หุ้นเอเชียร่วงหนักหลังสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ความเสี่ยงพุ่ง
สรุป หลังจากราคาทองคําเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาปรับลดลงมากว่า 20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งด้าน Fed funds futures บ่งชี้ว่ามีโอกาสมากกว่า 80% ที่อัตราดอกเบี้ยของเฟดจะเพิ่มขึ้นอีก 1.5% สู่ระดับ 26-2.25% ในการประชุมนโยบายการเงินเฟดวันที่ 26-27 พ.ค. หนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.789% เป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2018 และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ฟื้นตัวจากระดับต่ําสุดในรอบเกือบ 1 สัปดาห์ ส่วนในวันนี้ราคาทองคําช่วงเช้าแกว่งตัวในกรอบ 1,915.40-1,934.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยยังได้รับปัจจัยกดดันต่อเนื่องมาจากการคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2543 ในการประชุมเดือนพ.ค.นี้ เพื่อสกัดความร้อนแรงของอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งทําให้ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงหลุดจากระดับ 100 ดอลลาร์ แตะที่ระดับ 99.06 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือลดลงมา -2.95% ช่วงเช้านี้ อย่างไรก็ตามยังพอมีแรงหนุนจากนายวาลดิส ดอมบรอฟสกส รองประธาน คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เผยว่าสหภาพยุโรป (EU) เตรียมใช้มาตรการคว่่ำบาตรต่อรัสเซียเป็นครั้งที่ 6 ด้วยการระงับหรือลดการนําเข้าน้ํามัน หรืออาจเรียกเก็บ ภาษีนําเข้า ประกอบกับเซี่ยงไฮ้ศูนย์กลางการเงินของจีน พบผู้เสียชีวิตจากโควิดอีก 51 ราย ทําสถิติสูงสุด สําหรับวันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ
คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อหากไม่หลุด 1,915
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,940-1,958
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด$1,915
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
