KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุน - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,680-1,705 จุด Sentiment เชิงลบ จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ยูเครน-รัสเซีย จะเป็นปัจจัยกดดันภาพรวมการลงทุน รวมไปถึง SET หลังตอบรับเชิงบวกไปก่อนหน้านี้จากประเด็นดังกล่าว อย่างไรก็ตามเรายังเชื่อว่า SET จะเคลื่อนไหวใน กรอบ Sideway เราคาดว่าแรงซื้อกลับหุ้นในกลุ่มพลังงาน จากราคาน้ํามันดิบที่ปรับเพิ่ม จะยังเป็นแรง ซื้อที่พยุง SET ในวันนี้ ขณะที่วานนี้ (30 มี.ค.) ผลการประชุม กนง. เรามองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่ม Domestic play ที่เราแนะนําเป็นกลยุทธ์การลงทุนหลัก โดยเราเลือก (1) หุ้นในกลุ่มธนาคาร เราเลือก KBANK (BK:KBANK) BBL และ ITB (2) กลุ่มอุปโภคบริโภค และกลุ่มค้าปลีก HMPRO CPALL (BK:CPALL) และ MAKRO (3) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายผ่อนคลายการเดินทางเข้าประเทศ เรามองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่ม ท่องเที่ยวและโรงพยาบาล เราเลือก AOT (BK:AOT) AAV ERW SHR BH และ BDMS (4) หุ้นในกลุ่มเครื่องดื่ม จาก Seasonal Demand เราเลือก SAPPE OSP และ CBG และ (5) หุ้นในกลุ่ม Defensive ได้แก่ ADVANC INTUCH BLA และ BEM กนง. มีมติคงดอกเบี้ย ปรับลดประมาณการ GDP ปรับเป้าเงินเฟ้อขึ้น ชีไทยไม่เข้าเกณฑ์เกิด Stagflation และ Inverted Yield Curve - 4 ประเด็นที่ได้จากการประชุม กนง. วานนี้ (30 มี.ค.) (1) คงอัตราดอกเบี้ย นโยบายไว้ที่ 0.50% ตามคาด ด้วยเสียงเอกฉันท์ (2) ปรับลดประมาณการ GDP ของไทยในปี 2565 เหลือ 3.2%YoY (เดิม 3.4%) ขณะที่ปี 2566 คาดขยายตัว 4.496 (3) ปรับเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2565 เป็น 4.99% และปี 2566 อยู่ที่ 1.76 โดยมองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะปรับสูงขึ้นเกินกรอบเป้าหมาย ประมาณ 1-3% โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อ ในช่วง 2Q65 และ 3Q65 มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 5% ก่อนที่ จะปรับลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายในต้นปี 2566 และ (4) กนง. ยังเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าเกณฑ์ของ การเกิด Stagflation รวมไปถึงไม่มีสัญญาณของการเกิด Inverted Yield Curve ในไทย ขณะที่สัญญาณ ดังกล่าวในสหรัฐฯ จะยังไม่นําไปสู่การเกิด Recession ในมุมมองของเราต่อผลการประชุม กนง. เป็นบวก เนื่องจากไม่ได้มีการส่งสัญญาณเชิงลบมากกว่าที่ Market Consensus คาดหมาย โดยเฉพาะการปรับลด ประมาณการ GDP ไม่มาก ทําให้เรายังมีมุมมองเป็นบวกต่อ Domestic Play เช่นเดิม ราคาน้ํามันดิบฟื้นตัว แนะเพียงเก็งกําไร เลือก PTTEP PTT (BK:PTT) SPRC และ BCP หุ้นเด่น - ราคาน้ํามันดิบกลับมา ฟื้นตัวอีกครั้ง หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซีย ที่ยังมีความไม่แน่นอน ขณะที่เหตุโจมตี ยูเครนยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยรัสเซียส่งกองกําลังทหารใหม่เข้ามาสู่ยูเครน ถึงแม้ว่าการเจรจาสันติภาพรอบ ใหม่วานนี้ (30 มี.ค.) จะมีสัญญาณเชิงบวกต่อความคาดหวังว่า สงครามรัสเซีย ยูเครน จะใกล้สิ้นสุดลง นอกจากนี้ประเด็นการซื้อขายเชื้อเพลิงระหว่างรัสเซียกับสหภาพยุโรป (EU) โดยรัสเซียปรับเงื่อนไขในการ จ่ายค่าเชื้อเพลิงให้แก่รัสเซียเป็นสกุลเงินรูเบิลเท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่อยู่ในรายชื่อ "ไม่เป็นมิตร" โดยมากจะเป็นประเทศที่ประกาศมาตรการคว่ําบาตรต่อรัสเซีย หลังจากที่รัสเซียใช้ปฏิบัติการพิเศษทางทหารต่อยูเครน ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. ทําให้หลายประเทศกังวลต่อการจัดส่งก๊าซฯ ของรัสเซีย ประเด็นดังกล่าวทําให้ เกิดความกังวลต่ออุปทานน้ํามันในตลาดโลกเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามราคาน้ํามันดิบที่ปรับเพิ่ม เราแนะนําเพียง เก็งกําไร หุ้นในกลุ่มพลังงานเท่านั้น เลือก PTTEP PTT SPRC และ BCP ติดตามการประชุม OPEC+ วันนี้ (31 มี.ค.) คาดเพิ่มกําลังการผลิตน้ํามันเพียง 432,000 บาร์เรลต่อวัน สําหรับแผนการผลิตเดือน พ.ค. 65
รายงานตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 ของ GDP ในช่วง 4Q64 ขยายตัว 6.9%YoY ลดลงจากประมาณการครั้งที่ 2 ที่ 7.0%YoY (เท่ากับประมาณ การครั้งแรก) และต่ํากว่าที่ Market Consensus คาดไว้ที่ 7.1%YoY เมื่อพิจารณารวมกับ GDP สหรัฐฯ ในช่วง 1Q64-3Q64 ที่ขยายตัว 6.3%YoY 6.7%YoY และ 2.3%YoY ตามลําดับ จะทําให้ภาพรวม GDP ใน ปี 2564 ของสหรัฐฯ ขยายตัว 5.7%YoY เป็นตัวเลขขยายตัวมากสุดนับจากปี 2527 และเป็นการพลิกจากปี 2563 ที่หดตัว 3.4% ซึ่งเป็นการหดตัวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2489 เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาด ของโควิด-19 / ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิง อิงค์ (ADP) และมูดีส์ อนาลิติกส์ รายงานการจ้างงานของ ภาคเอกชนสหรัฐฯ ในเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้น 455,000 ตําแหน่ง ใกล้เคียงกับที่ Market Consensus คาด ขณะที่ ADP ได้มีการปรับตัวเลขการจ้างงาน ในเดือน ก.พ. เป็นเพิ่มขึ้น 486,000 ตําแหน่ง (เดิมรายงานว่า เพิ่มขึ้น 475,000 ตําแหน่ง) โดยภาคบริการมีการจ้างงานเพิ่ม 377,000 ตําแหน่ง และภาคการผลิตมีการจ้าง งานเพิ่ม 78,000 ตําแหน่ง / สํานักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณ สํารองน้ํามันดิบสหรัฐฯ ลดลง 3.4 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล) สอดคล้อง กับที่สถาบันปิโตรเลี้ยมอเมริกา (API) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมน้ํามันของสหรัฐฯ รายงานก่อนนหน้านี้ นอกจากนี้ EIA รายงานปริมาณสํารองน้ํามันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา (จุดส่งมอบสัญญาน้ํามันดิบ ล่วงหน้าของสหรัฐฯ) ลดลง 1 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณสํารองน้ํามันสําเร็จรูปเพิ่มขึ้น โดยปริ้มาณสํารอง น้ํามันเบนซินเพิ่มขึ้น 800,000 บาร์เรล (คาดลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล) และปริมาณสํารองน้ํามันกลั่น (ฮีตติ้งออยล์และน้ํามันดีเซล) เพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรล (คาดลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล)
• มุมมองทางเทคนิค – หุ้นแนะนําปัจจัยทางเทคนิค เราเลือก PTTEP SPRC และ MAKRO
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








