KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ท่าทีของ BOE ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% พร้อมแสดงสัญญาณ การใช้นโยบายการเงินตึงตัวที่เบาลง เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับ Fed และ เชื่อว่าน่าจะเป็นทิศทางเดียวกันของธนาคารกลางในประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่ง จะใช้นโยบายการเงินตึงตัวอย่างระมัดระวัง ทั้งนี้เป็นผลมาจากผลกระทบเชิง เศรษฐกิจจากการสู้รบ ยูเครน-รัสเซีย ล่าสุด IMF ให้ความเห็นว่าจะมีการปรับ ลดคาดการณ์GDP Growth ของโลกปี 2565 ลง ส่วนบ้านเรา ธปท. ก็แสดง ท่าทีชัดเจนว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่่า ส่วนการปรับลด GDP ส่วนใหญ่ลง มาอยู่บริเวณ 3% ส่าหรับ Fund Flow ยังเห็นการไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อ YTD ต่างชาติ ซื้อสุทธิ 9.7 หมื่นล้านบาท ต้นทุนที่SET Index 1686 จุด
คาด SET Index ยังบวกได้ต่อแต่น่าจะเบาลงแนวต้านที่บริเวณ 1685-1690 จุด ส่นแนวรับ 1668 จุด พอร์ตจ่าลอง ให้ขายหุ้น SCC (น้่าหนัก 10%) ซื้อ INSET และ GPSC อย่างละ 5% Top Pick เลือก AOT (BK:AOT), GPSC และ INSET
ประธานาธิบดียูเครนเตรียมเจรจากับประธานาธิบดีรัสเซีย หนุนตลาดการเงินเริ่ม เข้าสมดุลใหม
สัญญาณความคืบหน้าการเจรจาระหว่างรัสเซียและยูเครนยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดย ภายหลังจากที่การเจรจาในรอบก่อนๆ เป็นการเจรจาในระดับเจ้าหน้าที่ และรัฐมนตรี ต่างประเทศ ขณะที่กระแสข่าวล่าสุดชี้ว่าอาจมีการเจรจาโดยตรงระหว่าง ประธานาธิบดียูเครนกับประธานาธิบดีรัสเซีย ความคาดหวังดังกล่าวท าให้สินทรัพย์ เสี่ยง อย่างตลาดหุ้นกลับมาฟื้นตัวเด่นในหลายภูมิภาคอีกครั้ง อาทิ เช่น ยุโรปปรับขึ้น แรง 1-2%, สหรัฐปรับขึ้น 1-2%, เอเชียเช้านี้บวก 1-7% สวนทางกับทองค าที่ปรับตัว ลงเหลือ 1941 ออนซ์/USD ขณะที่ราคาน้ ามันดิบ Brent แม้กลับมาปรับเพิ่มขึ้น แต่เกิด จากปัจจัยเฉพาะตัว หลัง IEA รายงานว่าการคว่ าบาตรการส่งออกน้ ามันของรัสเซียจะ ส่งผลให้น้ ามันดิบหายไปจากตลาดวันละ 3 ล้านบาร์เรล ในเดือน เม.ย. 2565 แต่ราคา น้ ามันดิบ Brent ยังอยู่ต่ ากว่าจุดสูงสุดในเดือน มี.ค. 65 ที่ระดับ 139 เหรียญ/ บาร์เรล โดยจากการตอบสนองของตลาดการเงินข้างต้น บ่งบอกว่าตลาดการเงินมีแนวโน้ม ปรับตัวเข้าหาจุดสมดุลใหม่ และตลาดน่าจะผ่านพ้นช่วงที่ผันผวนที่สุดไปแล้ว สะท้อน จาก ตลาดหุ้นฟื้นตัวจากจุดต่ าสุด, ราคาน้ ามันและราคาทองค าปรับลดลงจากจุดสูงสุด นับตั้งแต่รัสเซียเข้าปฎิบัติการทางทหารในยูเครน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการตอบสนองของตลาดการเงินโลกต่อประเด็นรัสเซีย-ยูเครนจะ ผ่อนคลายลงบ้างแล้ว แต่ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าผลกระทบของการคว่ าบาตรยังคงต้อง ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป เนื่องจากรัสเซียถูกทั่วโลกคว่ าบาตรจากการปฎิบัติการทาง ทหารในยูเครน ทั้งจากประเทศอื่นๆ (รัฐบาล) และบริษัทเอกชนหลายแห่ง โดยประเทศ อื่นๆได้เน้นคว่ าบาตรภาคการเงินของรัสเซียมากที่สุด ขณะที่บริษัทเอกชนจะเน้นคว่ า บาตรภาคยานยนต์, สินค้าอุปโภคบริโภค, การเงิน, พลังงาน, เทคโนโลยี เป็นหลัก
หากการคว่ าบาตรข้างต้นมีผลยืดเยื้อต่อไป อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจรัสเซีย และ เศรษฐกิจของประเทศอื่นๆได้ รวมถึงสร้างความท้าทายของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โลกในปี 2565 ที่ IMF เคยประเมินไว้ว่าจะขยายตัว 4.4%yoy ได้อีกด้วย
ความเสี่ยงรัสเซียยูเครน ลดท่าทีการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ความเสี่ยงส าคัญจากความขัดแย้งของรัสเซียและยูเครนก็คงจะหนีไม่พ้น การสร้าง ความวิตกกังวลต่อบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคและการลงทุนของภาค ธุรกิจ รวมไปถึงผลกระทบของการคว่ าบาตรในภาคต่างๆของรัสเซีย (ดังที่กล่าวไป) ความเสี่ยงข้างต้นอาจสร้างความไม่แน่นอนให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในบางประเทศ ได้ ดังนั้น ASPS จึงมองว่าธนาคารกลางของหลายๆประเทศจะเริ่มปรับนโยบายการเงิน ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมากขึ้น จากที่เคยเน้นลดแรงกดดันด้านราคา เป็นหลัก เช่น
-
สหรัฐ: ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 0.5% ตามคาด พร้อมส่งสัญญาณจะขึ้นอีกประมาณ 6 ครั้ง และจะเริ่มปรับลด ขนาดงบดุล (Balance Sheet Reduction) ดุลในการประชุมครั้งถัดไป โดย สัญญาณนโยบายข้างต้น สอดคล้องกับที่คาดกการณ์ไว้ สะท้อนว่า Fed ไม่ได้มี ท่าทีเร่งรัดการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือลดงบดุล เหมือนช่วงที่ผ่านมา
-
อังกฤษ: ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 0.5% เป็น 0.75% แต่ BOE ได้ส่งสัญญาณว่าอาจด าเนินนโยบายโดยค านึงถึงเศรษฐกิจมากขึ้น (ก่อนหน้า BOE ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลอเงินเฟ้อ) เพราะความเสี่ยงรัสเซียยูเครนอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ด้วย
-
ไทย: ASPS เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยไทยไม่จ าเป็นต้องขยับตามสหรัฐ โดยคาด ไทยจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ าที่ 0.5% ต่อไปตลอดปี 2565 สอดคล้องกับ มุมมองของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หลังนายปิติ ดิษทัต ผู้ช่วยผู้ว่า การ ธปท. กล่าวว่า “อัตราดอกเบี้ยต่ ายังมีความเป็นต่อการดูแลเศรษฐกิจ” จากค ากล่าวของรองผู้ว่า ธปท. ล่าสุดนับเป็นการตอกย้ าว่าไทยจะคงอัตรา ดอกเบี้ยต่อไป
ต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทย จนเริ่มเข้าใกล้ทุนเฉลี่ย 1686 จุด หุ้นเด่นแนะน่า GPSC, AOT, INSET
ประเด็นรัสเซีย ยูเครนผ่อนคลายตามล าดับ หนุนเม็ดเงินกลับมาไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่ต่างชาติซื้อสุทธิวันก่อนหน้า 6.3 พันล้านบาท ซื้อสุทธิวานนี้อีก 7.1 พันล้านบาท จนตลอดทั้งเดือน มี.ค. 65 (mtd) มียอดซื้อสุทธิสะสม 2.0 หมื่นล้าน บาท สูงสุดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค
หากพิจารณาค้นหาต้นทุนสะสมของต่างชาติเปรียบเทียบกัย SET Index ตั้งแต่ต้นปี พบว่า ณ วันที่ 8 มี.ค. 65 ช่วงความกังวลประเด็นรัสเซีย - ยูเครน กดดัน SET Index ปรับฐานเหลือ 1580 จุด ต่างชาติเคยขาดทุนสะสมมากสุดราว 4 พันล้านบาท หรือราว -4.7% (จากการซื้อสะสม 8.4 หมื่นล้านบาท ytd) แต่ดัชนีค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาอยู่ที่ 1681 จุด ณ วันที่ 17 มี.ค. 65 และต่างชาติยังเดินหน้าซื้อสะสมต่อเนื่อง 9.7 หมื่นล้านบาท ytd จนเหลือขานทุนเพียง 2 ร้อยล้านบาท หรือ -0.2%
ฝ่ายวิจัยฯ เคยน าเสนอ ความสัมพันธ์ระหว่าง Fund Flow กับผลตอบแทนรายปีของ SET Index พบว่า ปีไหนก็ตามที่ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย ปีนั้น SET Index ให้ ผลตอบแทนเป็นบวกเสมอ เช่นปี 2009 2016 2012 2016 เป็นต้น
ดังนั้นปัจจุบันหาก Fund Flow ไหลเข้าต่อ คาดว่า SET Index ยังมีโอกาสที่จะขยับ ตัวขึ้นต่อได้ แต่การปรับตัวขึ้นอาจจะไม่ได้รวดเร็วเหมือนกับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET 1661 – 1685 จุด กลยุทธ์แนะน าหุ้น ขนาดใหญ่ราคา Laggard มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว อย่าง GPSC, AOT และหุ้น Hot Stock Pick เด่นน่าลงทุน INSET เป็น Top pick ในวันนี้
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities








