KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
26 เมษายน 2565 ทิศทางตลาดหุ้นไทยหลังปิด -15 จุด ท่ามกลางบรรยากาศเลวร้าย จะเป็นอย่างไรต่อไป
แนวคิดแรกคือ ตลาดจะเริ่มลงไปเรื่อยๆ จากจุดนี้ และลงยาวไปตลอดไตรมาส 2
แนวคิดที่สองคือ ตลาดยังสามารถขึ้นต่อได้ จุดพีคจริงๆที่เป็นหัวคลื่นในการลงควรอยู่ในเดือนพฤษภาคม
ทำอย่างไร? ถึงจะทราบว่าแนวโน้มเป็นแบบไหน ลองมาทบทวนเหตุการณ์สำคัญๆของตลาดกัน ดังนี้ครับ
17 ก.พ.65 ตลาดทำจุดสูงสุดของปีที่ 1718.55 บริเวณฟิโบนัซซี 161.8%
24 ก.พ.65 ตลาดลงมาพักตัวที่จุดสมดุล 1656.62 ตามหลักของ Mean reversion ของ Richard Wyckoff
3 มี.ค.65 ตลาดขึ้นไปสร้างขอบบนของ Trading Range (BC) 1656.62-1705.5
08 มี.ค.65 แพนิคเดย์ มวลชนล้างพอร์ท ในจุดฟื้นตัวตามบรรยากาศเชิงลบของตลาด แต่ตรงนี้เกิด Selling Climax + Sell Rejection ตามเทคนิคอล หากใครมีความรู้ตรงนี้จะไม่ล้างพอร์ทตามมวลชนหลังจากแพนิคเดย์
ตลาดฟื้นตัวมาตามลำดับจนขึ้นไปทดสอบ ขอบบนของ Trading Range บริเวณ 1705.5
05 เม.ย.65 ตลาดเกิดสัญญาณเตือนขึ้นอ่อนกำลัง TD SELL #9 บอกเราว่า การฟื้นตัวมาจากแพนิคเดย์ เริ่มหมดแรง ให้ระวังการพักตัว
25 เม.ย.65 ตลาดพักตัวแรงหลังถ้อยแถลงของประธานเฟดยืนยันการขึ้นดอกเบี้ย 0.50%
26 เม.ย.65 จากฐานราคาปิด 1675 มีกรอบการเคลื่อนที่ +/-10 จุด วางกรอบได้ดังนี้ 1665-1675*-1685การปิดสิ้นวันมากกว่า 1685@127.2% จะยืนยันการฟื้นตัว หากทำไม่ได้การพักตัวจะตามมา 1675-1685 และ 1675-1665 ตามลำดับ
ทบทวนความหมายของแนวฟิโบนัซซีกันอีกซักรอบ
อัตราส่วนฟิโบนัซซีหลักที่มีนิยามดังนี้
23.6% คือ แนวถอยกลับที่สั้นที่สุดของการพักตัว ในภาวะแนวโน้มแข็งแรงตลาดจะวกกลับบริเวณนี้อย่างรวดเร็ว
38.2% คือ แนวป้องกันสำคัญระยะแรกของการเปลี่ยนแนวโน้ม เมื่อราคาเบรคแนวนี้ไปได้ โอกาสในการเปลี่ยนแนวโน้มจะมีมากขึ้น
50% แม้ไม่ใช่อัตราส่วนฟิโบนัซซี แต่เป็นตัวแบ่งกรอบกึ่งกลางไฮ-โลของการวัดฟิโบนัซซี
61.8% คือ แนวตัดสินสำคัญในการเปลี่ยนแนวโน้ม
100% คือ การกลับมาที่จุดอ้างอิงขึ้นหรือลงเดิมก่อนหน้า
127.2% คือ เป้าหมายแรกของแนวต้านหรือแนวรับสำคัญของการเคลื่อนที่ต่อหลังกลับมาที่จุดอ้างอิงขึ้นหรือลงเดิมก่อนหน้า
161.8% คือ เป้าหมายที่สองของแนวต้านหรือแนวรับสำคัญของการเคลื่อนที่ต่อหลังกลับมาที่จุดอ้างอิงขึ้นหรือลงเดิมก่อนหน้า
ปล.ท้าวเวสสุวรรณก็ช่วยเราค้ำตลาดไว้ได้หลายรอบ ก็คงต้องขอแรงท่านแบกตลาดไว้ไม่ให้พังลงมาก่อนเวลาอันควรอีกเช่นเคยครับ
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่โดยเพจ ม้าเฉียว ดูหุ้น








