KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas: • ภาพรวมการลงทุน - เราคาดว่า SET สัปดาห์นี้ (21-25 ก.พ. 2565) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,680 - 1,705 จุด คาดวันนี้ SET จะมีแรงซื้อกลับ ในลักษณะ Technical Rebound หลังวานนี้ตลาดตอบรับเชิงลบต่อสถานการณ์ความไม่แน่นอนในยูเครน โดยเฉพาะสัญญาณในตลาด Commodity ในช่วงท้าย ตลาด ที่ราคาน้ํามันดิบปรับลดช่วงบวกลง ขณะที่ราคาทองคําปรับลดลงในช่วงท้ายตลาด อย่างไรก็ตาม เรามองว่าสถานการณ์ความไม่แน่นอนกรณียูเครน จะยังทําให้ราคาน้ํามันดิบผันผวน แต่เราประเมินว่า หุ้นในกลุ่ม, Oil Play จะได้ประโยชน์ แต่เราประเมินว่าไม่มาก โดยฐานราคาน้ํามันดิบที่สูง จะกลับมา กดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และจะกระทบความต้องการใช้น้ํามันดิบในระยะต่อไป แต่จะกระทบหุ้นใน กลุ่มได้รับผลกระทบจากราคาน้ํามันดิบที่ปรับเพิ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ กลุ่ม โรงไฟฟ้า (ที่มีสัดส่วนรายได้จาก SPP สูง) และกลุ่มธุรกิจการบิน และ (2) กลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม จากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบและราคาสินค้า ได้แก่ กลุ่มอสังหาฯ รับเหมาก่อสร้าง ยานยนต์ นิคมอุตสาหกรรม ร้านอาหาร เกษตร และกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ประเด็นที่น่าติดตาม สัปดาห์นี้ ประเด็นอยู่ที่ การรายงาน PCE และ Core PCE Price Index สหรัฐฯ วันที่ 25 ก.พ. ซึ่งเป็น ดัชนีเงินเฟ้อที่ Fed ให้น้ําหนักในการกําหนดทิศทางการดําเนินนโยบายการเงิน รวมไปถึงการรายงาน อัตราเงินเฟ้อ เดือน ม.ค. ของยูโรโซน (23 ก.พ.) , Trading Ideas: ปัญหา Supply Chain กลับมามีน้ําหนัก หลังกรณียูเครนถูกยกระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้น เลือก SONIC PSL และ RCL เก็งกําไรระยะสั้น - จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในกรณีความขัดแย้งรัสเซีย และยูเครน ที่ถูกยกระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลังผู้นํารัสเซียประกาศรับรอง สถานการณ์เป็นรัฐ อิสระของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ ในแคว้นดอนบาส ทางภาค ตะวันออกของยูเครน ส่งผลให้เกิดความผันผวนของตลาด Commodity แต่เราให้น้ําหนักความเป็นไปได้ว่า หากสถานการณ์ดังกล่าวยืดเยื่อ จะส่งผลกระทบต่อ Supply Chain ทั่วโลกอีกครั้ง โดยเฉพาะการขนส่งทาง เรือ โดยปัจจุบันค่าระวางเรือ (BDI Index) ปรับเพิ่มกว่า 14% ในรอบ 3 วันทําการที่ผ่านมา สะท้อนถึงความ กังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกเริ่มกลับมาเปิดการค้าขายกันมากขึ้น ประเด็นดังกล่าว เรามองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มขนส่งทางเรือ ได้แก่ PSL RCL และ TTA และกลุ่ม Logistic ได้แก่ SONIC WICE III lay JWD
ครม. เห็นชอบปรับลดภาษีรถไฟฟ้า และทยอยปรับเพิ่มภาษีรถ ICE เราเลือก EA BPP OR BCPG และ PACO เป็นหุ้นเด่น - ครม. เห็นชอบปรับลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร สําหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี สําเร็จรูป (CBU) ประกอบสําเร็จรูปนําเข้าทั้งคัน ที่ได้รับสิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรภายใต้ความตกลงเขต การค้าเสรี (FTA) และการนําเข้าทั่วไปในปี 2565-2566 ดังนี้ (1) ราคาขายปลีกแนะนําไม่เกิน 2 ล้านบาท กรณีใช้สิทธิ FTA อัตราภาษีไม่เกิน 40% ให้ยกเว้นภาษี / กรณีใช้สิทธิ FTA อัตราภาษีเกิน 40% ให้ลดลงอีก 40% / กรณีนําเข้าทั่วไป อัตราภาษี 80% ให้ลดลงเหลือ 4096 และ (2) ราคาขายปลีกตั้งแต่ 2-7 ล้านบาท กรณีใช้สิทธิ FTA อัตราภาษีไม่เกิน 20% ให้ยกเว้นอากร / กรณีใช้สิทธิ FTA อัตราภาษีเกิน 20% ให้ลดลงอีก 20% / อัตราภาษีนําเข้าทั่วไป ลดลงเหลือไม่เกิน 60% รวมถึงเห็นชอบการทยอยปรับอัตราภาษีสรรพสามิต รถยนต์ประเภทรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE: Internal Combustion Engine) และรถ Hybrid ทั้งในรูปแบบ HEV (Hybrid Electric Vehicle) และ PHEV (Parallel Hybrid Electric Vehicle)ให้ เหมาะสม โดยกําหนดอัตราภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได 3 ช่วง ได้แก่ ปี พ.ศ. 2569 พ.ศ. 2571 และ พ.ศ. 2573 ตามลําดับ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการผลิต รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์/ชิ้นส่วน สําคัญของรถยนต์ และปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ประเภท BEV จาก 8% เหลือ 2% ทั้งนี้มาตรการ ด้านภาษีดังกล่าวจะเป็นการส่งเสริมการใช้และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ตามแผน คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เรามองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้น 4 กลุ่มผู้ผลิตที่ เกี่ยวกับ EV Car ประกอบไปด้วย (1) กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบ EV ได้แก่ EPG TKT FPI PACO AH HFT PCSGH และ TRU (2) กลุ่มสถานีชาร์ต ได้แก่ PTT (BK:PTT) OR BCP CPALL (BK:CPALL) FORTH EA และ DELTA (3) กลุ่ม ผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิทียมไอออน ได้แก่ DELTA EA GPSC BANPU BPP และ BCPG และ (4) กลุ่มผู้ผลิต แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ KCE HANA และ DELTA บทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานวันนี้ - Company Update: GFPT และ CBG Company Update: GFPT (ซื้อ., ราคาเป้าหมาย 14.50 บาท) คาดผลประกอบการ 1Q65 ฟื้นตัว YoY และ QoQ - 4 ปัจจัยบวก หนุนกําไรสุทธิปี 2565 (1) กําลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น (2) ดีมานด์ไก่เพิ่มขึ้น จากการเป็น สินค้าทดแทนหมู (3) ราคาเนื้อสัตว์ที่ปรับตัวดีขึ้น และ (4) ดีมานด์จากต่างประเทศที่ฟื้นตัว ต้นทุนอาหาร สัตว์ และค่าใช้จ่ายด้านส่งออก เป็นปัจจัยกดดัน แต่ภาพรวมทั้งปี 2565 ยังเชื่อว่ากําไรสุทธิเติบโต 387%YoY แนวโน้มกําไรสุทธิ 1Q65 ฟื้นตัว YoY และ QoQ ทั้งจากการส่งออกและยอดขายในประเทศ ประกาศจ่ายเงิน ปันผล 0.10 บาทต่อหุ้น XD 7 มี.ค. จ่าย 28 เม.ย. แนะนํา “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายใหม่ 14.50 บาท มุมมองทางเทคนิค - หุ้นแนะนําปัจจัยทางเทคนิค เราเลือก BDMS HMPRO และ SMD
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








