KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas: • ภาพรวมการลงทุน - เราคาดว่า SET วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,670-1,705 จุด เราคาดว่า SET จะ เคลื่อนไหวในกรอบ Sideway หลังตอบรับเชิงบวกจากผลการประชุมเฟดล่าสุด และความคาดหวังต่อ การที่ทางการจีนจะดําเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่า SET มีโอกาสปรับ ฐานลงในระยะอันใกล้ จากมุมมองของเฟดที่คาดว่าจะเริ่มทํา QT ในรอบการประชุมเดือน พ.ค. ขณะที่ เราเชื่อว่าเฟดจะมีการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วง 2Q65 (เฟดจะมีการประชุม FOMC อีก 2 ครั้ง ในช่วง 2Q65 คือ 3-4 พ.ค. และ 14-15 มิ.ย.) เพื่อลดผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัว กลยุทธ์การ ลงทุน เราเลือกลงทุนเฉพาะหุ้นที่มี Valuation น่าสนใจ และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเฉพาะหุ้นที่ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เราเลือก AOT (BK:AOT) BAFS MINT และ SHR เป็นหุ้นเด่น รวมไปถึงหุ้นในกลุ่ม Defensive ที่เราแนะนําก่อนหน้านี้ ได้แก่ BH BDMS INTUCH ADVANC BEM HMPRO CPALL (BK:CPALL) และ MAKRO ขณะที่การฟื้นตัวของราคาน้ํามันดิบ เราแนะนําเป็นเพียงการเก็งกําไร เท่านั้น โดยเลือก PTTEP PTT (BK:PTT) BCP และ SPRC เป็นหุ้นเด่น Trading Ideas: ติดตาม ศบค์ ชุดใหญ่ ผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด เพื่อเปิดรับชาวต่างชาติเพิ่ม เรามอง เป็นบวกต่อ AOT BAFS MINT และ SHR - ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เตรียมเสนอที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.ชุดใหญ่ วันนี้ (18 มี.ค.) พิจารณาปรับ มาตรการการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในการเดินทางเข้าประเทศใหม่ โดยจะมีการยกเลิกการตรวจ RT-PCR ก่อนเข้าประเทศ 72 ชั่วโมง และเมื่อเดินทางมาถึงให้ตรวจครั้งที่ 1 ด้วย RT-PCB และครั้งที่ 2 ด้วย ATK (เดิม ตรวจ RT-PCR ใน 72 ชั่วโมง ก่อนมาถึงไทย หลังเดินทางมาถึงให้ตรวจซ้ําครั้งที่ 1 ด้วย RT-PCR และ ครั้งที่ 2 ด้วย ATK) ขณะที่ภาคเอกชนที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะยกเลิกมาตรการ Test & Go การ ตรวจ RT-PCR ให้ตรวจก่อนเข้าประเทศ แต่เมื่อเดินทางเข้ามาในประเทศแล้วให้ตรวจแบบ ATK เพื่อให้คน ไทยและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศสะดวกขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันโรคที่ยอมรับได้ ขณะที่การตรวจ เชื่อในวันที่ 5 ที่เดินทางเข้ามาจะปรับเป็นข้อแนะนําในการส่งผลตรวจผ่านแอปพลิเคชัน รวมไปถึงปรับมาให้ ผู้เดินทางเข้าประเทศแสดงวัคซีนพาสปอร์ต (Vaccine Passport) หรือหลักฐานการฉีดวัคซีน 2 เข็ม ก่อนเข้า ประเทศเท่านั้น การปรับมาตรการการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในการเดินทางเข้าประเทศใหม่ จะทําให้ เป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศในปี 2565 ที่ 5.6-6.0 ล้านคน มีความเป็นไปได้ มากขึ้น ประเด็นดังกล่าว เรามองเป็นบวกต่อ (1) หุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวกับธุรกิจการบิน (Aviation Business) ได้แก่ AOT BAFS AAV และ BA และ (2) หุ้นในกลุ่มโรงแรม ได้แก่ MINT ERW CENTEL และ SHR กกพ. เห็นชอบ ปรับเพิ่มค่า Ft อีก 24.77 สตางค์ต่อหน่วย เลือก BGRIM GPSC และ GULF เป็นหุ้นเด่น - สํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษกกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผย ว่า ที่ประชุม กกพ. วานนี้มีมติให้ปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สําหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบ เดือน พ.