KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas:
SET แกว่งตัวในกรอบ Sideway ก่อนปิดแดนลบ หลังขาดปัจจัยบวกหนุน - SET วานนี้ปิดที่ระดับ 1,557.61 จุด ลดลง 2.41 จุด (-0.15%) มูลค่าการซื้อขาย 63,892.96 ล้านบาท (สูงสุด 1,565.53 จุด และตําสุด 1,555.52 จุด) SET แกว่งตัวในกรอบ Sideway แม้ถ้อนแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่มีสัญญาณเชิงลบเพิ่มเติม ขณะที่ถ้อยแถลงทั้งหมด เป็นสิ่งที่ตลาด รับรู้ไปหมดแล้ว ขณะที่การคาดหมายต่อถ้อยแถลงของประธานเฟดต่อต่อคณะกรรมาธิการบริการ การเงินประจําสภาผู้แทนราษฎร (23 มิ.ย.) ไม่น่าจะแตกต่างกับถ้อยแถลงต่อต่อคณะกรรมาธิการบริการ การเงินประจําวฒิสภาเมื่อคืนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม SET ยังมีแรงกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจโลก ชะลอตัว จากการขึ้นของดอกเบี้ยนโยบายทั่วโลก เพื่อสกัดเงินที่เพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง จนอาจนําไปสู่ภาวะ เศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ SET ยังได้รับผลกระทบจากแรงขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน ตามทิศทางราคา น้ํามันดิบที่ปรับลดลง , ภาพรวมการลงทุนวันนี้: คาด SET แกว่งตัวในกรอบ Sideway ขาดปัจจัยบวกสนับสนุน
- เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,535-1,570 จุด (แนวรับ 1,550-1,545 จุด / แนวต้าน 1,565-1,575 จุด) เรา คาดว่า SET จะยังผันผวนในกรอบ Sideway โดยการฟื้นตัวของ SET ยังมีปัจจัยจํากัดจากความกังวลต่อการ เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะนําไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถอถอย โดยเฉพาะถ้อยแถลงของเฟดที่มองว่าการเร่งปรับ ขึ้นอัตราดอกเบี้ย ไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ ด้าน ECB เราคาดว่ามีแนวโน้มที่ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเหนือ 0% เป็นครั้งแรก ในช่วงเดือน ก.ย. ถือเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ SET ยังขาดปัจจัยบวกสนับสนุนการลงทุน รวมไปถึงราคาน้ํามันดิบที่ปรับลดลง ทําให้เกิดแรงขายหุ้น ในกลุ่มพลังงานเป็นปัจจัยกดดัน SET กลยุทธ์การลงทุน เรายังคงแนะนํา Selective หุ้นในกลุ่มที่มีปัจจัยบวก เฉพาะตัว โดยเฉพาะหุ้นส่งออกอาหาร หุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า และหุ้นใน Theme การ ท่องเที่ยว กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 40% เน้นหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ส่งออกอาหาร บาทอ่อน และโรงไฟฟ้า - กลยุทธ์ การลงทุน เราให้น้ําหนักการลงทุนในหุ้น 40% ของพอร์ต เราปรับพอร์ตหุ้นมาสู่หุ้นที่ Defensive มากขึ้น เลือก หุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า ที่ราคาหุ้นยัง Laggard เราเลือก RATCH EGCOCKP GULF GPSC และ BGRIM และหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล เราเลือก BH และ BDMS รวมไปถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น เราเลือก BLA THREL และ TIPH หุ้นใน Theme เปิดเมืองเปิดประเทศ เราเลือก AOT (BK:AOT) BAFS BEM ERW MINT SHR และ VRANDA และหุ้นส่งออกกลุ่มอาหาร เราเลือก TU CPF GFPT TFG และ ASIAN ที่ได้ประโยชน์จาก ภาวะขาดแคลนอาหารทั่วโลก และค่าเงินบาทอ่อนค่า วันนี้ติดตามรายงานเงินเฟ้อญี่ปุ่น และดัชนีความเชื่อมั่นสหรัฐฯ - 24 มิ.ย.
- ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน แห่งชาติของญี่ปุ่น เดือน พ.ค. (คาดเพิ่มขึ้น 2.1%YoY) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกน เดือน มี.ย. (คาด 50.2 จุด) ยอดขายบ้านใหม่ในสหรัฐฯ เดือน พ.ค. (คาด 5.85 แสนหลัง)
ราคาน้ํามันดิบอ่อนตัวต่อเนื่อง เรามองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า และสถานีบริการน้ํามัน - สัญญา น้ํามันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ส.ค. ปิดที่ 104.27 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 1.92 เหรียญ (-1.8%) โดยราคา น้ํามันดิบในเดือน มิ.ย. 65 ปรับลดลง 9.07% ราคาน้ํามันดิบได้รับแรงกดดันจากความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้นต่อ การที่เศรษฐกิจจะถอถอย โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ขณะทีถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคาร กลางสหรัฐ (เฟด) แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจําวุฒิสภาทั้ง 2 วันที่ผ่านมา แสดงถึงความ มุ่งมั่นของเฟด ที่จะควบคุมอัตราเงินเฟ้ออย่างไม่มีเงื่อนไข หลังเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มมากกว่าเป้าหมาย ที่ระดับ 2% อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าการดําเนินการของเฟดดังกล่าว มีความเสี่ยงที่จะทําให้อัตราว่างงาน สูงขึ้น ถือเป็นปัจจัยลบต่อความต้องการใช้น้ํามันดิบ ประเด็นดังกล่าวเป็นลบต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน แต่จะเป็น บวกต่อหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงปรับเพิ่มขึ้นก่อน หน้านี้ เราเลือก BGRIM GULF GPSC รวมไปถึงหุ้นในกลุ่มสถานีบริการน้ํามันอย่าง OR PTG SUSCO รายงานตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานจํานวนผู้ยื่นขอสวัสดิการ ว่างงานครั้งแรก ลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 229,000 ราย ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (สิ้นสุดวันที่ 18 มิ.ย.) แต่ยังสูง กว่าจํานวนที่ Market Consensus คาดไว้ที่ 227,000 ราย ส่วนค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจํานวนชาวอเมริกันที่ ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนราย สัปดาห์ เพิ่มขึ้น 4,500 ราย สู่ระดับ 223,500 ราย / ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและ ภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. ปรับลงสู่ระดับ 51.2 จุด ขยายตัวต่ําที่สุดในรอบ 5 เดือน โดย ลดลงจากเดือน พ.ค. ระดับ 53.6 จุด
ปัจจัยทางเทคนิค – หุ้นแนะนํา ได้แก่ @ BA (แนวต้าน 11.50-11.90 / แนวรับ 10.80-10.60 /Stop loss 9.85) © MAJOR (แนวต้าน 22.4-23.0/ แนวรับ 21.6-21.2/Stop loss 20.6) ® PRINC (แนวต้าน 6.35-6.85 / แนวรับ 5.90-5.70 / Stop loss 5.40)
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








