KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas: • ภาพรวมการลงทุนวันนี้ เราคาดว่า SETสัปดาห์นี้ (7-11 มิ.ย.) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,580- 1,630 จุด สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสผันผวน ปัจจัยเสี่ยงมาจาก
(1) สถานการณ์โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ โดยยอดผู้ติดเชื้อใหม่ทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูง แม้จํานวนผู้ติดเชื้อในเอเชีย โดยเฉพาะอินเดียเริ่มลดลงบ้างก็ตาม
(2) Sentiment เชิงลบจากการปรับลดวงเงินมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านการสร้างสาธารณูปโภคลงจาก 2.2 ล้านล้านเหรียญ เหลือ 1.7 ล้านล้าน เหรียญ และ
(3) ความไม่แน่นอนจากปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศระหว่างจีนกับสหรัฐฯ หลังสหรัฐฯ มีคําสั่งห้ามลงทุนในบริษัทจีน
อย่างไรก็ตามยังคงมีปัจจัยบวกจาก
(1) ความคืบหน้าใน การดําเนินการฉีดวัคซีนในประเทศที่เพิ่มขึ้น ตามเป้าหมายของภาครัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. ที่จะเริ่ม เปิดฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วไป และ
(2) ความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของทั้ง ยุโรปและสหรัฐฯ ที่ลดลง หลังรายงานอัตราการว่างงานยังคงอยู่ในระดับสูง ในเดือน พ.ค. แม้จ ลดลงจากเดือน เม.ย. ก็ตาม (ติดตามการประชุม ECB วันที่ 10 มิ.ย.)
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น
เราให้น้ําหนักการลงทุนหุ้นในกลุ่ม Global play ในลักษณะเก็งกําไร โดยเฉพาะหุ้นที่ได้ประโยชน์ จากราคา Commodity โดยเฉพาะราคาน้ํามันดิบที่ปรับเพิ่ม (เราเลือก PTTEP PTT (BK:PTT) PTTGC BCP BANPU TOP IRPC และ SPRC เป็นหุ้นเด่น) ขณะที่เราเริ่มแนะนําทยอยเก็บหุ้นใน Core Investment ของเรา ได้แก่ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากความคาดหวังต่อการกลับมาเปิดเศรษฐกิจ (ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจเพิ่มจากวัคซีนทางเลือก) และหุ้นที่ถูกคาดหมายกําไรสุทธิ 2Q64 ดีต่อเนื่อง เรามองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อภาพรวมการลงทุน หลังอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับสูง - แม้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ในเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น 559,000 ตําแหน่ง ต่ํากว่าที่ Market Consensus คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 671,000 ตําแหน่ง และมีอัตราการว่างงานใน เดือน พ.ค. อยู่ที่ 5.8% ต่ํากว่าเดือน เม.ย. ที่ 6.19% เพียงเล็กน้อย อัตราการว่างงานในเดือน พ.ค. ที่ยังคง อยู่ในระดับสูง และลดลงจาก เม.ย. เพียงเล็กน้อย ทําให้เรามองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อตลาด อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตาม การดําเนินนโยบายการเงินของ ECB (10 มิ.ย.) เนื่องจากก่อนหน้านี้ ประธาน ECB ได้ออกมาแสดงความเห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะมีการหารือถึงการชะลอการเข้าซื้อสินทรัพย์ ผ่านโครงการ PEPP รวมไปถึงการประชุม FOMC (15-16 มิ.ย.) เพื่อหาสัญญาณช่วงเวลาของการ เปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินที่เหมาะสม ทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และลดวงเงินในการซื้อพันธบัตร ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) แม้ความกังวลเงินเฟ้อผ่อนคลายลง หลังรองประธานเฟด ระบุว่าเฟดสามารถรับมือกับได้หลังอัตราเงินเฟ้อปรับเพิ่มในอัตราเร่ง จะไม่กระทบเป้าหมายอัตราเงิน เฟ้อเฉลี่ย (Flexible Average Inflation Targeting) รวมไปถึงการจ้างงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ยังมีแรงหนุนจากปัจจัยภายใน จากความคืบหน้าเรื่องวัคซีน – ปัจจัยบวกภายใน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะ หนุนภาพรวมการลงทุน จากความคืบหน้าในการแจกจ่ายวัคซีนในประเทศ หลังรัฐบาลเผยว่าจะเริ่ม โครงการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มบุคคลทั่วไปตั้งแต่วันนี้ (7 มิ.ย.) รวมไปถึงเป้าหมายการฉีดเข็มแรก 50 ล้าน โดส ภายใน ก.ย. 60 เพื่อให้เกิด Herd Immunity ภายในสิ้นปี 2564 (เราประเมินว่าจะต้องมีการ ดําเนินการฉีดวัคซีนให้ได้ 350,000-400,000 โดสต่อวัน เพื่อให้เกิด Herd Immunity ภายในสิ้นปี 2564) เรามองประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนหุ้นใน Core Investment (ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจเพิ่ม จากวัคซีนทางเลือก) ของเรา ติดตามรายงานตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญวันนี้ - รายงานเศรษฐกิจที่สําคัญของจีน ได้แก่ ดุลการค้า สินค้า (Goods Trade Balance) เดือน พ.ค. (คาดเกินดุลอยู่ที่ 5.05 หมื่นล้านเหรียญ) มูลค่าการส่งออก (Exports) เดือน พ.ค. (คาดเพิ่มขึ้น 32.1% YoY) และมูลค่าการนําเข้า (Imports) เดือน พ.ค.(คาดเพิ่มขึ้น 51.59%YoY)
• มุมมองทางเทคนิค - เราคาดว่า SET Index วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,620 จุด หุ้นแนะนําทางเทคนิควันนี้ได้แก่ MCS AU SRICHA MBK และ SCI
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