ค.-ส.ค.65 โดยให้เรียกเก็บที่ 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 23.38 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 4.00 บาทต่อหน่วย ขณะที่แนวโน้มราคาเชื้อเพลิงที่ปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่าน มา ทําให้คาดว่าการปรับค่า Ft ยังคงมีต่อเนื่อง โดยในรอบ ก.ย. ถึง ธ.ค. คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอีก 64.83 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 4.6483 บาทต่อหน่วย และ รอบเดือน ม.ค. ถึง เม.ย. 66 จะปรับเพิ่มอีก 110 สตางค์ ต่อหน่วย เป็น 5.7483 บาทต่อหน่วย ความเห็น - เรามองเป็นบวกกับหุ้นในกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะ BGRIM GPSC GULF EA la BPP
• ราคาน้ํามันดิบกลับมาฟื้นตัว แนะเพียงเก็งกําไร เลือก PTTEP PTT BCP และ SPRC เป็นหุ้นเด่น - สัญญา น้ํามันดิบ WTI ส่งมอบเดือน เม.ย. ปิดที่ 102.98 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 7.94 เหรียญ (;8.35%) ตอบรับ ภาวะอุปทานตึงตัว หลังสํานักงานพลังงานสากล (IEA) รายงานเตือนภาวะตึงตัวในตลาดน้ํามัน เป็นผลจาก การที่สหรัฐฯ และชาติตะวันตกออกมาตรการคว่ําบาตรต่อรัสเซีย ส่งผลให้รัสเซียไม่สามารถส่งออกน้ํามันดิบ และ Petroleum Product ประมาณ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เดือน เม.ย. 65 ขณะที่ IEA คาดว่า Demand น้ํามันจะลดลงเพียง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้เราเชื่อว่าราคาน้ํามันดิบตามปัจจัยพื้นฐานควรจะอยู่ในกรอบ 80-90 เหรียญต่อบาร์เรล ในช่วง 1Q65 แต่การปรับเพิ่มของราคาน้ํามันดิบที่เกินกว่ากรอบปัจจัยพื้นฐานเป็น ผลจาก Geopolitics โดยเฉพาะสถานการณ์ความไม่แน่นอนของรัสเซีย-ยูเครน รวมไปถึงมาตรการคว่ําบาตร ต่อรัสเซียของสหรัฐฯ และชาติตะวันตก นอกจากนี้สัญญาน้ํามันดิบยังได้ปัจจัยบวกจากทางการจีนเตรียมออก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และคาดว่าจีนจะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังจากที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ราย ใหม่มีจํานวนลดลง เราเชื่อว่าราคาน้ํามันดิบยังคงผันผวน แต่การฟื้นตัวของราคาน้ํามันดิบอย่างมีนัยสําคัญ จะทําให้หุ้นในกลุ่ม Upstream และโรงกลัน กลับมามีความน่าสนใจในการลงทุน ได้แก่ PTTEP PTT BCP และ SPRC ติดตามการประชุม BOE และ BOI วันที่ 18 มี.ค. - ปัจจัยสําคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ (1) สถานการณ์ ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน (2) สถานการณ์โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ (3) การประชุมธนาคาร กลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารญี่ปุ่น (BOI) วันที่ 18 มี.ค. และ (4) ดัชนีราคาผู้บริโภค เดือน ก.พ. ของ ญี่ปุ่น (18 มี.ค.) มุมมองทางเทคนิค – หุ้นแนะนําปัจจัยทางเทคนิค เราเลือก STA MTC และ GPSC
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








