KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Wait & See / Shift focus to external play SET: คาดในช่วงต้นสัปดาห์นี้ SET Index แกว่งตัว Sideways ด้วย Volume การซื้อขายที่น้อยลง ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่กําลังเฝ้ารอผล การประชุม FOMC ที่จะออกมาในช่วงดึกคืนวันที่ 16 มิ.ย.นี้ ซึ่งในเบื้องต้น เราให้โอกาส 80% ที่ Fed จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย และจะไม่ มีการส่งสัญญาณใดๆเกี่ยวกับการทํา QE Tapering ออกมา ซึ่งอาจทําให้ บรรยากาศการลงทุนยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดีได้ต่อไปอีกสักระยะ (บนข้อแม้ ที่ว่า Projection ต่างๆที่ออกมาเช่น GDP, PCE, Dot plots จะไม่ถูกปรับ ขึ้นจนอยู่ในโทนที่ Hawkish เกินไป) 1650: อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจํากัดทางด้าน Valuation ของตลาดหุ้นไทย ที่ล่าสุดเรายังไม่เห็นสัญญาณการปรับประมาณการเพิ่มในรอบ 1 เดือนที่ ผ่านมา ทําให้เรายังคงระดับยุติธรรมของ SET ไว้ที่เดิมที 1600 จุด และ ยังคงระดับแนวต้านเดือนนี้ไว้ที่เดิมที่ 1650 จุด ซึ่งทําให้ในเชิงกลยุทธ์ เรายังคงแนะนําเพียงถือครองหุ้นในส่วนที่เหลือ และยังไม่มีการแนะนําเพิ่ม น่าหนักการลงทุนใหม่แต่อย่างใด สําหรับปัจจัยอื่นๆที่น่าติดตามในสัปดาห์ นี้ ได้แก่ การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆของจีนทั้ง Retail sales และ Industrial production ในวันที่ 16 มิ.ย. รวมถึงการประชุม Bo] ในวันที่17-18 มิ.ย
Vaccine delay: คาด Sentiment ของหุ้นในกลุ่มเปิดเมือง (Reopening) อาจได้รับผลกระทบในระยะสั้น หลังกรุงเทพมหานครออกประกาศเลือน การฉีดวัคซีนโควิด สําหรับผู้ลงทะเบียนในโครงการ "ไทยร่วมใจ" ตั้งแต่ วันที่ 15 มิ.ย. 54 เป็นต้นไปจนกว่าจะได้รับการจัดสรร ทั้งนี้ หากดูรายชื่อ หุ้นในกลุ่ม Reopening บนดัชนี SET100 ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาสูงสุดใน รอบ 1 เดือนที่ผ่านมา จนอาจเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงถูกเทขายท่าท่าไรก่อน จะได้แก่ MAJOR, CENTEL, MINI, AOT (BK:AOT), BTS, BEM, MBK โดยหุ้น เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ให้ผลตอบแทนในช่วงดังกล่าวเกินกว่า 10% แล้ว จึงแนะนาให้ใช้ความระมัดระวังในการเข้าซื้อ หรือหากมีกาไรก็สามารถขาย ทํากําไรไปก่อนได้ Shift focus to Export & Logistics: ด้วยเหตุนี้ ในสัปดาห์นี้ เราประเมินว่าการวกกลับมาโฟกัสหุ้นในกลุ่มที่องกับการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจภายนอกน่าจะมีความเสี่ยงที่น้อยกว่า โดยหากอ้างอิงจาก Top pick ของเราทั้ง 6 ตัวในเดือนนี้ ซึ่งได้แก่ KCE, HANA, SMT, LEO, WICE SONIC นั้น จะพบว่าหุ้นที่ยังคงปรับตัว Laggard มากที่สุด นับตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมาในกลุ่มส่งออกจะได้แก่ KCE (-5%) โดยที่ ราคาหุ้นล่าสุดต่ากว่าราคาเป้าหมายของเราที่ 70 บาทลงมาแล้ว ส่วนใน กลุ่ม Logistics จะได้แก่ LEO (+6.6%) ซึ่งล่าสุดด้วหุ้นหลุดออกจากบัญชี ที่ต้องซื้อขายด้วยบัญชี Cash balance แล้ว และราคาปัจจุบันก็ยังคงอยู่ต่า กว่าราคาเป้าหมายของเราที่ 11 บาทอยู่ ซึ่งเป็นราคาเป้าหมายที่มีโอกาส ถูกปรับขึ้นอีกในช่วงถัดไปราว 3 บาทจากล China Post อีกด้วย
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities








