KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ด้วยมุมมองเรื่องเงินเฟ้อที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่มองว่าเป็นสถานการณ์ในช่วง สั้นๆ มาเป็นสถานการณ์ที่ยืดเยื้อไปตามสถานการณ์สงคราม ยูเครน-รัสเซีย ตามด้วยการคว่ำบาตรรัสเซียในวงกว้าง ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในเกณฑ์ที่สูง มากโดยในส่วนของบ้านเรา 2 เดือนที่ผ่านมา (กพ. - มี.ค.) อยู่สูงกว่า 5% ล่าสุด ธปท. ได้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2565 จากเดิมท 1.7% มา เป็น 4.9% มุมมองดังกล่าวทำให้ส่วนต่างระหว่าง เงินเฟ้อ กับ ดอกเบี้ยเงิน ฝากติดลบราว 4% ซึ่งติดลบมากเกินควร ภาวะดังกล่าว ทำให้มุมมองเริ่ง ทิศทางดอกเบี้ยของเรา เปลี่ยนไป จากเดิมที่คาดว่าจะไม่เห็นการปรับขึ้น ดอกเบี้ยในปี 2565 มาเป็นมีโอกาสปรับขึ้นในช่วง 2H65
2 วันทำการของสัปดาห์นี้คาด SET Indexอยู่ในกรอบ 1685 +/-10 จุด พอร์ต จำลองให้นำเงินสด 10% เข้าซื้อ BLA ทำให้เงินสดคงเหลือในพอร์ต 5% หุ้น Top Pick เลือก AOT (BK:AOT), BLA และ M
คาด Inflation เดือน มีค ของสหรัฐฯ พุ่ง 8.4% เป็นประเด็นอ่อนไหวต่อตลาดหุ้น
อัตราเงินเฟ้อราคาผู้บริโภคในเดือนกุมภาพันธ์ของสหรัฐฯยู่ที่ 7.9% ถือเป็นการเพิ่มขึ้น ประจำปีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40 ปี และวันพุธนี้ คาดว่าจะแสดงให้เห็นค่า CPI เพิ่มขึ้น 8.4% ในเดือนมีนาคม เนื่องจากสงครามในยูเครน ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับ ขึ้นเร็ว และตลาดการเงินมองว่า Fed มีโอกาสจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน พ.ค. 2565 ราว 0.5% หรือปรับขึ้นทุกครั้งของรอบการประชุมที่เหลือของปีนี้
ล่าสุดฝ่ายวิจัยได้รวบรวมข้อมูล ผลต่างหว่าง อัตราดอกเบี้ยกับเงินเฟ้อที่คาดหมายปี 2565 (ดอกเบี้ยนโยบายรายประเทศ – คาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ของ Bloomberg) หลาย ประเทศ พบว่า ประเทศสหรัฐฯ อังกฤษ ยุโรป มี Real Yield ที่ติดลบกว้างขึ้นมาอยู่ที่ 5%-6% ทั้งนั้น รวมถึงส่วนต่างระหว่าง Bond Yield ปี ก็ยังติดลบกว้างระดับ 4% ขณะที่ประเทศไทย Real Yield (ดอกเบี้ยนโยบายรายประเทศ – คาดการณ์เงินเฟ้อปี นี้ของ Bloomberg) ยังอยู่ที่ -1.9% ขณะที่ ธปท. ปรับคาดการณ์ขึ้นไปที่ 4.9% แล้ว
อย่างไรก็ตามหากนำมุมมองเงินเฟ้อของ ธปท. ที่ 4.9% มาใช้ จะทำให้ ส่วนต่าง อัตราดอกเบี้ยนโยบายกับเงินเฟ้อ Yield ของไทยอยู่ที่ -4.4% ดังนั้นยิ่ง Gap ระหว่าง ดอกเบี้ยนโยบาย และ เงินเฟ้อห่างกันมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสสูงที่ ธปท. จะ พิจารณาขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วขึ้น ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบลดลงเร็ว พร้อมกับ กดดันตลาดหุ้นไทย ให้ซื้อขายบน P/E ที่ลดลงได้
แต่ยังมีหุ้นที่ได้แรงหนุนจากนโยบายการเงินตึงตัวอยู่ แนะนำ กลุ่มธนาคารและ ประกัน KBANK (BK:KBANK), BBL, BLA
จีน Lockdown ไม่มีกำหนด ขณะที่ไทยเตรียมผ่อนเกณฑ์Thailand pass – Test & Go ใหม่
เซี่ยงไฮ้ตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ติดเชื้อในท้องถิ่นเพิ่มกว่า 25,000 รายต่อวัน ทำ ให้ต้องจัดตั้ง รพ.ชั่วคราวที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ พร้อมรองรับคนไข้โควิดมากกว่า 50,000 เตียง นอกจากนี้ยังมีการแถลงข่าวการสร้างโรงพยาบาลชั่วคราวอีกกว่า 100 แห่ง พร้อมเตียงผู้ป่วยกว่า 160,000 เตียง สำหรับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ขณะที่ มาตรการ Lockdown ยังเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด ขณะที่ในบ้านเราแม้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ระดับเกิน 2.5 หมื่นรายต่อวัน (RT-PCR) แต่ศบค.ยังเดินหน้าผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด โดยเห็นชอบในหลักการณ์ สำหรับแผนคุมโควิด ระยะ 2 ที่มีการปรับระบบ Thailand pass-Test & Go ใหม่ให้ ผ่อนคลายลง
