เปิดแอป

คาด SET ฟื้นตัว แนะนำ หุ้นท่องเที่ยว หุ้นได้ประดยชน์จากเงินบาทอ

ในบทความนี้:

Investment Ideas: • SET ยังมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว หนุนตลาด ทําให้ยังสามารถปิดทรงตัว - SET วานนี้ปิดที่ 1,559.21 จุด ลดลง 0.18 จุด (-0.01%) มูลค่าการซื้อขาย 56,962.88 ล้านบาท (สูงสุด 1,563.97 จุด และต่ําสุด 1,549.98 จุด) SET เคลื่อนไหวในกรอบ Sideway จากแรงขายหุ้นในกลุ่มธนาคาร และกลุ่มพลังงานต้น น้ํา ตามทิศทางราคาน้ํามันดิบที่ปรับลดลง และความกังวลต่อภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน รวมไปถึงแรงขายหุ้นบางบริษัทจากปัจจัยลบเฉพาะตัว ที่ได้รับผลกระทบจากราคาบิทคอยน์ที่ปรับตัว ลดลง อย่างไรก็ตาม SET ยังมีแรงหนุนจากการแรงซื้อหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว จากผลของ มาตรการภาครัฐฯ ที่มีการผ่อนคลายมาตรการด้านการท่องเที่ยว ทั้งการปรับเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศ และเตรียมยกเลิก Thailand Pass ตั้งแต่ ก.ค. เป็นต้นไป ภาพรวมการลงทุนวันนี้: คาด SET ฟื้นตัว ปัจจัยลบคลี่คลายระยะสั้น - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวใน กรอบ 1,545-1,575 จุด คาด SET จะกลับมาฟื้นตัวระยะสัน หลัง SET ได้รับแรงกดดันจากการปรับทิศการ ดําเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นทั่วโลก รวมไปถึงราคาหุ้นในบาง Sector ที่ปรับลดลงจากปัจจัยลบ เฉพาะตัว ทําให้เรามองเป็นจังหวะที่ดีต่อการเข้าลงทุน จากความน่าสนใจในเชิง Valuation อย่างไรก็ตาม การลงทุนยังคงต้องระมัดระวัง จากภาพรวมเศรษฐกิจที่อ่อนแอ หุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งธุรกิจที่เกี่ยวกับการบิน ธุรกิจโรงแรม ยังมีความน่าสนใจในการลงทุน โดยภาครัฐฯ เตรียมเสนอให้มีการ สนับสนุนด้านภาษีสําหรับการจัดประชุม สัมมนา และอีเวนต์ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ประกอบกับเดือน ก.ค. 65 ภาครัฐฯ ประกาศวันหยุดพิเศษเพิ่ม ทําให้เกิดวันหยุดยาว 2 ช่วง ได้แก่ 13-17 ก.ค. และ 28-31 ก.ค. เราเลือก AOT (BK:AOT) BAFS ERW MINT CENTEL VRANDA และ SHR วันนี้ติดตามความ คืบหน้าเกี่ยวกับรายละเอียดของภาครัฐฯ ในการขอความร่วมมือกลุ่มธุรกิจการกลั่นในประเทศ ให้นําส่งกําไร ค่าการกลั่นเพื่อช่วยบรรเทาภาระกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง และดูแลราคาขายปลีกน้ํามันในประเทศ เรายังคง มุมมองเดิม เชื่อว่าราคาหุ้นสะท้อนผลกระทบจากประเด็นข่าวที่ภาครัฐฯ ขอเงินช่วงเหลือ 2.25 หมื่นล้าน บาท จาก PTT (BK:PTT) และกลุ่มโรงกลั่น ขณะที่เรายังให้น้ําหนักผลการเจรจาเงินช่วยเหลือที่ต่ํากว่าข้อมูลดังกล่าว ทําให้ราคาหุ้นที่ปรับลดลง เป็นจังหวะที่ดีต่อการลงทุน (สําหรับผู้ที่รับความเสี่ยงจากความผันผวนสูงได้) เรา เลือก SPRC ESSO และ TOP ขณะที่สัปดาห์นี้ยังต้องติดตามถ้อยแถลงด้านนโยบายของประธานธนาคาร กลางสหรัฐ (เฟด) ต่อสภา ในวันที่ 22-23 มิ.ย.65 รวมถึงผล Stress Test ธนาคารในสหรัฐฯ โดยเฟดมี กําหนดเปิดเผยรายงานวันที่ 23 มิ.ย.

กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 40% เน้นหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว และโรงไฟฟ้า

- กลยุทธ์การลงทุน เราให้น้ําหนัก การลงทุนในหุ้น 40% ของพอร์ต เราปรับพอร์ตหุ้นมาสู่หุ้นที่ Defensive มากขึ้น ได้แก่ หุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า ที่ราคาหุ้นยัง Laggard เราเลือก RATCH EGCO GULF GPSC และ BGRIM และหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล เรา เลือก BH และ BDMS และได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น เราเลือก BLA THREL และ TIPH หุ้นใน Theme เปิดเมืองเปิดประเทศ เราเลือก AOT BAFS BEM PTG และ SUSCO กลุ่มอาหาร เราเลือก TU CPF GFPT TFG และ ASIAN ตลาดคลายความกังวลระยะสั้น เชื่อผล Stress Test ธนาคารในสหรัฐฯ วันที่ 23 มิ.ย. ธนาคารส่วนใหญ่จะ ผ่านการทดสอบ - ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตรียมเปิดเผยผลการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ประจําปีของภาคธนาคารในวันที่ 23 มิ.ย. ขณะที่ Market Consensus เชื่อว่าธนาคารส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ จะผ่านการทดสอบในครั้งนี้ ซึ่งจะเปิดทางให้ธนาคารสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นและซื้อหุ้นคืน โดย การทดสอบ Stress Test ของเฟดครอบคลุมถึงการประเมินว่า ธนาคารของสหรัฐฯ มีความปลอดภัยที่จะ ดําเนินการตามแผนการใช้จ่ายเงินทุนหรือไม่ ซึ่งรวมถึงการจ่ายเงินปันผล และการใช้จ่ายอื่นนอกเหนือจาก การตั้งสํารองหนี้เสีย โดยการทดสอบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เงินภาษีของประชาชนมา ช่วยเหลือธนาคารเหมือนในช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินปี 2550-2552 โดยการทดสอบ Stress Test ในปี 2564 ที่ผ่านมา ธนาคารรายใหญ่ 23 แห่งของสหรัฐฯสามารถผ่านการทูดสอบ ซึ่งรวมถึง แบงก์ ออฟ อเมริกา (BofA) เจพีมอร์แกน เชส และซิตีกรุ๊ป เนื่องจากยังคงมีฐานเงินทุนขั้นต่ําที่ตรงตามข้อกําหนดของเฟด ซึ่งจะ สามารถรับมือกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจได้ โดยสมมติฐานที่เฟดกําหนดขึ้นเพื่อทดสอบภาวะวิกฤตในครั้ง นั้น รวมถึงกรณีที่เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่ม ผู้ถือตราสารหนี้ของบริษัทเอกชน รวมทั้งกรณีที่อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นแตะระดับ 10.8% และตลาดหุ้นปรับ ลดลงรุนแรงถึง 556 เราเชื่อว่าผล Stress Test จะทําให้ Sentiment การลงทุนกลับมาดูดีในระยะสั้น

ปัจจัยทางเทคนิค – หุ้นแนะนํา ได้แก่ G BEM (แนวต้าน 9.0-9.15 / แนวรับ 8.8-8.7/Stop loss 8.4) © GPSC (แนวต้าน 69.50-72.00 / แนวรับ 65.25-63.25/Stop loss 59.50) @ BGRIM (แนวต้าน 38.00-39.25 / แนวรับ 35.00-34.25/Stop loss 32.00)

บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย