KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ผลประชุม ECB มีข้อสรุปที่ชัดเจนหลายประการเริ่มจากการหยุดทำ QE ตั้งแต่ 1 ก.ค.65 เป็นต้นไป ส่วนดอกเบี้ยนโยบายคงไว้ที่ 0.5% โดยจะปรับขึ้นในการ ประชุมเดือน ก.ค.65 สำหรับประมาณการ GDP Growth ปี 2565 ปรับลดลงจาก 3.7% เหลือ 2.8% ขณะที่ Inflation ปี 2565 ปรับเพิ่มเป็น 6.8% จากเดิม 5.1% ถือเป็นภาพรวมการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกันกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ในอีก ด้านหนึ่งนักลงทุนรอตัวเลขเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะยังอยู่บริเวณ 8.3% ใกล้เคียงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา สภาวะดังกล่าวเป็นแรงกดดันให้ตลาดหุ้น สหรัฐฯ เมื่อคืนปรับลดลงแรง และน่าจะสร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาดหุ้นบ้าน เราในเช้านี้ สำหรับ Investment Theme ช่วงนี้ยังให้น้ำหนัก ไปที่ หุ้นเปิดเมือง หุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น (ธนาคาร, ประกัน) และ Soft Commodity คาด SET Index มีโอกาสปรับฐานต่อด้วยแรงกดดันของเงินเฟ้อ และ ดอกเบี้ยจา ขึ้นกรอบ 1625 – 1645 จุด พอร์ตจำลองวันนี้ไม่ปรับเปลี่ยนแต่ให้ ยกจุด Stop Profit สูงขึ้น เงินสดสำรอง 10% หุ้น Top Pick เลือก BEM, BLA และ MAJOR
ECB ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย ฉุดเม็ดเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย หนุน DOLLAR แข็งค่า BOND YIELD ดีดขึ้น
วานนี้มีการประชุม ECB ซึ่งมีรายละเอียด 4 ข้อหลักๆ ดังนี้
1. ECB จะยุติการอัดฉีด QE ในวันที่ 1 ก.ค. 65 นี้
2. ECB ยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวานนี้ โดยดอกเบี้ยเงินฝากยังคงไว้ที่ 0.5% ตามเดิม อย่างไรก็ตาม ECB วางแผนที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 bps. ในการ ประชุมเดือน ก.ค. 65 และเพิ่มขึ้นอีกครั้งในเดือนกันยายน (ตลาดคาดว่าน่าจะขึ้น อีก 0.25 bps.)
3. ECB ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในยุโรป ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก ประมาณการในเดือน มี.ค. โดยปี 2565 คาด +6.8% (เดิมที่ +5.1%) ขณะที่ในปี 2566 คาด +3.5% (เดิมที่ +2.1%) และปี 2567 คาดเงินเฟ้ออยู่ที่ +2.1% (เดิมที่ +1.9%)
4. ECB ได้ปรับการคาดการณ์ GDP Growth ของยุโรปใหม่ โดยในปี 2565 คาด +2.8% (เดิมคาด 3.7%) ขณะที่ในปี 2566 คาด +2.1% (เดิมคาด 2.8%) และใน ปี 2567 คาด +2.1% (เดิมคาด 1.6%) หลังจากที่ธนาคารโลก (World Bank) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้ปรับลด คาดการณ์ GDP Growth ของหลายประเทศลง
ECB ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ พร้อมกับปรับลดประมาณการ GDP65F
ประเด็นดังกล่าวกดดันตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับฐานแรง ทั้งตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวลงราว 1.9%-2.7% และยุโรปที่ปรับตัวลงราว1.4%-1.7% สวนทางกับ Dollar Index ที่แข็งค่า และ Bond Yield สหรัฐอายุ 10 ปีที่ยังยืนอยู่ระดับสูงราว 3% รวมถึงนักลงทุนรอติดตามอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯเดือน พ.ค. ในวันนี้ โดยตลาดคาดเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI +5.9%YoY (เดือน เม.ย. +6.2% yoy), +0.5%mom และคาดเงินเฟ้อ CPI +8.3%YoY ต่อเนื่อง จากเดือนเม.ย.ที่ CPI ปรับขึ้น 8.3% เช่นกัน รวมถึงการประชุมเฟดครั้งต่อไป วันที่ 14-15 มิ.ย. ว่า FED จะส่งสัญญาณเพิ่มเติมอย่างไร?
สรุป การส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต, การคาดการณ์ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อ และ GDP Growth ในปีนี้ที่ดูไม่สดใสในมุมมองของ ECB ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงถูกขายทำ กำไร และเห็นเม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างตราสารหนี้ และ Dollar Index คาดกดดัน SET Index วันนี้ให้แกว่งกรอบ 1625-1645 จุด
ปลดล็อคกัญชา...บวกต่อ RBF, DOD, RS และ SAPPE แต่แนะนำเก็ง กำไรช่วงสั้นอย่างระมัดระวัง
สำหรับประเด็นการปลดล็อคกัญชา ประกาศจากกระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 9 มิ.ย. 65 ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ส่งผลให้กัญชาจะไม่ใช่ยาเสพติด (ยกเว้นแต่สารสกัด จากกัญชา กัญชง ที่มีปริมาณสาร THC เกิน 0.2% ที่ยังถือเป็นยาเสพติด) โดยผ่อนปรนให้ ประชาชนสามารถปลูกเพื่อใช้เอง รวมทั้งผู้ประกอบการที่ปลูกในเชิงพาณิชย์ โดยไม่ต้อง ขออนุญาต แต่ต้องจดแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน "ปลูกกัญ" โดยหากเรียงลำดับกฏหมายความ ผ่อนปรนด้านกัญชา 7 ประเภท การปลดล็อคครั้งนี้ทำให้ไทยถือเป็นประเทศที่กัญชาเสรีที่ ผ่อนคลายสูงสุดเทียบเท่ากับแคนาดาที่เป็นรายใหญ่ด้านกัญชง-กัญชาของโลก
แม้ปัจจุบันจะมีการเก็งกำไรจากกระแสดังกล่าว แต่หากมาดูผลประกอบการในแต่ละ บริษัทชั้นนำในต่างประเทศ ซึ่งผู้นำตลาดในธุรกิจกัญชงส่วนใหญ่จะประกอบธุรกิจอยู่ใน สหรัฐฯ โดยผลประกอบการในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าบริษัทฯจะมีแนวโน้มรายได้ที่ เติบโต แต่กำไรส่วนใหญ่ยังแสดงเป็นผลขาดทุนต่อเนื่องในทุกๆปี ซึ่งจากคาดการณ์กำไรใน ปี 2565 มีเพียง Trulieve Cannabis Corp. ที่คาดจะมีกำไรบ้าง แต่ถือว่าซื้อขายบน P/E สูงมากที่ 136 เท่า ทั้งนี้หากพิจารณาราคาในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าราคาหุ้นใน กลุ่มส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นไปมาก ซึ่งคาดมาจากกระแสเก็งกำไรในธุรกิจกัญชง อย่างไรก็ตาม จากผลประกอบการที่ยังดูย่ำแย่ คาดจะส่งผลให้นักลงทุนมีการขายหุ้นทำกำไรออกมา ทำ ให้ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงและเร็วกว่า 30% ในช่วงต้นปี
ทั้งนี้ธุรกิจดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยฝ่ายวิจัยได้ทำการคัดเลือกบริษัทที่มีเริ่มเห็น พัฒนาการที่ชัดเจนขึ้นทั้งด้านการปลูก การสกัดและออกผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงบริษัทที่มี ฐานกำไรยังต่ำกว่า 500 ล้านบาท ได้แก่ RBF, DOD, RS และ SAPPE ซึ่งอาจจะทำให้ราคา หุ้นปรับตัวขึ้นตามกระแสได้ง่าย ขณะที่บางบริษัทที่ยังเผชิญเป็นผลขาดทุน อาทิ SPA, FN, BEAUTY, BC ฯลฯ ฝ่ายวิจัยฯ เชื่อว่าธุรกิจกัญชงยังไม่สามารถเข้ามาช่วยชดเชยส่วน ขาดทุนเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนในแง่ของการสร้างกำไรในธุรกิจ กัญชงอย่างมีนัยยะ ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันในกลุ่มฯ ปรับตัวขึ้นแรง รับกระแสกัญชงไป มากแล้ว แนะนำนักลงทุนเก็งกำไรด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะธุรกิจที่ยังมีผล ประกอบการขาดทุน
ภาพเงินเฟ้อ นโยบายการเงินตึงตัวที่เห็นชัดขึ้น ยังกดดันตลาดหุ้นต่อ
ภาวะเงินเฟ้อไทยเร่งตัวเช่นเดียวกับต่างประเทศ โดยเดือน พ.ค. 65 CPI เพิ่มขึ้นถึง 7.1%yoy สูงสุดในรอบ 13 ปี และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อขณะที่คณะกรรมการ ธปท. เริ่ม เสียงแตก โดยมีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 0.50% ต่อปีสร้างความ กังวลต่อทิศทางในการใช้นโยบายการเงินตึงตัว และวานนี้ทางหอการค้าไทยได้มีการรายงานตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือน เม.ย. อยู่ที่ 40.2 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และต่ำสุดในรอบ 9 เดือน
บวกกับเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น แสดงให้เห็นถึงสภาวะเศรษฐกิจที่ยังติดๆขัดๆ และอาจส่งผลให้ หนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ล่าสุดเดือน เม.ย. 65 อยู่ที่ 10.04 ล้านล้านบาท (คิดเป็น สัดส่วน 60.8% ต่อ GDP) มีโอกาสใกล้เคียงกับเพดานที่ 70% ต่อ GDP
ภายใต้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีอุปสรรคข้างหน้าอยู่ ดอกเบี้ยเริ่มกลับมาเป็นขาขึ้น อาจ กดดันให้ Fund Flow ชะลอการไหลเข้าตลาดหุ้นไทย หรือขายทำกำไรบางช่วงเวลามาก ขึ้น เช่นเดียวกับในเดือน มิ.ย. (mtd) นี้ที่ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 5 ใน 6 วันทำการ
ส่วนหุ้น วานนี้เริ่มเห็นการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินไปสู่กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดดอกเบี้ยขา ขึ้น อย่าง หุ้นธ.พ. BBL +5.5%, SCB+3.7% หุ้นประกัน BLA +3.2% รวมถึงหุ้นเปิดเมือง อย่างหุ้นท่องเที่ยว CENTEL +4.3% ในทางกลับกันกลุ่มหุ้นที่ได้รับ Sentiment เชิงลบ หากมีการขึ้นดอกเบี้ย อาทิ กลุ่มการเงิน ASK -4.3% กลุ่มอสังหาฯ AP -1.8%, LH -1.7% เป็นต้น
ส่วนกลยุทธ์ในวันนี้เลือกหุ้นได้ประโยชน์ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น BLA และหุ้นเปิดเมืองมี ปัจจัยบวกเฉพาะตัว MAJOR (เริ่มปลดล็อคให้นั่งติดกันได้), BEM (รอรายงานตัวเลข Traffic เดือน พ.ค. ในวันนี้)
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities








