หุ้นเอเชียร่วง หลังราคาน้ํามันและบอนด์ยีลด์พุ่ง กดดันหุ้นชิป
ช่วงต้นปีเราจะเห็นหลายบริษัทออกมาพูดถึงแผนการและเป้าหมายประจำปี ทำให้เราเห็นภาพว่าแต่ละบริษัทมีทิศทางอย่างไร จะเติบโตแบบไหนได้บ้าง และนอกจากนี้เรายังสามารถแกะงบ Q4 ที่กำลังจะประกาศจากคำพูดในข่าวได้ด้วย
ยกตัวอย่างเช่น วันนี้เห็นข่าว SABINA ออกมาบอกว่า เป้ารายได้จะกลับไปเท่ากับปี 2019 ที่ 3,295 ล้านบาท โต 20% จากปีก่อน แปลว่า ปี 2021 ปิดปีประมาณ 2,745 ล้านบาท
9 เดือนแรก ปี 2021 ยอดขาย 1,853 ล้านบาท แปลว่า Q4 ขายได้ประมาณ 892 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก คือ +63.2% QoQ และ +17.6% YoY แต่ก็น่าจะเป็นไปได้เพราะใน oppday ผู้บริหารก็บอกว่าขายดี
ถ้าเราอยากประเมินกำไร เราต้องเข้าใจก่อนว่า Q4 NPM จะต่ำกว่าไตรมาสอื่นอยู่บ้าง เพราะขาย NSR หรือ online เยอะ อย่าง 11.11, 12.12 ก็ขายดี เราก็อาจจะเดาว่าอยู่ประมาณ 9-10% อาจจะคิดที่ 9.5% แล้วเราก็จะคำนวณหา EPS และประเมินราคาที่เหมาะสมได้
=======================
ทีนี่ถ้าพูดถึงปี 2022 เน้น 2 แผนงาน คือ สนับสนุนการขาย และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร
แผนด้านการขายจากเดิม 4 กลุ่ม ปรับเหลือ 3 กลุ่ม คือ
Retail Brand หน้าร้านแบรนด์ตัวเองตั้งเป้าโต 20% ส่วนนี้คือฟื้นจากฐานต่ำที่ปิดร้านปีที่แล้วเยอะ จะเอาข้อมูล data ต่างๆ มาใช้เพื่อลดสต๊อกที่ร้านค้า และมีการออกสินค้าใหม่
NSR จับรวมกับ Export เพราะเน้นขายออนไลน์เหมือนกัน ตั้งเป้าโต 20% จากตรงนี้เราเดาว่า export คงไม่เน้นมาก อาจจะค่อยเป็นค่อยไป เพราะดูแล้วตลาดเวียดนาม ฟิลิปปินส์ไม่ง่าย แต่จะมาเน้น NSR มากขึ้น ซึ่งคุณดวงดาว CEO คนใหม่ก็เป็นคนปั้นออนไลน์มาก่อน ยังไงก็ดันต่อแน่
OEM เน้นตลาดยุโรป เน้นสินค้ามาร์จิ้นสูง โต 10% อันนี้กลยุทธ์เดิม
ถ้าดูจากตัวเลขรายได้ปีนี้ 3,295 ล้านบาท เราจะแกะตัวเลขคร่าวๆ ตามสัดส่วน product mix ได้ว่า
Retail Brand 2,000 ล้านบาท NSR+Export 1,000 ล้านบาท และ OEM 300 ล้านบาท
ในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพ GPM ดีขึ้นตลอดแม้ปีที่แย่ จากการจัดการและ sourcing การผลิตที่ดี เดาว่าจะกลับมาที่ 50% ได้ ส่วน SG&A จริงๆ ลดลง แต่ดู % แล้วสูงเพราะว่ารายได้ลด ถ้าบริหารดีๆ ก็มีโอกาสทำได้ที่ 34-35% แต่ก็อาจมีส่วนของพนักงานเย็บกลับเข้ามาเพิ่มได้ หลังจากออกไปขับรถส่งอาหาร food delivery กันเยอะ
แปลว่า เราเห็นยอดขายที่บริษัทตั้งไว้แล้วประมาณ 3,300 ล้านบาท NPM น่าจะดีขึ้นกว่าเดิม ถ้าไม่ได้มีอะไรผิดพลาด หรือลดราคาเยอะ ซึ่งไม่น่าจะทำ เพราะผู้บริหารบอกว่าตั้งโปรแบบราคาเดียวขายดีกว่า NPM ก็อาจจะได้ 11-12%
ที่เหลือก็ลองคำนวณกำไรและราคาเหมาะสมกันดูได้เลยครับ ปกติ P/E Zone ของ Sabina ก็ประมาณ 22-26 เท่า
เราแกะงบออกแล้วทั้งจากข่าว จากเป้าที่ผู้บริหารให้ และจากการรู้จักคุณดวงดาวว่าน่าจะเน้น NSR ที่ปั้นมากับมือ ที่เหลือเราก็คอยติดตามผลการดำเนินงาน และความเสี่ยงต่างๆ เช่น ปิดห้าง ปิดร้าน สต๊อคสินค้า วัตถุดิบ อะไรต่างๆ ในแต่ละไตรมาสว่าเป็นอย่างไร
ใครสนใจลองเอาไอเดียไปแกะงบหุ้นตัวอื่นๆ กันต่อได้เลยนะครับ การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins - วิตามินหุ้น