ปรับแผนมาตรการผู้เดินทางประเภท Test & Go Sandbox และ Quarantine
เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาได้มากขึ้น เล็งลดเงินประกันภัยเพื่อช่วยให้ ประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยที่ปรึกษา ศบค.คาดยกเลิกตรวจ RT-PCR ผู้เดินทางเข้าประเทศปลาย มิ.ย.-ก.ค. ถือเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้น กลุ่มการบิน ท่องเที่ยว และหุ้นเปิดเมืองในบ้านเรา อย่าง CENTEL AOT M CRC CPALL (BK:CPALL) MAJOR เป็นต้น
รับมือความผันผวนตลาด เน้น Selective Buy หุ้นเปิดเมือง และหุ้นได้ประโยชน์ ดอกเบี้ยนโยบายตึงตัว แนะ AOT M BLA
ตลาดหุ้นโลกยังอยู่ในภาวะผันผวน จากความกังวลการใช้นโยบายการเงินตึงตัวที่เร่งขึ้น เพื่อรับมือเงินเฟ้อ ส่งผลให้ Bond Yield 10 ปี สหรัฐขยับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี ล่าสุดอยู่ที่ 2.72% หนุนให้ Bond Yield 10 ปี ของไทยขยับขึ้นเช่นกันล่าสุดอยู่ที่ 2.18% (การเคลื่อนไหว Bond Yield ไทยมักสอดคล้องกับสหรัฐมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค) กดดันให้นักลงทุนกังวลต่อสภาพคล่องในระบบการเงินจะลดลงในระยะ ถัดไป
ขณะที่ตลาดหุ้นไทย แม้ภาพรวมจะถูกดดันจากประเด็นภายนอก แต่ยังพอมีหุ้นที่ได้รับ ผลกระทบจำกัด รวมถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว สังเกตได้จากในวันศุกร์ ที่ผ่านมายังมีหุ้นที่ปรับตัวโดดเด่นเหนือตลาด อาทิ หุ้นสถานที่ท่องเที่ยว, หุ้นประกัน ฝ่ายวิจัยคาดว่าหุ้นกลุ่มหุ้นเปิดเมือง และหุ้นได้ประโยชน์ดอกเบี้ยนโยบายตึงตัว ยังมี Momentum ที่จะ Outperform ตลาดต่อดังนี้
หุ้นกลุ่มเปิดเมือง แนะ AOT M เริ่มเห็นการเดินทางของต่างชาติที่เข้าประเทศมากขึ้น โดยในสัปดาห์แรกของเดือน เม.ย. 65 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ย 1.1 หมื่นคน/วัน (เพิ่มขึ้น 66% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน) ขณะที่ในประเทศเห็นสัญญาณที่ดี ขึ้นผ่านเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 มีคนใช้สิทธิ 1.8 ล้านราย ใช้สิทธิได้ถึง 31 พ.ค. 65 หนุนหุ้นท่องเที่ยว AOT, MINT, ERW หุ้นสถานที่ท่องเที่ยวสถานที่ซื้อของ M, CPN, CRC, CPALL, MAJOR เป็นต้น
หุ้นกลุ่ม ธ.พ. และประกัน แนะ KBANK BLA ถือเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเร่งใช้ นโยบายการเงินตึงตัวสกัดเงินเฟ้อ โดยหุ้น ธ.พ. หลายบริษัท ยังมีจุดเด่นจากการขึ้น เครื่องหมาย XD ช่วงปลายเดือน เม.ย แนะนำ KBANK, BBL หุ้นประกันได้แรงหนุนจาก Bond Yield ไทยเริ่มขยับขึ้นตามสหรัฐ แนะนำ BLA อีกทั้งยังได้แรงหนุนจาก หุ้นมี โอกาสขยับจาก SET100 มาเข้าคำนวณใน SET50 สูง เนื่องจากหุ้นมีสภาพคล่องมาก ขึ้น และปัจจุบันมี Market Cap. 7.5 หมื่นล้านบาท สูงเป็นอันดับที่ 44 เมื่อเทียบกับหุ้น ใน SET50 ณ ปัจจุบัน
ส่วนกลยุทธ์การลงทุนวันนี้ ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1675 – 1695 แนะนำ AOT, M, BLA เป็น Toppick
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities









