KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
แรงกดดันประการสำคัญสำหรับตลาดหุ้นในช่วงเวลานี้ยังคงเป็นเรื่อง เงินเฟ้อ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นระดับสูงเฉพาะอย่างยิ่งในเดือน พ.ค.65 ซึ่งน่าจะนำไปสู่ การใช้นโยบายการเงินตึงตัว โดยในสหรัฐฯ จะเห็นทั้งการปรับขึ้นดอกเบี้ยใน อัตรา 0.5% และการลดขนาดงบดุล 4.75 หมื่นล้าน USD/เดือน ในเดือน มิ.ย. ซึ่งน่าจะสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น ส่วนในบ้านเรา ธปท. ให้ความเห็นว่า ยัง จะใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย ซึ่งเราเห็นว่าน่าจะทำได้อีกระยะหนึ่งโดยอาจ เห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยช่วงปลาย 3Q65 หรือต้น 4Q65 อย่างไรก็ตามในมุม ของ Fund Flow เห็นสัญญาณบวกเล็กๆ ในระยะสั้น โดยนักลงทุนต่างชาติ กลับมาเปิด Long Future 4 วันที่ผ่านมารวม 6.5 หมื่นสัญญา
SET Index ผันผวนต่อแต่ Downside จำกัด กรอบ 1590 – 1620 จุด พอร์ต จำลองวานนี้Stop Profit KCE และ SAWAD ให้เข้าซื้อ MINT น้ำหนัก 10% เพิ่มเงินสดเป็น 30% Top Pick เลือก AOT (BK:AOT), MINT และ VNG
มิ.ย.65 FED จะขึ้นดอกเบี้ยเชิงรุก + ลดขนาดงบดุล ไปพร้อมๆ กัน
ตลาดหุ้นยังถูกกดดันต่อเนื่อง โดยวานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลง 0.3%-0.7% และ ยุโรปปรับตัวลง 0.9%-1.8% จากความกังวลที่เฟดจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกใน อัตรา 0.5% ต่อครั้ง แม้จะสร้างผลกระทบให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยในระยะ ต่อไปก็ตาม ล่าสุด ประธาน FED สาขา Kansas กล่าวว่า "ไม่ว่าตลาดหุ้นจะร่วงแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่ FED จะยอมใจอ่อนและชะลอการขึ้นดอกเบี้ยแน่นอน" ซึ่งเดือนหน้าปัจจัย ลบที่รออยู่ คือ การปรับลดขนาดงบดุล ลงในอัตรา 4.75 หมื่นล้าน USD ต่อเดือน ในช่วง มิ.ย.-ส.ค.2565 หลังจากนั้นจะลดลงในอัตรา 9.5 หมื่นล้าน USD ต่อเดือน และมีโอกาส สูงที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ย 0.5% ในการประชุมครั้งต่อๆไป ซึ่งสภาวะดังกล่าวถือเป็นแรง กดดันต่อสินทรัพย์ทางการเงิน เฉพาะอย่างยิ่งสินทรัพย์เสี่ยง อย่างตลาดหุ้น และ Digital Asset
กลับมาที่ประเทศไทย แม้ท่าทีของ ธปท.ยังไม่ได้ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเหมือนประเทศ อื่นๆ ที่ขึ้นดอกเบี้ยราว 2-3 ครั้งไปแล้ว อย่างไรก็ตามเงินเฟ้อเดือน พ.ค.65 ที่มีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นจากเดือน เม.ย. ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.65%YoY บวกกับเงินบาทที่ยังคงอยู่ในระดับ อ่อนค่า สร้างความกังวลว่าทาง ธปท. มีโอกาสใช้นโยบายการเงินตึงตัวมากขึ้นในช่วง ท้ายไตรมาสที่ 3/2565 หรือช่วงต้นไตรมาส 4/2565
สรุปคือ การดำเนินการนโยบายทางการเงินตึงตัวของ FED ในเดือนหน้า เป็นความ เสี่ยงกดดันตลาดหุ้นโลกรวมถึงตลาดหุ้นไทยผันผวนต่อในระยะต่อไป การจัดพอร์ต การลงทุนควรมีเงินสดสำรองไว้บางส่วน
จีนควบคุมโควิดได้ดี คาดหวังการเปิดเมืองในระยะถัดไป หนุนราคาน้ำมัน และหุ้น ท่องเที่ยว
เริ่มเห็นสัญญาณควบคุมโควิดในประเทศจีนดีขึ้น หลังไม่พบผู้ติดเชื้อในเซียงไฮ้มา 3 วัน ติดต่อกัน เกิดความคาดหวังจะเห็นการกลับมาเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในต้นเดือน มิ.ย. 65 ประเด็นนี้ถือเป็นแรงหนุนให้ราคาน้ำมันดิบโลก วานนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.7% หนุนผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี +44%ytd เนื่องจากจีนถือเป็นผู้บริโภคน้ำมันใหญ่ที่สุดของโลก
ถือเป็น Sentiment ที่ดีต่อหุ้น PTTEP +31%ytd และหุ้นพลังงานราคา Laggard อื่นๆ อย่าง TOP +15.6%ytd, OR -1.8%ytd, PTT (BK:PTT) -4.6%ytd, PTTGC -21%ytd
นอกจากนี้ยังเป็นแรงหนุนต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวในระยะถัดไป เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนมี สัดส่วนสูงถึง 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด แนะนำ CPN CENTEL ERW และ MINT ซึ่งมีสัดส่วนธุรกิจอาหารในจีนคิดเป็น 20% ของธุรกิจอาหารทั้งหมด ทำให้ คาดหวังการกลับมาของรายได้ในธุรกิจที่มีสัดส่วนลูกค้าเป็นคนจีน รวมถึงการเข้าสู่ ช่วง High Season ของธุรกิจในช่วงไตรมาสที่ 2
คาด ศบค. ลดระดับเตือนภัยโควิด19 สู่ระดับ 2 แนะนำ AOT, MINT VNG
วันนี้ติดตามการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ คาดหวังการผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพิ่มเติม โดยปรับระดับการเตือนภัย Covid จากระดับ 3 เป็นระดับ 2 รวมถึงคาดหวัง การประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่นเร็วขึ้น
ประเด็นดังกล่าว ถือเป็นกระแสบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว MINT CENTEL ERW หุ้น สถานที่ท่องเที่ยว CPN CRC MAJOR หุ้นขนส่ง AOT BEM AAV
ส่วนวันนี้คาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวของ SET 1590 – 1620 จุด โดยมีสัญญาณ บวกเล็กๆ จากการที่นักลงทุนต่างชาติ กลับมาเปิด Long Future และ ซื้อสุทธิใตลา หุ้น ช่วยจำกัด Donside กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวจากการเปิด ประเทศและบาทอ่อนค่า รวมถึงผลประกอบการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2Q65 อย่าง MINT, AOT และ VNG เป็น Toppick ในวันนน
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities








