ราคา Bitcoin วันนี้: ดิ่งต่ํากว่า $71k เมื่อการเทขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกกระทบสินทรัพย์เสี่ยง
-
Fed Funds Target Range
Actual: 0.00-0.25% Previous: 0.00-0.25%
KTBGM: 0.00-0.25% Consensus: 0.00-0.25%
-
-
คณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติให้ “คง” อัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% และประกาศยุติการซื้อสินทรัพย์ (คิวอี) ในต้นเดือนมีนาคม หลังเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งมากขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายของเฟด ทำให้เฟดมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปมีความเหมาะสม
-
-
-
ทั้งนี้ ประธานเฟดระบุว่า ปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นและอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด อาจทำให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยขึ้นดอกเบี้ยได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
-
-
-
เราปรับมุมมองว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยได้ 4 ครั้งในปีนี้ แต่มีความเสี่ยงที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยได้มากกว่าคาด หากเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งต้องจับตาปัญหา Supply Chain รวมถึงแรงหนุนเงินเฟ้อจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ส่วนการลดงบดุล เราคาดว่า เฟดอาจเริ่มสื่อสารกับตลาดที่ชัดเจนมากขึ้นในการประชุมครั้งถัดไปและอาจเริ่มลดงบดุลได้ในไตรมาสที่ 3 หรืออย่างเร็วสุดในไตรมาสที่ 2
-
-
-
หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยได้มากกว่าคาด อาจหนุนเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและกดดันค่าเงินบาทในระยะสั้นได้ นอกจากนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยก็อาจเผชิญแรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ยเฟดมากขึ้นและมีโอกาสที่จะเห็นเสียงโหวตสนับสนุนขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้
-
-
-
Next FOMC Decision: Mar 17 2022 (1 AM BKK)
-
คณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติให้ “คง” อัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25%
-
FOMC มองกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานเดินหน้าฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้ว่าการระบาดของ Delta ที่ผ่านมาทำให้การฟื้นตัวเศรษฐกิจชะลอลงมาบ้าง อย่างไรก็ดี ในการประชุมครั้งนี้ FOMC ปรับมุมมองเรื่องเงินเฟ้อใหม่ โดยมองว่า เงินเฟ้อนั้นอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ 2% ทำให้ FOMC มองว่าการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปมีความเหมาะสมมากขึ้น ทั้งนี้ เฟดจะจับตาแนวโน้มเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดและจะปรับนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในอนาคต
-
นอกจากนี้ FOMC ส่งสัญญาณพร้อมยุติการซื้อสินทรัพย์หรือคิวอีในเดือนมีนาคม โดยในเดือนกุมภาพันธ์ เฟดจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลเดือนละ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ และซื้อ Agency MBS 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเฟดเชื่อว่าการซื้อสินทรัพย์ในระดับดังกล่าวจะช่วยหนุนสภาพคล่องในตลาดและช่วยให้สภาวะตลาดการเงินโดยรวมยังคงผ่อนคลายและช่วยหนุนการกระจายสินเชื่อไปสู่ภาคธุรกิจและครัวเรือนอย่างทั่วถึง
-
ทั้งนี้ในส่วนการแถลงของประธานเฟด ประธานเฟดได้ส่งสัญญาณว่า “เฟดอาจสามารถเร่งขึ้นดอกเบี้ย” ได้หากเงินเฟ้อยังเป็นปัญหาสำคัญ นอกจากนี้ ประธานเฟดไม่ได้ปฏิเสธถึงความเป็นไปได้ที่ เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยได้มากกว่า 0.25% ในการประชุมแต่ละครั้ง ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวของประธานเฟดได้ส่งผลให้ตลาดการเงินพลิกกลับมาปิดรับความเสี่ยงและหนุนให้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นไม่น้อยกว่า 8bps ส่วนประเด็นการลดงบดุลนั้น ประธานเฟดระบุว่า การลดงบดุลจะเกิดขึ้นหลังการขึ้นดอกเบี้ย โดยจะเป็นการทยอยให้ตราสารหนี้ในงบดุลเฟดทยอยครบกำหนดอายุ คล้ายกับการลดงบดุลในอดีตที่ผ่านมา
ท่าทีของเฟดที่มีกังวลปัญหาเงินเฟ้อมากขึ้น ทำให้เรามองว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งและอาจขึ้นได้มากกว่านั้น หากเงินเฟ้อยังเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง
-
เรามองว่า เฟดเริ่มมั่นใจแนวโน้มการฟื้นตัวตลาดแรงงานมากขึ้น โดยเฟดอาจมองว่าตลาดแรงงานอาจมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างหลังวิกฤติ COVID-19 หรือเกิดภาวะการลาออกครั้งใหญ่ (Great Resignation) ซึ่งทำให้การจ้างงานในปัจจุบันมีความแข็งแกร่งมาก ทำให้เฟดเหลือประเด็นเงินเฟ้อที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยหากพิจารณาว่าเฟดใช้เงินเฟ้อเฉลี่ย (Flexible Average Inflation Targeting) จะพบว่าเฉลี่ยเงินเฟ้อในช่วง 1 ปี 2 ปี หรือ 5 ปี อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยก็ปรับตัวขึ้นสูงกว่าเป้าหมายของเฟด ดังนั้น เฟดจึงสามารถทยอยขึ้นดอกเบี้ยได้ เพื่อลดความคาดหวังเงินเฟ้อของตลาดและผู้บริโภคลง โดยเรามองว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยราว 4 ครั้ง ในการประชุมแต่ละไตรมาส แต่หากเงินเฟ้อยังได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจและปัญหา Supply Chain ที่ยืดเยื้อ จนทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด เราเชื่อว่า เฟดก็อาจขึ้นดอกเบี้ยได้มากกว่า 4 ครั้ง ซึ่งภาพดังกล่าวอาจหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าต่อได้ ซึ่งอาจกดดันค่าเงินบาทในระยะสั้น จนกว่าที่ตลาดจะรับรู้การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่แน่ชัด ซึ่งต้องรอถึงการประชุมเดือนมีนาคม
-
อย่างไรก็ดี หากเฟดไม่ได้เร่งขึ้นดอกเบี้ย แรงกดดันต่อการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็จะมีไม่มาก ทำให้เราคงมองว่า ธปท. จะให้น้ำหนักการฟื้นตัวเศรษฐกิจเป็นสำคัญและตัดสินใจคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.50% ทั้งปีนี้ แต่หากเฟดสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ 5-6 ครั้ง มากกว่าคาด ก็อาจเริ่มมีแรงกดดันต่อการตัดสินใจของธปท. ซึ่งอาจเห็นคณะกรรมการบางท่านโหวตสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปีและอาจกดดันให้บอนด์ยีลด์ไทยระยะสั้นสามารถปรับตัวขึ้นได้ ซึ่งนักลงทุนควรระมัดระวังการลงทุนในบอนด์ระยะสั้น-ระยะกลางของไทยในช่วงปลายปีนี้
