KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas: • SET วานนี้ มีแรงซื้อกลับ หลังรายงานูเฟดตามคาด รวมทั้งแรงหนุนจากมาตรการเปิดประเทศ - SET วานนี้ ปิดที่ระดับ 1,633.73 จุด เพิ่มขึ้น 8.55 จุด (+0.53%) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 61,370 ล้านบาท (SET ทําจุดสูงสุดที่ระดับ 1,636.02 จุด และจุดต่ําสุดที่ระดับ 1,629.31 จุด) โดย SET มีแรงซื้อกลับ หลังการเปิดร้ายงาน Fed Minutes ในกาประชุม FOMC ระหว่างวันที่ 3-4 พ.ค. เป็นไปตามคาด และไม่ มี Negative Surprise โดยเฟดจะมีการปรับขึ้นครั้งละ 0.50% ในการประชุม เดือน มิ.ย. และ ก.ค. 65 รวมไปถึงปัจจัยบวกในประเทศจากมาตรการเปิดประเทศ ทําให้เกิดแรงซื้อหุ้นในกลุ่มการเงิน และกลุ่มที่ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว , ภาพรวมการลงทุนวันนี้ คาด SET ปรับตัวขึ้นต่อ มีปัจจัยบวกหนุนระยะสั้น - เราคาดว่า SET วันนี้ จะ เคลื่อนไหวในกรอบ 1,625-1,645 จุด เราคาดว่า SET ยังคงปรับเพิ่มต่อเนื่อง ตอบรับเชิงบวกต่อการเปิดเผย รายงานการประชุมเฟด เดือน พ.ค. เป็นไปตามคาด ลดความกังวลต่อการที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยใน อัตราเร่ง เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยด้านเงินเฟ้อ รวมไปถึงการฟื้นตัวของราคาน้ํามันดิบตอบรับแผนกระตุ้น เศรษฐกิจของจีนและอังกฤษ ทางการจีนเตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์กลางสัปดาห์หน้า และจาก การเริ่มเข้าสู่ Driving season ในสหรัฐฯ ที่จะเริ่มในวัน Memorial Day ในช่วงปลายเดือน พ.ค. และสิ้นสุด ในวันแรงงานสหรัฐฯ ประมาณเดือน ก.ย. เป็น Sentiment เชิงบวก ประเด็นที่เกี่ยวกับราคาน้ํามันดิบยังซื้อ ตาม การประชุมแผนมาตรการคว่ําบาตรน้ํามันจากรัสเซีย โดย EU จะจัดการประชุมสุดยอด วันที่ 30-31 พ.ค. และการประชุม OPEC+วันที่ 2 มิ.ย. ขณะที่ประเด็นต่างประเทศที่น่าติดตามอยู่ที่การรายงาน PCE Price Index) เดือน เม.ย. คืนนี้ อย่างไรก็ตามเรายังคงน้ําหนักพอร์ตการลงทุนเท่าเดิม โดยยังคงมุมมองต่อ SET ก่อนการประชุม FOMC ระหว่าง 14-15 มิ.ย. ยังคงผันผวน ในลักษณะ Sideway up โดยประเมินกรอบ แนวต้านอยู่ที่ 1,635-1,650 จุด กลยุทธ์การลงทุน คงหุ้นนพอร์ต 40-50% แนะนําลงทุนหุ้น Laggard Play เก็งกําไรหุ้นในกลุ่มพลังงาน เลือก PTG BEM PTTEP SPRC TOP SHR KSL และ KBS เป็นหุ้นเด่น - กลยุทธ์การลงทุน เรายังคงน้ําหนักการ ลงทุนในหุ้น 45% ของพอร์ต โดยยังคงมุมมองต่อ SET ที่ยังมีความเสี่ยงต่อความผันผวน ในระยะ 1 เดือน ข้างหน้า เราแนะนํา “เก็งกําไร” หุ้นในกลุ่มพลังงาน เลือก PTTEP SPRC และ TOP เป็นหุ้นเด่น จากการเริ่ม เข้าสู่ Driving Season ในสหรัฐฯ ที่จะเริ่มในวัน Memorial Day ในช่วงปลายเดือน พ.ค. และสิ้นสุดในวัน แรงงานสหรัฐฯ ประมาณเดือน ก.ย. เป็น Sentiment เชิงบวก รวมไปถึงหุ้นในกลุ่มเดิมที่เราแนะนํา โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มที่ Laggard เลือก ADVANC BH BDMS PTG SUSCO BEM GPSC BGRIM WHA AMATA และ CPALL (BK:CPALL) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการ ท่องเที่ยว (เพิ่ม 1.5 ล้านสิทธิ ในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน) เราเลือก AOT (BK:AOT) BAFS MINT CENTEL SHR VRANDA BH BDMS AMATA และ WHA และหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เราเลือก KSL KBS และ BRR หลัง มีความเป็นไปได้ที่อินเดีย เตรียมประกาศจํากัดการส่งออกน้ําตาล สัปดาห์นี้ติดตามรายงานเศรษฐกิจที่สําคัญสัปดาห์นี้ - รายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) เดือน เม.ย. วันที่ 27 พ.ค. (คาดเพิ่มขึ้น 4.9%YoY)
ราคาน้ํามันดิบยังปรับเพิ่ม อยู่ในระดับสูง ตอบรับความกังวลต่อภาวะอุปทานตั้งตัว แนะเก็งกําไร เลือก PTTEP SPRC และ TOP เป็นหุ้นเด่น
- ราคาน้ํามันดิบปรับเพิ่มต่อเนื่องจากความกังวลเกี่ยวภาวะอุปทานถึง ตัว จาก 4 ปัจจัยได้แก่
(1) Seasonal Demand ในสหรัฐฯ ที่เข้าสู่ช่วง Driving season ที่จะเริ่มในวัน Memorial Day ในช่วงปลายเดือน พ.ค. และสิ้นสุดในวันแรงงานสหรัฐฯ ประมาณเดือน ก.ย.
(2) การผ่อน คลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยทางการจีนเตรียมแผนยุติมาตรการล็อกดาวน์ เซึ่งยงไฮ้ วันที่ 1 มิ.ย.
(3) ทางการจีนเริ่มใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 5 ปี ลง 0.15% สู่ระดับ 4.45% จากระดับ 4.6% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และ
(4) สหภาพยุโรป (EU) เตรียม บังคับใช้มาตรการคว่ําบาตรน้ํามันจากรัสเซีย โดย EU จะจัดการประชุมสุดยอด วันที่ 30-31 พ.ค. เพื่อ พิจารณาข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่สํานักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) รายงาน ปริมาณสํารองน้ํามันดิบสหรัฐฯ ลดลง 1 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (คาดลดลง 737,000 บาร์เรล),ส่วน ปริมาณสํารองน้ํามันเบนซินลดลง 482,000 บาร์เรล (คาดลดลง 634,000 บาร์เรล) และปริมาณสํารองน้ํามัน กลัน (ฮีตติงออยล์และน้ํามันดีเซล) เพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (คาดเพิ่มขึ้น 917,000 บาร์เรล) ติดตามการประชุม OPEC+ วันที่ 2 มิ.ย. เราเชื่อว่า OPEC+ จะยังคงแผนเพิ่มกําลังผลิต 432,000 บาร์เรลต่อวัน สําหรับแผนการผลิต เดือน ก.ค. ไม่เปลี่ยนแปลงจาก เดือน มิ.ย. เราให้น้ําหนักการลงทุนใน ลักษณะ “เก็งกําไร” หุ้นในกลุ่มพลังงาน เลือก PTTEP SPRC และ TOP เป็นหุ้นเด่น รายงานตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของ GDP ในช่วง 1Q65 หดตัว 1.5% หดตัวมากกว่าที่ Market Consensus คาดหดตัว 1.3% และมากกว่า ประมาณการครั้งที่ 1 ที่รายงานหดตัว 1.4% / กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการ ว่างงานครั้งแรกลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 210,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่ํากว่าที่ Market Consensus คาดไว้ที่ระดับ 215,000 ราย / สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) รายงานดัชนีการ ทําสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ในเดือน เม.ย. ลดลง 3.9%MoM สู่ระดับ 99.3 จุด ต่ําสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2563 และลดลงเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน
ปัจจัยทางเทคนิค - หุ้นแนะนํา GO PTG (แนวต้าน 15.5-16.17 แนวรับ 14.8-14.5/Stop loss 13.9)
© SAWAD (แนวต้าน 55.5-57.5 / แนวรับ 52.50-51.00 /Stop loss 47.25) G ORI (แนวต้าน 11.0-11.5 / แนวรับ 10.5-10.2/Stop loss 9.70)
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








