ก่อนปิดตลาดในแดนบวก โดย SET ขาด ปัจจัยบวกใหม่สนับสนุนการฟื้นตัว มีเพียงปัจจัยบวกเฉพาะตัวอย่างกลุ่มธนาคาร ที่ได้ประโยชน์ จากการยกเลิกเพดานการจ่ายเงินปันผลของ ธปท. หุ้นเปิดเมืองที่ได้ประโยชน์จากการเปิด ประเทศเต็มรูปแบบวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา รวมไปถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ํามันดิบปรับ ลดลง ทําให้เกิดแรงซื้อหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า และกลุ่ม Anti-commodity โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา SET ปิดที่ระดับ 1,572.67 จุด เพิ่มขึ้น 0.25%Wow ด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 59,308 ล้านบาท ลดลง 4.26%Wow โดย SET ฟื้นตัวในช่วงต้นสัปดาห์จากแรงซื้อกลับของนัก ลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ตาม SET กลับอ่อนตัวลดลง ในช่วงกลางสัปดาห์จากความกังวลต่อการ ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอัตราเร่ง เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม SET ยังมีแรง ซื้อกลับในช่วงปลายสัปดาห์ จากปัจจัยบวกภายในประเทศ ทั้งการรายงานตัวเลขการส่งออกของ ไทยที่ดีกว่าคาด และมาตรการของ ธปท. ในการยกเลิกเพดานการจ่ายเงินปันผล ทําให้มีแรงซื้อกลับหุ้นในกลุ่มธนาคาร

• ภาพรวมการลงทุน: คาด SET สัปดาห์นี้ยังคงผันผวน ติดตามรายงานการประชุม FOMC วันที่ 7 ก.ค. - เราคาดว่า SET สัปดาห์นี้ (4-8 ก.ค.) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,535-1,595 จุด (แนวรับ 1,5451,535 จุด แนวต้าน 1,580-1,595 จุด) เราคาดว่า SET จะยังคงผันผวน โดยในช่วงต้นสัปดาห์ เรา คาดว่า SET จะยังมีแรงหนุนจากหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ รวมไปถึงการฟื้น ตัวของราคาน้ํามันดิบ จะทําให้เกิดแรงซื้อกลับหุ้นในกลุ่มพลังงาน หลังปรับลดลงในช่วงปลายสัปดาห์ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ PTTEP ที่ราคาหุ้นมีความสัมพันธ์กับราคาน้ํามันดิบสูงในทิศทางเดียวกันกับ รวมไปถึงหุ้นใน Theme เปิดเมืองเปิดประเทศ สัปดาห์นี้ติดตามรายงานเงินเฟ้อของไทย (5 ก.ค.) และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการบริการ (6 ก.ค.) รายงานการประชุมเฟด (7 ก.ค.) และอัตราการว่างงานเดือน มิ.ย. (8 ก.ค.) รวมไปถึง ดัชนี PMI เดือน มิ.ย. ของจีน อังกฤษ ยูโร โซน และญี่ปุ่น (5 ก.ค.) ติดตามการทยอยออกบทวิเคราะห์ Earnings Preview ช่วง 2Q65 ของกลุ่มธนาคาร

• ตลาดสหรัฐฯ ปิดทําการเนื่องจากเป็นวันชาติสหรัฐฯกลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 40% เน้นหุ้นเปิดเมือง และส่งออกอาหาร - กลยุทธ์การลงทุน เรา ยังคงให้น้ําหนักการลงทุนในหุ้น 40% ของพอร์ต ระยะสั้นเรากลับมาให้ความสนใจหุ้นในกลุ่ม ธนาคาร หลัง ธปท. ผ่อนคลายมาตรการ และมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เราเลือก KANK BBL SCB รวมไปถึงหุ้นในกลุ่มพลังงานจากราคาน้ํามันดิบที่กลับมาฟื้นตัว เราเลือก PTTEP TOP BCP SPRC เป็นหุ้นเด่น รวมไปถึง Theme หลักที่เราแนะนําต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ หุ้นเปิดเมือง เราเลือก CPALL (BK:CPALL) MAJOR BEM HMPRO M SPA ADVANC หุ้นเปิดประเทศ เราเลือก AOT (BK:AOT) BAFS ERW MINT SHR VRANDA และหุ้นส่งออกกลุ่มอาหาร เราเลือก TU CFRESH CPF GFPT TFG ASIAN :

สัปดาห์นี้ติดตามรายงานเงินเฟ้อของไทย (5 ก.ค.) และการประชุม FOMC (7 ก.ค.) - 5 ก.ค. : ไทย - ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย เดือน มิ.ย. (คาด Core CPI เพิ่มขึ้น 237%YoY และ CPI เพิ่มขึ้น 7.5%YoY อังกฤษ - ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการ เดือน มิ.ย. (คาด 53.1 จุด) // 6 ก.ค. : อังกฤษ - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการก่อสร้าง (Construction PMI) เดือน มิ.ย. (คาด 55.0 จุด) / สหรัฐฯ - ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) เดือน มิ.ย. (คาด 54.5 จุด) ตําแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTs เดือน พ.ค. (คาด 11.05 ล้านตําแหน่ง) 7 ก.ค. : รายงานการ ประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) การเปลี่ยนแปลงใน การจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรมจาก ADP เดือน มิ.ย. (คาด 2 แสนตําแหน่ง) จํานวนคนที่ยืน ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (คาด 2.3 แสนตําแหน่ง) รายงานปริมาณสํารองน้ํามันดิบ (คาด ลดลง 5.69 แสนบาร์เรล) 8 ก.ค. : การจ้างงานนอกภาคการเกษตร เดือน มิ.ย. (คาด 2.7 แสน ตําแหน่ง) / อัตราการว่างงานเดือน มิ.ย. (คาดอยู่ที่ 3.6%)

ปัจจัยทางเทคนิค - เราคาดว่า SET วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,555-1,580 จุด / หุ้นแนะนํา ได้แก่ ๕ OISHI (แนวต้าน 49.50-51.00 / แนวรับ 47.75-46.50 / Stop loss 45.5) PRINC (แนวต้าน 6.95-7.20 / แนวรับ 6.60-6.45 /Stop loss 6.15) CPALL (แนวต้าน 64.50-66.25 7 แนวรับ 62.00-60.25/Stop loss 58.50)

บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย