KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
แม้ไม่มีเรื่องใหม่ แต่แรงกดดันจากเรื่องเดิมยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเงินบาทที่ อ่อนค่าทะลุ 34 บาท/USD และมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อ คาดจะเป็นเหตุทำให้ Fund Flow ชะลอการไหลเข้าหรืออาจมีแรงขายทำกำไรออกมา ซึ่งเงินบาทที่ อ่อนค่าต่อเนื่องหากมองผลในระยะต่อไปอาจเป็นแรงกดดันให้ต้องพิจารณา ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือราคาน้ำมันที่ปรับตัว ลดลง ซึ่งถือว่าเป็นไปตามที่ฝ่ายวิจัยได้นำเสนอไว้ว่าราคาน้ำมันได้ผ่าน จุดสูงสุดไปแล้ว นับเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันต่อหุ้นในกลุ่ม Commodity ส่วน Theme การลงทุนมีตัวเลือกอยู่ 3 ทาง ได้แก่ หุ้นเปิดเมือง หุ้นที่ได้ประโยชน์ จาก Bond Yield ที่ปรับขึ้น และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า
คาด SET Index ผันวผนทิศทางลง กรอบการเคลื่อนไหว 1670 – 1685 จุด พอร์ตจำลองวันนี้ขายทำกำไรหุ้น M น้ำหนัก 10% ให้นำเงินเข้าซื้อ VNG 5% และถือเงินสดเพิ่มจาก 5% เป็น 10% Top Pick เลือก BH, GPSC และ VNG
โควิดในจีนขยายวงเข้ากรุงปักกิ่ง กดดันราคาน้ำมันและตลาดหุ้น
สถานการณ์COVID-19 ในจีนมีการกระจายไปหลายเมืองมากขึ้น โดยล่าสุดปักกิ่ง ปิด พื้นที่บางแห่ง และเร่งตรวจประชากรกว่า 3.5 ล้าน หลังจากพบผู้ติดเชื้อในเขตเฉาหยาง กรุงปักกิ่งกว่า 50 คน จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ในเมืองเข้าไปกักตุนอาหาร หลังกังวล ว่าจะ Lockdown แบบเซี่ยงไฮ้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลงแรงกว่า 4% จนล่าสุดอยู่ที่ 102 เหรียญฯต่อบาร์เรล ดังตารางด้านล่าง
ขณะที่คาดกระทบในมุมการท่องเที่ยวของบ้านเราอยู่พอสมควร เนื่องจากจีนเป็นผู้ที่มา เที่ยวในไทยมากสุด สัดส่วนราว 27-30% โดยจำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้ ธปท. คาดอยู่ที่ 5 ล้านคน และปีหน้าอยู่ที่ 19 ล้านคน ซึ่งน้อยกว่าระดับปกติราว 40 ล้านคนต่อปี
ดังนั้นโควิดในจีนที่ยังเร่งตัวในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลก และทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง กระทบต่อตลาดหุ้นไทยโดยตรงในมุมของสัดส่วน หุ้นพลังงานที่กินไปกว่า 1 ใน 3 ของสัดส่วนทั้งหมด และในมุมจำนวนนักท่องเที่ยว ในกลับมายังไม่เท่าภาวะปกติกระทบต่อหุ้นกลุ่มเปิดเมือง จึงทำให้ SET Index แกว่งผันผวนในกรอบ 1670-1695 จุด
Soft Commodities ทรงตัวสูง ชอบ CPF, GFPT และ TFG
อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มกรณีที่มีข่าวว่าประเทศอินโดนีเซีย (ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มดิบราย ใหญ่สุดของโลกกว่า 57% ของผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบโลก) จะยกเลิกส่งออกน้ำมันปาล์ม ชั่วคราวในสัปดาห์ก่อน แต่ล่าสุด (25 เม.ย. 65) อินโดนีเซียได้ชี้แจงว่าจะยกเลิกส่งออก น้ำมันปาล์มบริสุทธ์บางชนิดเท่านั้น เช่น น้ำมันปาล์มโอเลอิน (น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ชนิด หนึ่ง) เป็นต้น โดยยังส่งออกน้ำมันปาล์มดิบเช่นเดิม ทำให้ฝ่ายวิจัยประเมินว่าแนวโน้ม ราคาน้ำมันปาล์มดิบจะปรับลดลงได้บ้าง หลังจากที่ปรับเพิ่มขึ้น 2.3% wow และ 31.1% นับตั้งแต่ต้นปี 2565 จนล่าสุดอยู่ที่ 6.8 พันริงกิต/ตัน ซึ่งจะกดดันหุ้นกลุ่มน้ำมัน ปาล์มดิบในไทยได้ หลังจากที่มีการเก็งกำไรขึ้นมามากวานนี้ ได้แก่ ผู้ประกอบการน้ำมัน ปาล์มดิบ UVAN UPOIC และ VPO และผู้ประกอบการน้ำมันปาล์มครบวงจร CPI และ LST
ราคาเมล็ดถั่วเหลือง (Soybean) และกากถั่วเหลือง (Soybean Meal) ในตลาดโลก (CBOT) ยืนในระดับสูงที่ 17 เหรียญสหรัฐฯ / บุชเชล (ราว 625 เหรียญสหรัฐฯ / ตัน) และ 499 เหรียญสหรัฐฯ / ตัน เพิ่ม 28% และ 10% YTD ตามลำดับ อานิสงค์จาก แนวโน้มผลผลิตถั่วเหลืองในบราซิลและอาร์เจนฯ งวด 2564/65 ลดลง ภาพดังกล่าว รวมถึงค่าเงินบาทอ่อนค่าผลักดันราคากากถั่วเหลืองในประเทศ (ยอดขาย TVO ราว 65% มาจากการขายกากถั่วเหลือง) เฉลี่ย 1Q65 อยู่ที่ 21.4 บาท / กก. (+9% QoQ, +13% YoY) ด้านน้ำมันถั่วเหลือง (ยอดขาย TVO ราว 35% มาจากการขายน้ำมันถั่ว เหลือง) ในฐานะสินค้าทดแทน มีปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันปาล์มในประเทศ (+15% QoQ, +30% YoY) โดยรวมประเมินหนุนกำไร TVO บวก QoQ แต่ยังลดลง YoY เนื่องจากส่วนต่างระหว่างสินค้าขาย (กากถั่วเหลือง + น้ำมันถั่วเหลือง) กับต้นทุนเมล็ด ถั่วเหลือง แคบลง ทั้งนี้ ราคาหุ้น TVO(SWITCH : FV@B35) วานนี้บวก 2.4% จากวันก่อนหน้า Outperform SET index ดังนั้นราคาหุ้นอาจเผชิญแรงกดดันเช่นเดียวกับหุ้น กลุ่มน้ำมันปาล์ม ตามปัจจัยข้างต้นได้
ราคายางแท่งล่าสุดอยู่ที่ 1.61 พันดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน ปรับลดลงถึง 3.5% จากวันก่อน หน้า และปรับลดลงถึง 7.2% wow จากความกังวลเกี่ยวกับการ lock down ในจีน กดดันแนวโน้มเศรษฐกิจจีนและโลกชะลอตัวลง และจะกดดันแนวโน้มความต้องการใช้ ยางพาราลดลง ซึ่งยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าจีนจะมีมาตรการควบคุมโควิดอย่างไร บ้าง ถือเป็นประเด็นลบต่อผู้ประกอบการยางพาราไทยในระยะสั้น ได้แก่ STA Switch FV@B28) และ NER (Buy FV@B10.20)
ขณะที่ราคาสุกรหน้าฟาร์มในไทยปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนล่าสุดอยู่ที่ 98 บาท/กก. ปรับ เพิ่มขึ้นถึง 25.6% ในรอบ 2 เดือน และราคาไก่เป็นล่าสุดอยู่ที่ 42 บาท/กก. ปรับเพิ่มขึ้น 10.5% ในรอบ 4 เดือน จากปัญหาอากาศร้อน ทำให้สุกรและไก่กินอาหารลดลง และ เติบโตช้าลง ส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการฟาร์มสุกรและไก่ไทย จึงยังแนะนำซื้อ TFG (FV@B6) GFPT (FV@B16) และ CPF (FV@B32)
SCBB สร้างความผันผวนให้ SET และ SET50 ได้ในช่วงกำลังออกจากตลาด
หนึ่งในเรื่องที่อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดวันนี้คือ เป็นวันที่ SCBB ซื้อขายวัน สุดท้าย เนื่องจาก SCB เป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ มีสัดส่วน 1.26% ใน SET และ 2.1% ใน SET50 พอราคาหุ้นลดลงแรงก็กดดันภาพรวมตลาดหุ้นผันผวนเช่นกัน
สรุปคือ SCBB น่าจะเป็นอีกตัวแปรหนึ่งที่สร้างความผันผวนให้ตลาดในวันนี้ ขณะที่ SCBX เข้าซื้อขายวันแรกในวันที่ 27 เม.ย. 65 คาดว่าราคามีโอกาสพลิกกับไปอยู่ ในช่วง 110 บาท – 120 บาทได้ อย่างไรก็ตามหุ้น SCBB เข้าซื้อขายวันแรกมี กฎเกณฑ์เช่นเดียวกับหุ้น IPO ส่งผลให้ผลต่างของราคา หรือผลตอบแทนในวันแรก ในการซื้อขายจะไม่ได้มีผลต่อการคำนวณดัชนี
บาทอ่อนค่าสุดรอบ 5 ปี กดดัน Fund Flow อาจชะลอลงบ้าง
วานนี้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง โดย Dollar Index เพิ่มขึ้น 0.62% อยู่ที่ 101.7 จุด ทำจุดสูงสุดในรอบ 2 ปี และกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง ล่าสุดยืนเหนือ 34 บาท/เหรียญ ขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี และคาดว่า ยังมีโอกาสเห็นค่าเงินบาท อ่อนค่าต่อจากการเข้าสู่ช่วงนโยบายการเงินตึงตัวเต็มรูปแบบ ในช่วงเดือน พ.ค. 65 ส่งผลให้หุ้นกลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์จากบาทอ่อนเริ่มพลิกกลับมา Outperform ตลาด ในวานนี้ และน่าจะ Outperform ได้ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามเวลาที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า นักลงทุนต่างชาติมีโอกาสขาดทุนจากอัตรา แลกเปลี่ยน ส่งผลให้ Fund Flow ที่ผลักดันตลาดหุ้นมีโอกาสชะลอลง และยังสอดคล้องกับข้อมูลในอดีต ค่าเงินบาทอ่อนมักแปรผกผันกับดัชนีหุ้นไทยบ้าง สะท้อนได้จากสถิติในอดีตย้อนหลัง 10 ปี คือ ปี2011 2013 2014 ค่าเงินบาทอ่อน SET Index ให้ผลตอบแทนติดลบทุกปี ในทางกลับกันปีที่ค่าเงินบาทแข็งค่า SET Index มัก ให้ผลตอบแทนเป็นบวกเช่นกัน (ส่วน 1 ถึง 2 ปี ที่ผ่านมา แม้ค่าเงินบาทจะอ่อน แต่ SET ยังให้ผลตอบแทนเป็นบวก เนื่องจากเป็นช่วงฟื้นจาก Covid-19 และ Fund Flow ไหล เข้าตลาดหุ้นไทย)
สรุปคือ ค่าเงินบาทอ่อนมีผลกระทบต่อการไหลเข้าของ Fund Flow และส่งผลให้ แรงผลักดันตลาดหุ้นไทยลดน้อยลง ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นได้ยากขึ้น แต่ยังมีหุ้นที่ ได้ประโยชน์จากบาทอ่อน แนะนำ VNG, SAPPE, KCE, CPF, TU สำหรับวันนี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1670 – 1685 จุด กลยุทธ์ลงทุน แนะนำหุ้นได้ประโยชน์บาทอ่อน VNG, หุ้น Defensive BH และหุ้นได้ประโยชน์ ต้นทุนพลังงานย่อตัวลง GPSC
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities








