หุ้น AI ของจีนพุ่งหลัง Huang จาก Nvidia ชื่นชม OpenClaw
มีนาทรานสปอร์ต หุ้น IPO ที่กำลังจะเข้าตลาดวันที่ 7 กรกฎาคม อยู่ในกลุ่มขนส่ง แต่เป็นเฉพาะทางบก มีรถของตัวเอง เน้นเฉพาะกลุ่มสินค้าอย่างคอนกรีตผสมเสร็จ ก็คือรถ mixer คันใหญ่ๆ ที่มีถังปูนหมุนๆ แล้วก็มีรถ Trailer หัวลาก หางลาก เอาไว้ส่งวัสดุก่อสร้างเป็นหลักเช่นกัน
จำนวนรถของ MENA ถือว่าเยอะพอสมควร
รถ Mixer (4,6,10 ล้อ) ทั้งหมด 466 คัน ปีนี้มีแผนจะเพิ่มอีก 30 คัน ในอดีตการเพิ่มรถ ทำให้รายได้เพิ่ม
รถ Trailer มีหัวลาก 75 คัน หางลาก 105 คัน ที่หางเยอะกว่า เพราะมีหลายแบบ เช่น หางกล้วยหอมขนปูนผง ขนขี้เถ้า (แบบนี้เยอะสุด) หางยกเทไว้ขนหิน ดิน ทราย หางก้างปลาขนตู้คอนเทนเนอร์ รถ Trailer ไม่ได้มีแผนจะเพิ่มจำนวน แต่ข่าวดีคือ ลูกค้าสินค้าอุปโภคบริโภคเจ้าใหญ่เจ้านึงจะกลับมาใช้บริการในปีนี้
ลูกค้าของ MENA คือใคร?
ตลาดคอนกรีตผสมเสร็จปีนึงใช้กันอยู่ 16-17 ล้านคิวต่อปี MENA ขนส่งอยู่ 1.64 ล้านคิว ก็มีส่วนแบ่งการตลาด 9-10% ถือว่าเยอะใช้ได้เลย และลูกค้าก็เป็นเจ้าใหญ่เช่น ปนซีเมนต์นครหลวง ปูนเอเชีย CPAC ทำสัญญาระยะยาว 5-7 ปี เอารถ mixer ไปจอดที่ plant ลูกค้าเลย รถก็ติดแบรนด์ลูกค้าด้วย ระบุทะเบียน ห้ามวิ่งงานนอก
สัดส่วนรายได้ของ MENA เป็นแบบนี้
70% Mixer คือ รายได้หลักเลย ถ้างานก่อสร้างเยอะ อสังหาโตดี รายได้จะมาก กลุ่มนี้ GPM 19-20%
21% Trailer ขนส่งปูนผง ขี้เถ้า สินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มนี้ GPM 11-12%
5% รายได้ขาย คอนกรีต วัสดุก่อสร้าง เครื่องมือเครื่องใช้ในการก่อสร้าง แต่ไม่สต็อกของ ลูกค้าสั่ง ก็ไม่สั่งต่อมาส่งให้ กลุ่มนี้ GPM 6-7%
==================
ผลประกอบการที่ผ่านมาเป็นแบบนี้
ปี 2561 รายได้ 661 ล้านบาท กำไรสุทธิ 36 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 694 ล้านบาท กำไรสุทธิ 37.6 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 615 ล้านบาท กำไรสุทธิ 34.8 ล้านบาท
Q1’63 รายได้ 179 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13 ล้านบาท
Q1’64 รายได้ 152 ล้านบาท กำไรสุทธิ 10.1 ล้านบาท
รายได้ดูแนวโน้มมีขึ้นมีลง ออกไปทางลงมากกว่า ก็เพราะว่า ค่าขนส่งขึ้นกับราคาน้ำมัน ปีที่แล้วน้ำมันปรับตัวลง บวกกับเปลี่ยนการใช้น้ำมัน B7 มาเป็น B10 ที่ราคาถูกกว่ากันลิตรละ 3 บาท ทำให้รายได้ลดลงมา
โดยปกติต้นเดือน MENA ก็จะดูราคาน้ำมันว่าอยู่ที่กี่บาท แล้วก็กำหนดค่าขนส่งตลอดเดือนไว้ แต่ถ้าราคาสวิงมาก ก็จะคุยกับลูกค้าขอปรับเป็นกรณีไป ดูแบบนี้แปลว่า รายได้เหมือนจะ cost plus ได้ ถ้าปริมาณส่งเยอะ ทำรอบได้ดี วิ่งได้ทุกวัน ขับรถดีๆ กำไรก็น่าจะดี แต่ที่ผ่านมากำไรออกแนวทรงๆ มากกว่า
ทีนี้เรามาดู อัตรากำไรกันบ้างว่าดีแค่ไหน
ปี 2561 GPM 19.6% NPM 5.4%
ปี 2562 GPM 18.4% NPM 5.4%
ปี 2563 GPM 16.6% NPM 5.7%
Q1’63 GPM 18.5% NPM 6.1%
Q1’64 GPM 16.3% NPM 5.4%
GPM แนวโน้มลดลงทุกปี เพราะรายได้ลด แต่ยังมีค่าพนักงาน ค่าเสื่อมรถอยู่ ปีนี้มีค่าเปลี่ยนยางล้อที่สูงขึ้นด้วย
ข้อดีคือ ยังรักษา NPM ไว้ได้ที่ 5-6% มาจาก SG&A ไม่ได้เพิ่ม และ จ่ายเงินคืนหนี้ ต้นทุนการเงินลดลง D/E ต่ำมากแค่ 0.5 เท่า
IPO ได้เงินมาประมาณ 220 ล้านบาท
1. ลงทุนโครงการในอนาคต 160 ล้านบาท หลักๆ คือซื้อรถ mixer เพิ่ม เห็นว่าปีนี้จะเพิ่ม 30 คัน
2. คืนหนี้ 20 ล้านบาท
3. เงินทุนหมุนเวียน 40 ล้านบาท
IPO 184 ล้านหุ้น 1.20 บาท
จำนวนหุ้นที่ออกขายอาจจะไม่น้อยมากเหมือนหุ้น IPO ก่อนหน้า แต่ราคาต่อหุ้นก็บาทนิดๆ คิดเป็นมูลค่าก็ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ที่ราคานี้ คิดเป็น P/E 27.6 เท่า จากจำนวนหุ้นทั้งหมด 734 ล้านหุ้น (รวมหุ้น IPO) ถูกหรือแพง เทียบกับใครดี ลองพิจารณากันดูครับ
โดยสรุป MENA ดูเข้าใจไม่ยาก ถ้าเชื่อว่า การก่อสร้างจะดี โครงการ mega project ต่างๆ จะมา อสังหาจะฟื้น ก็น่าจะทำให้มีการใช้ปูน คอนกรีตผสมเสร็จกันเยอะ รายได้ MENA ก็จะดี ยิ่งเพิ่มรถ รายได้ก็จะเพิ่ม ค่าคน ค่าเสื่อม ค่าซอมบำรุง เพิ่มในเรตช้ากว่า ต้นทุนการเงินลดลง กำไรก็จะดี
แต่ถ้าโครงการต่างๆ มาช้ากว่าที่คิด หรือ COVID กระทบการก่อสร้าง ก็จะทำให้รายได้ไม่เพิ่ม fix cost ที่มีก็จะกิน กำไรไป แล้วถ้ายิ่งเพิ่มรถก็จะเป็นภาระเข้าไปใหญ่
เพื่อนๆ คนไหนสนใจ ลองพิจารณากันดูครับ การลงทุนมึความเสี่ยง วิตามินหุ้นเพียงให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนลงทุน
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins - วิตามินหุ้น
