เปิดแอป

SET INDEX ผันผวนกรอบ 1545-1570 จุด

ประธาน Fed แถลงยืนยันความเหมาะสมของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% ในการประชุมรอบที่ผ่านมา และให้ความสำคัญกับการลดอัตราเงินเฟ้อซึ่ง อยู่ในระดับที่สูง แม้การปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วจะทำให้ต้องเผชิญกับภาวะ Recession ในอนาคต ขณะที่ใน UK ก็ประกาศเงินเฟ้อเดือน พ.ค.ในอัตราที่สูงถึง 9.1% ทั้ง 2 เหตุการณ์ที่ออกมาถือเป็นปัจจัยที่จะสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น ทำให้ Fund Flow เคลีอนย้ายเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ส่วนในบ้านเราสัญญาณ การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเราเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่ อัตรา เงินเฟ้อในเดือน ส.ค.65 อาจวิ่งขึ้นไปจุดสูงสุด ที่บริเวณ 10% YoY ซึ่งในช่วงเวลา ที่ กนง. ยังไม่ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เชื่อว่าจะทำให้ Fund Flow ไหลออกได้ต่อเนื่องสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น

SET Index ผันผวนกรอบ 1545 – 1570 จุด พอร์ตจำลองวานนี้Stop Profit หุ้น CENTELและBBL ขณะที่ Cut Loss หุ้น KCE ทำให้มีเงินสดเข้า 25% ให้นำ 10% ซื้อ CENTEL, 5% เพิ๋มใน CRC และถือเงินสดสำรอง 25% Top Pick เลือก CENTEL, CRC และ CPF

เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย สงคราม เพิ่มความเสี่ยง RECESSION ในอนาคต

Jerome Powell แถลงนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐรอบครึ่งปีต่อสว. โดย กล่าวว่าสภาพเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง และสามารถรับมือกับการขยับขึ้นดอกเบี้ยได้ โดย Powell ย้ำว่าการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยทีเดียว +0.75% ในการประชุม FOMC ครั้ง ล่าสุดยังเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุดแล้ว และมีความมุ่งมั่นที่จะสกัดเงินเฟ้อให้ชะลอ ตัวลงซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะ Recession ได้โดย FED ยังคงตั้งเป้า ที่จะลดอัตราเงินเฟ้อระยะยาวให้ลงมาต่ำกว่า 2% ซึ่งประเด็นดังกล่าวทำให้ตลาดหุ้น สหรัฐฯปรับตัวลง 0.15%-0.20%

ขณะที่วานนี้CPI พค.ของอังกฤษออกมาอยู่ที่ +9.1%YoY มากกว่าเดือนที่แล้วที่ +9.0%YoY และถือเป็นเลขเงินเฟ้อระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1977 ขณะที่ Core CPI +5.9%YoY โดยแบงค์ชาติอังกฤษ (BOE) เตือนว่าอาจเห็น CPI พุ่งทะยานราว +11%YoY ภายในเดือนตุลาคมของปีนี้ ซึ่งความเสี่ยงที่เป็นตัวเร่ง CPI คือ สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยัง ยืดเยื้อและหาทางยุติมาไม่ได้ โดยล่าสุดทางหัวหน้าองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนทางสหภาพยุโรปว่าให้ระวังช่วงหน้าหนาวปีนี้ เพราะรัสเซียอาจตัดการส่งออกก๊าซ ธรรมชาติทั้งหมด 100% เพราะเป็นช่วงที่ยุโรปต้องการใช้ก๊าซมากที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับ เยอรมันที่เตรียมรับมือสถานการณ์ดังกล่าว โดยกลับมาเปิดใช้โรงถ่านหินเก่าอีกครั้งซึ่งสวน ทางกับนโยบายลดโลกร้อนของประเทศตนเอง

เงินเฟ้ออังกฤษเดือน พค +9.1%YoY และมีโอกาสแตะ 11%YoY ในเดือน ต.ค. นี้

สรุป สงครามรัสเซีย-ยูเครน เป็นตัวเร่งให้ภาวะเงินเฟ้อทรงตัวระดับสูง ซึ่ง FED ส่ง สัญญาณที่จะใช้นโยบายการเงินเชิงรุกมากขึ้นเพื่อแก้ไข อย่างไรก็ตามนโยบายดังกล่าว สุ่มเสี่ยงให้เกิดภาวะ Recession ได้ในอนาคต

เงินบาทอ่อนค่า ส่งผลต่อหุ้นในหลายมิติ

การดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ โดยมีการปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ ขณะที่แบงค์ชาติไทยยังคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำ ส่งผลให้ Fund flow ต่างชาติไหลออก ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง 6.5%YTD ส่งผลกระทบต่อบริษัท จดทะเบียนไทยใน 2 มิติ คือ 1. บริษัทที่มีหนี้เงินกู้สกุลดอลลาร์ และ 2. บริษัทที่มีธุรกิจอิง กับสกุลเงินดอลลาร์ทั้งการนำเข้าและการส่งออก โดยบริษัทที่มีสัดส่วนการส่งออกสูงกว่า การนำเข้า หรือมีการตั้งราคาขายอิงกับสกุลดอลลาร์จะได้ประโยชน์กรณีเงินบาทอ่อนค่า ดังนี้

1. ประเด็นบริษัทที่มีหนี้เงินกู้สกุลดอลลาร์เชื่อมีผลกระทบไม่มาก เนื่องจากปัจจุบัน บริษัทส่วนใหญ่เน้นกู้ในประเทศเป็นหลัก อาทิ บริษัทที่มีการก่อหนี้ต่างประเทศ อย่าง PTTEP และ BANPU จะเป็นบริษัทที่มีธุรกรรมการค้าต่างประเทศในสัดส่วนสูง จึงมีการใช้ Functional Currency เป็นสกุลดอลลาร์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการแปลง ผลลัพธ์ค่าเงิน

2. ประเด็นบริษัทที่มีธุรกิจอิงกับเงินดอลลาร์ทั้งการนำเข้าและส่งออก ในทางปฏิบัติ มักมีการทำ Hedging ค่าเงิน รวมถึงมีผลของการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของลูกหนี้ การค้าและเจ้าหนี้การค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การคาดการณ์ผลบวกที่เกิดจากการอ่อนค่าของเงินบาทในงบการเงินรายไตรมาสทำได้ค่อนข้างลำบาก อย่างไรก็ ตามฝ่ายวิจัยมีการรวบรวมผลกระทบที่เกิดขึ้นกับหุ้นในกลุ่มต่างๆในประเด็นที่ เกี่ยวข้องกับการอ่อนค่าของเงินบาท ดังนี้

2.1 กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์ (+)

• กลุ่มรับเหมา-ก่อสร้าง

SCC : ธุรกิจ Chemical การ Quote ราคาไม่ว่าจะเป็นตลาดในประเทศหรือการส่งออก จะเป็น Dollar Link จึงได้ประโยชน์จากเงินบาทที่อ่อนค่า ส่วนธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ ก่อสร้างและ Packaging ค่อนข้างจาก Neutral จากการเปลี่ยนแปลงค่าเงิน ทำให้ Net Impact แล้ว เงินบาทที่อ่อนค่าลงทุก 1 บาท/USD จะส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิประมาณ 2,000 ล้านบาท/ปี เทียบกับฐานกำไร 4 หมื่นล้านบาท/ปี หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของประมาณการกำไรทั้งปี

TPIPL : มีรายได้จากการส่งออกประมาณ 35% ของรายได้รวม หลักๆคือการส่งออก EVA และปูนเม็ด โดยเงินบาทที่อ่อนค่าลงทุก 1 บาท/USD จะส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิประมาณ 2-300 ล้านบาท/ปี เทียบกับฐานกำไร 3-5 พันล้านบาท/ปี หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5-10% ของประมาณการกำไรทั้งปี

TASCO : นำเข้า Crude เป็น USD ทั้งหมด โดย Crude ที่นำเข้าจะผลิตยางมะตอยเพื่อ ส่งออกเกือบทั้งหมด โดย Crude คิดเป็นสัดส่วน 85-90% ของต้นทุนการผลิต โดยเงิน บาทที่อ่อนค่าลงทุก 1 บาท/USD จะส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิประมาณ 33 ล้านบาท/ปี คิด เป็นสัดส่วนประมาณ 2% ของประมาณการกำไรทั้งป

STPI : มีเงินฝากสกุลดอลลาร์ประมาณ 60 MUSD เนื่องจากธุรกิจหลักของ STPI เป็นการ ผลิตโครงสร้างเหล็กและประกอบ Module ทำให้เงินบาทที่อ่อนค่าทุก 1 บาท/USD จะส่ง ผลบวกต่อกำไรสุทธิประมาณ 30 ล้านบาท

BJCHI : มีสินทรัพย์ในสกุลดอลลาร์ประมาณ 50 MUSD เนื่องจากธุรกิจหลักของ BJCHI เป็นการผลิตโครงสร้างเหล็กและประกอบ Module สำหรับลูกค้าต่างประเทศในธุรกิจ Oil&Gas ซึ่งต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสกุล USD ทำให้เงินบาทที่อ่อนค่าทุก 1 บาท/USD จะส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิประมาณ 50 ล้านบาท

VNG มีรายได้จากส่งออก : ขายในประเทศ สัดส่วน 80:20 โดยการอ่อนค่าของเงินบาท ทุกๆ 1 THB/USD จะส่งผลให้กำไรสุทธิปรับเพิ่ม 48 ล้านบาท คิดเป็น 3.2% ของ ประมาณการกำไรปี 2565

• กลุ่มเกษตร-อาหาร กลุ่มนี้มีสถานะเป็นผู้ส่งออก จึงได้ประโยชน์จากทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่อง ซึ่ง อ่อนค่ากว่าสมมติฐานค่าเงินบาทปี 2565 ที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ที่ 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยทิศทางค่าเงินบาทปัจจุบัน จะส่งผลบวกต่อแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2565 ของกลุ่มเกษตรอาหารให้เพิ่มขึ้น 12.0% จากปัจจุบัน (หรือราว 3.9 พันล้านบาท) มาที่ 3.6 หมื่นล้านบาท

• กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

กลุ่มนี้มีสถานะเป็นผู้ส่งออก เนื่องจากมีกลุ่มชิ้นส่วนไทยสัดส่วนรายได้ราว 70-100% เป็น ดอลลาร์ฯ แต่มีสัดส่วนต้นทุนราว 50% เป็นสกุลเงินดอลลาร์ฯ จึงได้ประโยชน์จากทิศทาง ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่องซึ่งค่าเงินบาทปัจจุบันค่ากว่าสมมติฐานค่าเงินบาทปี 2565 ที่ ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ที่ 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยหากเพิ่มสมมติฐานค่าเงินบาทขึ้นเป็น 34.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลบวกต่อแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2565 ของกลุ่มชิ้นส่วนฯ ให้เพิ่มขึ้น 12.6% จากปัจจุบัน (หรือราว 1.9 พันล้านบาท) มาที่ 1.78 หมื่นล้านบาท

• กลุ่มพลังงาน

กลุ่มพลังงานมี 2 บริษัท ที่มี functional currency เป็น dollar จะไม่ได้รับผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาท ได้แก่ BANPU และ PTTEP ส่วนบริษัทอื่นๆในกลุ่ม พลังงาน (อาทิ PTT (BK:PTT), TOP, PTTGC, IRPC เป็นต้น) จะบันทึกเป็นขาดทุนจากอัตรา แลกเปลี่ยนหากค่าเงินบาทอ่อนค่า เพราะยังมีหนี้สินเป็นสกุลดอลลาร์ แต่ทั้งนี้ก็ยังมี ผลกระทบของ AP และ AR เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ขณะที่ในส่วนของการทำกำไรจะไม่ กระทบมากนัก เพราะทั้งขารายได้ และต้นทุน ต่างเป็น dollar link ทั้ง 2 ขา ส่วนใหญ่จึง ไม่ได้กระทบในเรื่องของประสิทธิภาพการทำกำไรมากนัก

2.2 กลุ่มหุ้นที่เสียประโยชน์ (-)

• กลุ่มโรงไฟฟ้า

บริษัทส่วนใหญ่ หากสกุลเงินบาทอ่อนค่าจะได้รับผลกระทบในแง่ของการกู้ยืมเป็นเงินสกุล ต่างประเทศ โดยกรณีบาทอ่อนค่าจะต้องแปลงค่าเงินบาทเป็นสกุลต่างประเทศในสัดส่วน ที่เพิ่มขึ้น และบันทึกเป็นขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ตัวอย่างบริษัทที่เสียประโยชน์จาก บาทอ่อนได้แก่ BGRIM, GULF, EGCO, BCPG, GUNKUL, TPIPP เป็นต้น

ค้นหาหุ้นผู้บริหารซื้อสะสมในยามตลาดหุ้นย่อตัวลง

เดือน มิ.ย. 65 ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับความผันผวน พร้อมกับต่างชาติสลับมาขายสุทธิแล้ว กว่า 2.9 หมื่นล้านบาท กดดัน SET Index ปรับฐานลดลง -6.2% (mtd) และยังเป็นเดือน ที่ปรับฐานแรงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2565

แม้ Fund Flow ยังไหลออก และหุ้นส่วนใหญ่ปรับฐานลงมาลึก แต่ฝ่ายวิจัยเล็งเห็นว่ามี ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนต่างๆ เริ่มเข้ามาทยอยสะสมหุ้นในเดือน มิ.ย. 65 (mtd) อยู่บ้าง โดยฝ่ายวิจัย ASPS ทำการศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากแบบรายงาน 59-2 (รายงานการ เปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของผู้บริหาร) ได้ข้อสรุปหุ้นที่ ผู้บริหารทยอยซื้อสะสม จำนวนหุ้น, มูลค่าซื้อสุทธิและต้นทุนเฉลี่ยในเดือน มิ.ย. 65 (mtd)

คือ ในเดือน มิ.ย. 65 (mtd) ผู้บริหารมีการ ซื้อสะสมสุทธิหุ้น GULF 374 ล้านบาท มีต้นทุนเฉลี่ย 47.11 บาท ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 47 บาท (ต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยเล็กน้อย -0.2%) ขณะที่หุ้นปรับตัวลงมาในเดือนนี้ -3.1% (mtd) สรุปคือ ยามที่ตลาดหุ้นปรับฐาน Fund Flow ต่างชาติไหลออก แต่ยังเห็นบางบริษัท ผู้บริหารเข้ามาทยอยสะสมหุ้น ทำให้เบื้องต้นเชื่อว่าการปรับฐานของหุ้นดังกล่าวมี โอกาสลดลง หรือมีโอกาสกลับมา Outperform ตลาดได้ โดยฝ่ายวิจัยฯ ชื่นชอบ แนะนำ GULF, SPALI, DTAC, ASIAN, CRC ฯลฯ สำหรับกลยุทธ์การลงทุนวันนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหว SET Index 1545 – 1570 จุด หุ้น Toppick แนะนำ CENTEL, CRC, CPF

บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities


ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย