KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุน - เราคาดว่า SET สัปดาห์นี้ (21 ถึง 25 มี.ค.) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,660-1,705 จุด (แนวรับ 1,660-1,650 จุด / แนวต้าน 1,685-1,705) โดย SET สัปดาห์ที่ผ่านมา ปิดที่ 1,678.51 จุด เพิ่มขึ้น 20.5 จุด (+1.24%) มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 8.44 หมื่นล้านบาทต่อวัน ลดลง 26%WoW ตลาด ได้รับแรงหนุนหลังการประชุม FOMC จากถ้อยแถลงของประธานเฟดที่เชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคง แข็งแกร่ง ประกอบกับรัสเซีย ชําระดอกเบี้ยพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์จํานวน 2 ฉบับ วงเงิน 117 ล้าน เหรียญ (17 มี.ค.) ช่วยให้รัสเซียรอดพ้นจากการผิดนัดชําระหนี้ อย่างไรก็ตามเรามอง SET ยังมีความ เสียงในระยะอันใกล้จาก Bond Yield Spread 2x10 ปี ที่เหลือเพียง 20bps และเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นใน อัตราเร่ง เพิ่มน้ําหนักต่อการที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 50bps ในการประชุมเดือน พ.ค. รวมไปถึงการ กําหนดแนวทางการทํา QT ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดัน SET ในช่วงที่เหลือของเดือน มี.ค. และเดือน เม.ย. กลยุทธ์การลงทุน เน้นลงทุนหุ้นในกลุ่มธนาคาร (KBANK (BK:KBANK) BBL SCB และ TTB) กลุ่มเครื่องดื่ม (OSP และ CBG) รวมไปถึงหุ้นในกลุ่ม Defensive ที่เราแนะนําก่อนหน้านี้ (BH BDMS INTUCH ADVANC BEM HMPRO CPALL (BK:CPALL) และ MAKRO) ขณะที่การฟื้นตัวของราคาน้ํามันดิบ เราแนะนําเป็นเพียงการเก็ง กําไร เท่านั้น โดยเลือก PTTEP PTT (BK:PTT) BCP และ SPRC เป็นหุ้นเด่น ตลาดหุ้นนิเคอิของญี่ปุ่น หยุดทําการซื้อขาย เนื่องในวันวสันตวิษุวัต Trading Ideas: กกพ. เห็นชอบ ปรับเพิ่มค่า Ft อีก 24.77 สตางค์ต่อหน่วย เลือก BGRIM GPSC GULF และ BPP เป็นหุ้นเด่น - คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (กกพ.) ล่าสุด มีมติให้ปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) สําหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือน พ.ค. ถึง ส.ค. 65 โดยให้เรียกเก็บที่ 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่า Ft อยู่ที่ 23.38 สตางค์ต่อหน่วย ทําให้ค่าไฟฟ้าในรอบเดือน พ.ค. ถึง ส.ค. เป็น 4.00 บาทต่อ หน่วย แม้จะมีการปรับค่า Ft ต่อเนื่อง แต่ค่า Ft ล่าสุด ยังต่ํากว่าค่า Ft ที่สะท้อนต้นทุนจริงอยู่มาก (ค่า Ft ที่ สะท้อนค่าใช้จ่ายจริงอยู่ที่ 129.9 สตางค์ต่อหน่วย) ซึ่งการปรับค่า Ft ในรอบเดือน ก.ย. ถึง ธ.ค. 65 และ เดือน ม.ค. ถึง เม.ย. 66 มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มอีกรอบละ 47.3 สตางค์ต่อหน่วย ความเห็น - ประเด็นดังกล่าว เรามองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่มีรายได้จากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมสูง แม้ผล ประกอบการระยะสั้น ยังมีแรงกดดันความสามารถในการทํากําไรขั้นต้นที่ลดลง จากการปรับเพิ่มของต้นทุน เชื้อเพลิงกว่า 25% ถึง 30% แต่การคาดหมายการปรับค่า Ft ต่อเนื่อง จะเป็นบวกต่อรายได้ ประกูอบกับการ เริ่มดําเนินการผลิตของโรงไฟฟ้าใหม่ จะทําให้กําไรสุทธิในช่วงที่เหลือของปี 2565 ของกลุ่มไฟฟ้าฟื้นตัวอย่าง ค่อยเป็นค่อยไป เรามองเป็นบวกกับหุ้นในกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะ BGRIM GPSC GULF และ BPP
