KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุน - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,660-1,685 จุด เราคาดว่า SET มีโอกาสฟื้นตัวในลักษณะ Technical Rebound แต่การฟื้นตัวยังคงเป็นไปอย่างจํากัด จากปัจจัยลบของภาพเศรษฐกิจมหภาคที่อ่อนแอ หลังจากก่อนหน้านี้ ธนาคารโลก และกองทุน การเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดประมาณการ GDP ปี 2565-2566 และการดําเนิน นโยบายการเงินของเฟด ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจเริ่มเห็นการชะลอตัว กลยุทธ์การลงทุน เรา ยังให้น้ําหนักหุ้นในกลุ่ม Domestic play เลือก HMPRO CPALL (BK:CPALL) และ MAKRO เป็นหุ้นเด่น รวมไปถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย เราเลือก BLA หุ้นในกลุ่มที่ได้ ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า เราเลือก ASIAN SAPPE SMPC และ MEGA หุ้นในกลุ่มที่ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เราเลือก AOT (BK:AOT) BAFS MINT SHR และ VRANDA ราคาน้ํามันดิบปรับลด สะท้อนความกังวลต่อการปรับลดลงของ Demand น้ํามัน เรามองเป็นบวก ต่อ EPG PTG OSP CBG CPALL และ BJC - 3 ปัจจัยลบกดดันราคาน้ํามันดิบ มาจาก
(1) การปรับ ลดตัวเลขประมาณการ การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก โดย IMF ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์ การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะมีการขยายตัว 3.6% ทั้งในปี 2565 และ 2566 (ลดลงจาก ประมาณการเดิมในปี 2565 และ 2566 ที่คาดว่าจะขยายตัว 4.4% และ 3.8% ตามลําดับ) โดยได้รับ ผลกระทบจากการที่รัสเซียส่งกําลังทหารบุกโจมตียูเครน ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อความต้องการใช้ น้ํามันในตลาด
(2) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเจอโรม พาวเวล ประธาน เฟด ส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุม เดือน พ.ค. (3-4 พ.ค.) ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 50bps นับตั้งแต่ปี 2543 รวมถึงความ เป็นไปได้ที่เฟดจะเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังการประชุม เดือน พ.ค. โดยอาจปรับขึ้น 75bps เพื่อสกัด เงินเฟ้อ และ
(3) ทางการจีนยังคงใช้มาตรการล็อกดาวน์ในเมืองเซี่ยงไฮ้ และบางส่วนของกรุงปักกิ่ง เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดย 3 ปัจจัยลบดังกล่าวสร้างความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์น้ํามัน โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นประเทศที่นําเข้าน้ํามันมากที่สุดในโลก ขณะที่การดําเนินนโยบายของเฟดใน การปรับเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะเป็นปัจจัยที่ทําให้เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเศรษฐิจหลักชะลอตัว เรา มองเป็นบวกต่อกลุ่ม Anti-Commodity เราเลือก EPG PTG OSP CBG CPALL และ BJC
• ค่าเงินบาทยังอ่อนค่าต่อเนื่อง เรามองเป็นบวกต่อ ASIAN และ SAPPE - ทิศทางค่าเงินบาทในเดือนเม.ย. ล่าสุด อ่อนค่าเกินกว่าระดับ 34 บาทต่อเหรียญ อ่อนค่าลง 0.70 บาท (+2.1%) จากความ กังวลต่อการที่เฟดจะเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย รวมไปถึงการดําเนินนโยบายการเงินของกลุ่มประเทศ เศรษฐกิจหลักที่ตึงตัวมากขึ้น และการที่ทางการจีน ยังคงดําเนินการล็อกดาวน์ในเซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง เรามองการอ่อนค่าดังกล่าวจะเป็นบวกต่อ ASIAN SAPPE SMPC และ MEGA เป็นหุ้นเด่น ประเด็นที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ (1) 26 เม.ย. ยอดคําสั่งซื้อสินค้าคงทน (เดือนต่อเดือน) เดือน มี.ค. (คาด 0.59% MoM) รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี (CB Consumer Confidence) ในเดือน เม.ย. ของสหรัฐฯ (2) 27 เม.ย. รายงานกําไรภาคอุตสาหกรรมของจีน (เมื่อเทียบ YoY) ในเดือน ก.พ. ยอดขายบ้านที่รอการปิดการขายในสหรัฐฯ (เมื่อเทียบ MoM) ในเดือน มี.ค. (3) 28 เม.ย. ดัชนี ยอดขายปลีกของญี่ปุ่น (เมื่อเทียบ YoY) ในเดือน มี.ค. ดัชนี GDP สหรัฐ (เมื่อเทียบ QoQ) ในช่วง 1Q65 การประชุม Bo) และ (4) 29 เม.ย. ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนจากสถาบัน Caixin ในเดือน เม.ย.
• มุมมองทางเทคนิค - หุ้นแนะนําปัจจัยทางเทคนิค เราเลือก WICE BLA และ MEGA
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








