KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุน - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,680-1,705 จุด,ตลาดกลับมามี ปัจจัยลบกดดันจาก (1) การปรับขึ้นของเงินเฟ้อสหรัฐฯ เพิ่มน้ําหนักต่อการที่เฟดจะเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมไปถึงแผนการปรับลดขนาดงบดุล (QT) (2) สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน หลังความเชื่อมั่นต่อการ เจรจาสันติภาพได้ถูกลดทอนลง และ (3), ราคาน้ํามันดิบที่ปรับลดลง จะเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นในกลุ่ม พลังงาน ที่มีน้ําหนักสูงต่อตลาด ปัจจัยเสี่ยงจากราคาน้ํามันดิบที่ปรับลดลง และการลงทุนเดือน เม.ย. ที่ ยังเผชิญความไม่แน่นอนของการดําเนินนโยบายของเฟด ซึ่งจะมีการประชุม FOMC วันที่ 3-4 พ.ค. ทํา ให้ภาพของ SET เดือน เม.ย. มีโอกาสปรับฐานลดลง กลยุทธ์การลงทุน เราให้น้ําหนักเก็งกําไร หุ้นในกลุ่ม Anti-oil ที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ํามันดิบที่ปรับลดลง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มสายการบิน และหุ้นในกลุ่ม ผลิตไฟฟ้า ที่มีสัดส่วนรายได้ลูกค้าอุตสาหกรรมสูง ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนหลัก เรายังชอบหุ้นในกลุ่ม Domestic Play ได้แก่ หุ้นในกลุ่มธนาคาร หุ้นในกลุ่มอุปโภคบริโภค และกลุ่มค้าปลีก หุ้นในกลุ่มที่ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว,หุ้นในกลุ่มเครื่องดื่ม จาก Seasonal Demand Trading Ideas: ราคาน้ํามันยังคงถูกกดดันต่อเนื่อง หลัง OPEC+ เพิ่มกําลังผลิต ขณะที่สหรัฐฯ พร้อมปล่อย SPR เป็นบวกต่อกลุ่ม Anti-oil เลือก AAV BA TASC0PTG BGRIM GULF และ QSP - เร้าเริ่มกลับมาให้ ความสนใจหุ้นในกลุ่ม Anti-oil จากสถานการณ์ด้านอุปทานน้ํามันที่คาดว่าจะปรับเพิ่มจาก (1) กลุ่มประเทศ ผู้ส่งออกน้ํามัน OPEC+ มีมติยึดมั่นตามข้อตกลงเดิมในการประชุมวานนี้ (31 มี.ค.) โดยแผนการผลิตเดือน พ.ค. กลุ่ม OPEC+ จะเพิ่มกําลังผลิต 432,000 บาร์เรลต่อวัน ตามคาด เป็นการเพิ่มการผลิตในอัตราที่เพิ่มขึ้น หลังกลุ่ม OPEC+ เพิ่มกําลังผลิต 4 แสนบาร์เรลต่อวัน ต่อเนื่องตั้งแต่ ส.ค. 60 ถึง เม.ย 65 และ (2) สหรัฐฯ มีแผนระบายน้ํามันในคลังสํารองทางยุทธศาสตร์ (SPR) จํานวน 180 ล้านบาร์เรล คาดว่าจะมีการระบาย น้ํามันไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นเวลา 6 เดือน รวมไปถึงปัจจัยลบต่อราคาน้ํามันดิบก่อนหน้านี้ ได้แก่ (1) ด้านอุปสงค์ ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการล็อกดาวน์ของทางการจีน และ (2) การเจรจา ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งหากมีการบรรลุข้อตกลงดังกล่าว ก็จะทําให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ํามันในตลาด โดยก่อนหน้านี้อิหร่านประกาศความพร้อมในการกลับมาผลิตน้ํามันดิบที่ระดับ 3.8ล้านบาร์เรลต่อวัน (MBD) ภายใน 2 เดือน หากบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านกับชาติตะวันตก ซึ่งจะทําให้มีน้ํามันดิบส่งออกมาสู่ตลาด เพิ่ม 1.4MBD เพิ่มขึ้นจากกําลังผลิตปัจจุบันที 2.4MBD ประเด็นดังกล่าว จะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นที่ได้ ประโยชน์จากราคาน้ํามันดิบปรับลดลง (Anti-oil) เราเลือก AAV BA TASCO EPG GPSC PTG BGRIM GULF OSPCPALL และ BJC
คงมุมมองเชิงบวกต่อ Domestic Play จากเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่ง - จากข้อมูลประมาณการ เศรษฐกิจ เดือน มี.ค. 65 แม้ ธปท. จะปรับลดประมาณการ GDP ปี 2565-2566 ลง เหลือ 3.29% (เดิม 3.4%) และ 4.4% (เดิม 4.7%) ตามลําดับ แต่มีข้อมูล 2 ส่วนที่น่าสนใจ ได้แก่
(1) อุปสงค์ในประเทศที่ยังคง ขยายตัว แม้ภาพรวมจะมีการปรับลดลงจาก 4.3% เหลือ 3.4% ในปี 2565 แต่การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว 4.39% (เดิม 5.6%) การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 4.79% (เดิม 5.4%) และการลงทุนภาครัฐฯ ขยายตัว 4.2% (เดิม 3.6%) และ
(2) จํานวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ มุมมองของ ธปท. ยังคงประมาณการ เดิมที 5.6 ล้านคน ในปี 2565 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 19 ล้านคน ในปี 2566
ภาพดังกล่าวสนับสนุน กลยุทธ์การลงทุนของเราที่แนะนําหุ้นในกลุ่ม Domesticeplay เป็นหลัก โดยเรายังคงเลือก
(1) หุ้นในกลุ่ม ธนาคาร เราเพิ่ม SCB เข้ามาในพอร์ต และยังคงแนะนําซื้อ KBANK (BK:KBANK) BBL และ TTB
(2) กลุ่มอุปโภคบริโภค และกลุ่มค้าปลีก HMPROCPALL และ MAKRO
(3) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายผ่อนคลายการเดินทางเข้า ประเทศ เรามองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวและโรงพยาบาล เราเลือก AOT (BK:AOT) AAV ERW SHR BH และ BDMS
(4) หุ้นในกลุ่มเครื่องดื่ม จาก Seasonal Demand เราเลือก SAPPE 0SP และ CBG และ
(5) หุ้นใน กลุ่ม Defensive ได้แก่ ADVANC INTUCH BLA และ BEM
รายงานตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานการใช้จ่ายส่วนบุคคลของ ผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือน ก.พ. เพิ่มขึ้น 0.2% (คาดเพิ่มขึ้น 0.5%) การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐได้รับ ผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ หลังจากรัสเซียส่งกําลังทหารบุกโจมตียูเครน นอกจากนี้รายได้ส่วน บุคคล ในเดือน ก.พ. เพิ่มขึ้น 0.5% ตามคาด ด้านอัตราการออมของผู้บริโภค ในเดือน ก.พ. เพิ่มขึ้น 63% สู่ ระดับ 1.15 ล้านล้านเหรียญ / กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 14,000 ตําแหน่ง สู่ระดับ 202,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา (คาดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 195,000 ราย) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานดังกล่าวต่ํากว่าระดับ 215,000 ราย ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยต่อสัปดาห์ ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐฯ ขณะที่จํานวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับ สวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง ลดลง 35,000 ราย สู่ระดับ 1.31 ล้านราย ซึ่งเป็นระดับต่ําสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2512 / กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐาน (ไม่ นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน) และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสําคัญ ในเดือน ก.พ. เพิ่มขึ้น 0.4% MoM และเพิ่มขึ้น 5.4%YoY ตามคาด (PCE พื้นฐานเดือน ม.ค. 65 เพิ่มขึ้น 0.59%MoM และเพิ่มขึ้น 5.29%YoY) และเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ เม.ย. 2526 ขณะที่ดัชนี PCE ทั่วไป (รวมหมวดอาหารและพลังงาน) ในเดือน ก.พ. เพิ่มขึ้น 6.4% YoY (PCE ทั่วไป เดือน ม.ค. 65 เพิ่มขึ้น 6.1%YoY) เป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ ม.ค. 2525 / สํานักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงาน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการ เดือน มี.ค. หดตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 49.5 จุด ลดลงจากเดือน ก.พ. ที่ระดับ 50.2 จุด เนื่องจากเศรษฐกิจจีนถูกกระทบจากการใช้มาตรการควบคุมการแพร่ ระบาดของโรคโควิด-19
มุมมองทางเทคนิค - หุ้นแนะนําปัจจัยทางเทคนิค เราเลือก BGRIM BEM และ SINGER
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