• ภาพรวมการลงทุนมีความเสียงกดดันในช่วง 6 สัปดาห์ข้างหน้า เราประเมินกรอบ SET โดยให้แนวรับ 1,620 จุด แนวต้าน 1,660-1,680 จุด - เรามอง 2 ปัจจัยเสี่ยงที่จะกดดันภาพรวมการลงทุนในระยะอันใกล้จาก (1) Spread 2/10 ปี ของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่แคบลง ปัจจุบันเหลือเพียง 21bps เสียงต่อการเกิดภาวะ Inverted Yield Curve ซึ่งเป็น Leading Indicator ของวิกฤตเศรษฐกิจ และ (2) การ เร่งตัวของภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะรายงาน PCE และ CPI ในเดือน มี.ค. (มีกําหนดรายงานในเดือน เม.ย. 65) จะสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงที่เร่งตัวขึ้นมากในช่วง มี.ค. 65 เพิ่มน้ําหนักต่อการที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อีก 50bps ในการประชุม FOMC ที่มีกําหนดประชุมรอบต่อไปวันที่ 3-4 พ.ค. โดยในการประชุม FOMC เดือน พ.ค. จะมีการพูดถึงรายละเอียดการทํา QT มุมมองของเรา แม้การประชุมเฟดล่าสุด เฟดจะส่ง สัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทุกครั้งในการประชุมที่เหลือของปี 2565 แต่เรามีมมมองที่ว่าเฟดจะเร่งขึ้น ดอกเบี้ยในช่วง 6M65 ขึ้นไปที่ระดับ 1.09% ก่อนทยอยปรับเพิ่มในช่วงที่เหลือของปี และทําให้อัตราดอกเบี้ย นโยบาย ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1.75% ด้านการปรับลดขนาดงบดุล เพื่อดูดซับสภาพคล่อง หรือการทํา QT ซึ่ง ปัจจุบัน US Current Balance sheet อยู่ที่ 8.9 ล้านล้านเหรียญ กรณี Base case คาดว่าจะลดลงเหลือ 8.5 ล้านล้านเหรียญ ภายในสิ้นปี 2565 และลดลลงเหลือ 7.7 และ 7.0 ล้านล้านเหรียญ ภายในสิ้นปี 2560-2567 แต่กรณีแย่สุดจะลดลงเหลือ 7.3 ล้านล้านเหรียญ ภายในสิ้นปี 2565 และลดลงเหลือ 6.0 และ 5.0 ล้านล้านเหรียญ ภายในสิ้นปี 2566-2567 ถือเป็นความเสียงกดดัน Sentiment การลงทุนในช่วงที่เหลือ ของเดือน มี.ค. และเดือน เม.ย. เราประเมินกรอบ SET ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยให้แนวรับ 1,590-1,620 จุด และแนวต้าน 1,660-1,680 จุด สัปดาห์นี้ยังต้องติดตามสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน และการประกาศดอกเบี้ย LPR ของจีน (21 มี.ค.) - ประเด็นที่น่าติดตามสัปดาห์นี้ ยังคงอยู่ที่ สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน และสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในและ ต่างประเทศ ขณะที่ประเด็นทางด้านเศรษฐกิจมีไม่มาก เหมือน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเพียงไทย ให้ติดตาม ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือน ก.พ. ขณะที่ต่างประเทศ ติดตามรายงานอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือน มี.ค. ของจีน (21 มี.ค.) รายงานดัชนี PMI เดือน มี.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน (24 มี.ค.) รายงานดัชนี PMI ภาคบริการของญี่ปุ่น (24 มี.ค.) และรายงาน CPI เดือน มี.ค. ญี่ปุ่น (25 มี.ค.) มุมมองทางเทคนิค - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,665 - 1,690 จุด / หุ้นแนะนําปัจจัย ทางเทคนิค เราเลือก SIRI BBL และ CRC
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








