KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas:
SET สัปดาห์ที่ผ่านมา ลดลงกว่า 0.9% สะท้อนแนวโน้มการดําเนินนโยบายการเงินที่เข้างวดมากขึ้นทั่ว โลก - SET วันศุกร์ที่ผ่านมา ปิดที่ระดับ 1,632.62 จุด ลดลง 8.72 จุด (-0.53%) มูลค่าการซื้อขาย 59,628.75 ล้านบาท (สูงสุด 1,640.86 จุด และต่ําสุด 1,631.43 จุด) SET ปรับลดลงตามตลาดหุ้นใน ภูมิภาค ก่อนการรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในช่วงค่ํา ซึ่งตลาดยังคงมีความกังวลต่อการที่เงินเฟ้อจะปรับ ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จนทําให้ธนาคารกลางหลายประเทศ พิจารณาใช้นโยบายทางการเงินที่เข้มงวดมาก ยิ่งขึ้น โดยเฉพดาะสัปดาห์หน้า จะมีการประชุม FOMC ของสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค. ทําให้เกิด แรงขายเพื่อลดความเสี่ยงต่อความผันผวน โดย SET สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับลดลง 15 จุด (0.91%Wow) มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 63,673 ล้านบาท ลดลง 13.1%WoW ปรับลดลง สัปดาห์แรก หลังฟื้นตัวต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมากว่า 4% ภาพรวมการลงทุนวันนี้: คาด SET มีโอกาสลงทดสอบแนวรับที่ 1,600 จุด หลังรายงานเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาสูง กว่าคาด - เราคาดว่า SET สัปดาห์นี้ (13 ถึง 17 พ.ค.) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,600-1,650 จุด โดยมีแนวรับ อยู่ที่ 1,615-1,600 จุด แนวต้าน 1,635-1,650 จุด แนวโน้ม SET ยังคงถูกกกดันจากการปรับทิศทางการ ดําเนินนโยบายการเงินที่เข้างวดมากขึ้น (ขึ้นดอกเบี้ย) โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา มีทั้ง ECB และ กนง. ที่ส่ง สัญญาณดังกล่าว และคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไป ขณะที่การรายงานเงิน เฟ้อสหรัฐฯ เดือน พ.ค. ที่ออกมาสูงกว่า เพิ่มน้ําหนักต่อการที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่กําหนดไว้เดิม ที่ 50bps ในการประชุมรอบเดือน มิ.ย และ ก.ค. รวมไปถึงยังคงต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19 ในจีน หลัง มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม อาจนําไปสู่การประกาศล็อกดาวน์ บางเขตในนครเซี่ยงไฮ้ อีกครั้งสัปดาห์นี้ติดตามการประชุม FOMC ระหว่างวันที่ 14-15 มิ.ย. (ทราบผลเช้าวันที่ 16 มิ.ย.) การประชุม BOE วันที่ 16 มิ.ย. (คาดขึ้น ดอกเบี้ย 25bps สู่ระดับ 1.25%) และวันที่ 17 พ.ค. ติดตามการประชุม BOJ และรายงาน CPI ยูโรโซฯ เดือน พ.ค. (คาดเพิ่มขึ้น 8.1%YoY) รวมไปถึงถ้อยแถลงของประธานเฟดในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ ติดตามรายงานดัชนีภาคการผลิตของจีน เดือน พ.ค. และรายงานดัชนียอดขายปลีกสหรัฐฯ เดือน พ.ค. วันที่ 15 พ.ค. กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 40% เน้นหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว เปิดเมือง อาหาร Laggard play หุ้น Defensive และปันผลสูง - กลยุทธ์การลงทุน เราให้น้ําหนักการลงทุนในหุ้น 40% ของพอร์ต เราปรับพอร์ตหุ้นมาสู่หุ้นที่ Defensive มากขึ้น ได้แก่ หุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า ที่ราคาหุ้นยัง Laggard เราเลือก RATCH EGCO GULF GPSC และ BGRIM และหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล เราเลือก BH และ BDMS และได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น เราเลือ BLA และ TIPH ขณะที่หุ้นใน Theme เปิดเมืองเปิดประเทศ เรายังคงชอบ AOT (BK:AOT) BEM MINT SHR PTG และ SUSCO
• รายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน พ.ค. สูงกว่าคาด เพิ่มน้ําหนักต่อกาทที่เฟดจะเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย เป็นลบต่อภาพรวมการลงทุน
- กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจาก การใช้จ่ายของผู้บริโภค ในเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น 1.0% MoM และเพิ่มขึ้น 8.6%YoY เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็น ระดับสูงสุดครั้งใหม่ในรอบ 40 ปี และสูงกว่าที่ Market Consensus ประเมินไว้ที่ระดับ 8.3% และสูงกว่า ระดับ 8.5% ที่ทําไว้ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ ธ.ค. 2524 ด้าน CPI พื้นฐาน (ไม่นับรวมหมวด อาหารและพลังงาน) ในเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น 0.6% MoM และเพิ่มขึ้น 6.0%YoY สูงกว่าที่ Market Consensus คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.59% MoM และเพิ่มขึ้น 5.9%YoY สินทรัพย์เสียงตอบรับเชิงลบทันที (ราคาน้ํามันดิบปรับลดลง Dollar Index แข็งค่าขึ้น ตลาด Cryptocurrency ปรับลดลง โดยเฉพาะ Bitcoin ปรับลดลงมาซื้อขายต่ํากว่าระดับ 29,000 เหรียญ) ที่รายงาน CPI เดือน พ.ค. ออกมาสูงกว่าคาด จากความ กังวลต่อการที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย มากกว่าที่เฟดส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้ที่จะปรับเพิ่มดอกเบี้ย นโยบายในการประชุมเดือน มิ.ย. และ ก.ค. รอบละ 50bps สะท้อนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล สหรัฐฯ อายุ 2 ปี ปรับเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 3% ขณะที่ Spread 2/10 ปี ลดลงเหลือ +10bps ทันทีหลัง รายงาน CPI มุมมองของเรายังเชื่อว่า เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มิ.ย. ที่ 50bps แต่มีโอกาส ปรับเพิ่ม 75bps ในการประชุมเดือน ก.ค. ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย ระยะสันคาด SET มีโอกาสทดสอบ แนวรับสําคัญที่เราเคยประเมินไว้ที่ก่อนหน้านี้ที่ 1,615-1,600 จุด ก่อนการประชุม FOMC วันที่ 14-15 มิ.ย. แต่หากผลการประชุมมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าคาดที่ 50bps จะทําให้ SET มีโอกาสหลุด 1,600 จุด โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,685-1,655 จุด รายงานด้านเศรษฐกิจที่น่าสนใจวันนี้ – รายงาน GDP ในช่วง 1Q65 ของอังกฤษ และรายงานผลผลิตภาคอุจ สาหกรรมของอังกฤษ เดือน เม.ย. (คาดขยายตัว 0.2% หลังหดตัว 0.2% ในเดือน มี.ค.)
ปัจจัยทางเทคนิค - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,608-1,635 จุด / หุ้นแนะนํา ได้แก่ ๒ BLA (แนวต้าน 43.25-45.50 / แนวรับ 40.25-39.00 /Stop loss 38.00) G GULF (แนวต้าน 51.5053.25 / แนวรับ 47.50-46.50 / Stop loss 44.00) G GPSC (แนวต้าน 68.0-72.0 / แนวรับ 64.5062.00 / Stop loss 58.50)
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








