KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Export still the only hope SET: ตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ยังคงปรับตัว Underperform ตลาดหุ้นอื่น จากปัจจัย กดดันเฉพาะตัวที่เกี่ยวกับการระบาดของ Coid-19 ในประเทศ และการกระจาย วัคซีนที่ทําได้ล่าช้า มองปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นล่าสุดวานนี้ได้แก่การที่ธปท.ออกมา ปรับลดคาดการณ์ดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นขาดดุล ส่งผลกดดันอย่างยิ่งต่อค่าเงิน บาทอย่างที่เราประเมินไว้ก่อนหน้านี้ และอาจจะกระทบ Fund flow ในระยะสั้นทั้ง ในตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน (รายละเอียดด้านล่าง) Strategy: เรายังคงกาหนดกลยุทธ์การลงทุนการทยอยเข้าซื้อที่ระดับดัชนี SET ต่ากว่า 1600 จุดตรงนี้ ยิ่งดัชนีต่ํามากเท่าไหร่ สามารถเพิ่มน้ําหนักได้มากขึ้น เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเข้าใกล้ระดับแนวรับของเราเดือนปีที่ 1550 จุด MPC: ประเด็นที่น่าสนใจจากการประชุมกนง.เมื่อวานนี้ ได้แก่
1) กนง.ปรับลดประมาณการการขยายตัวของ GDP ปีนี้และปีหน้าลงเหลือ 1.8%% และ 3.9% ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ Surprise แต่อย่างใด โดยหลักเป็น การปรับลดสมมติฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติ และคาดการณ์อุปสงค์ในประเทศ โดยเฉพาะการบริโภค ซึ่งเป็นสิ่งที่เราประเมินไว้เมื่อวานนี้
2) ธปท. ไม่มีการเปิดเผย Scenario analysis เกี่ยวกับตัวเลขการฉีดวัคซีนออกมาในรอบนี้ แต่หากดูจากการปรับลดประมาณการตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ นี้ลงเหลือ 7 แสนคน (จากเดิม 3 ล้านคน) พอจะอนุมานได้ว่า ธปท.มี มุมมองว่าการกระจายวัคซีนในปีนี้จะทําได้น้อยกว่าระดับ 64.6 ล้านโคสซึ่งเป็นระดับสมมติฐานเดิม
3) ประเด็นที่สําคัญที่สุดเมื่อวานนี้มองไปยังการหันคาดการณ์ดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้จนลงมาเหลือขาดดุลที่ 1.5 พันล้านเหรียญฯ (จากเดิมเกินดุล 1.2 พันล้าน เหรียญฯ) และยังปรับคาดการณ์เกินดุลปีหน้าลงเหลือ 12 พันล้านเหรียญฯ (จากเดิมที่ 25 ล้านเหรียญฯ) สะท้อนถึงความอ่อนแอของตุลบริการที่เป็นผล มาจากนักท่องเที่ยวที่หายไป รวมถึงดุลการค้าที่ถูกกดดันจาก Import price ที่สูงขึ้น ตามสมมติฐานราคาน้ํามันดิบที่ธปท.ปรับเพิ่มขึ้นในรอบนี้ด้วยเช่นกันประเมินปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินบาทต่อไปในระยะกลาง
4) ปัจจัยบวกประการหนึ่งที่เกิดขึ้นจากประมาณการเมื่อวานนี้ได้แก่การทัธปท.ได้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของการส่งออกสินค้าในปีนี้ขึ้นอกเป็น 17.1% ซึ่งถือว่าสูงขึ้นจากเดิมที 10.00 ค่อนข้างมาก และสูงกว่าประมาณ การของสภาพัฒน์ก่อนหน้านี้ที่ 10.39% ด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ดูเหมือนว่าภาค การส่งออกของไทยจะยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป Trade data: แนะน่าติดตามรายงานตัวเลขส่งออก-น่าเข้าของไทยประจําเดือน พ.ค. ซึ่งล่าสุดตลาดคาดการณ์ขยายตัว 349% และ 54% ตามล่าคับ ส่วนหนึ่งเป็นฐานต่าในปีที่แล้ว ตัวยเหตุนี้เราแนะนําให้ติดตามตัวเลขในอกอีกมิติหนึ่ง แทน จะเป็นประโยชน์มากกว่าตัวเลข YoY ในรอบนี้ นั้นก็คือเทียบตัวเลขส่งออก ของเดือนพ.ค.กับค่าเฉลี่ย 4 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งอยู่ที่ระดับ 21,394 ล้าน เหรียญฯ หากตัวเลขจริงออกมาสูงกว่าระดับนี้ มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกในภาพรวม ซึ่งล่าสุดยังคงได้อานิสงส์สําคัญจากการ ปรับตัวอ่อนค่าของเงินบาทอีกด้วย ทั้งนี้ เรายังคงชื่นชอบกลุ่มส่งออกที่มี แนวโน้มได้รับประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงในช่วงถัดไป จากราคา โภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ลดลง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (KCE, HANA, SMT) หรือกลุ่มปศุสัตว์ (CPF, GFPT, TFG) เป็นต้น
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities








