KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Post-flash crash pattem achieved: SET Index ปรับตัวขึ้นร้อนแรง วานนี้กว่า 1.6% ถือเป็นการปรับตัว Outperform ภูมิภาคอย่างเห็นได้ชัด จากการกลับเข้ามาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันใน ประเทศพร้อมกัน จนทําให้ Pattern ของดัชนี้เป็นไปตามที่เราวางเอาไว้ แล้วก่อนหน้านี้ หลังเกิดเหตุการณ์ Flash rash เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่าน มา กล่าวคือ ดัชนีได้เดินทางขึ้นมาและให้ผลตอบแทนเท่ากับระดับ ค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 4.5%% แล้ว (รูปที่ 1) ทั้งนี้ เรายังคงกรอบแนวต้านดัชนี ของเดือนนี้ไว้ที่ระดับ 1650 จุดเช่นเดิม Strategyะ ในภาพรวมสําหรับช่วง 2 วันทําการสุดท้ายของ Golden week นี้ แนะนํานักลงทุนสามารถถือครองหุ้นในพอร์ดเฟ้อ Let profit run ต่อไปได้ ก่อนพิจารณาขาย Lock profit และลดพอร์ต การลงทุนภายในวันศุกร์นี้ ก่อนหน้าที่จะมีการรายงานตัวเลขการจ้างงาน ของสหรัฐฯออกมา ซึ่งเรายังคงประเมินว่าเป็นความเสี่ยงที่อาจจะสร้าง ความผันผวนให้กับตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงสัปดาห์หน้าได้ ทั้งนี้ การขาย ท่าท่าไรนั้น มองว่าอาจเริ่มจากหุ้นที่มีราคาปรับขึ้นมาอยู่ในระดับสูง แล้วอย่างเช่นกลุ่มหุ้น Global play พวกกลุ่มส่งออกและ Logistics ส่วนหากนักลงทุนที่ต้องการเก็งกําไรสั้นๆในช่วง 1-2 วันนี้ แนะนําไปยัง กลุ่มหุ้นธีมที่ 2 และ 3 ของเรา ซึ่งยังคง Laggard ในช่วงที่ผ่านมาได้แก่ 1) หุ้นกลุ่ม Domestic play และธีม Reopening ที่มี Downside risk ต่ำในแง่ของราคาและ Valuation ซึ่งได้แก่ KBANK (BK:KBANK), BJC, CPN, CRC,MTC
2) หุ้นกลุ่ม Low beta อย่างโรงไฟฟ้า เช่น BGRIM, GPSC, ACE,SSP, TPCH ที่มีความเสี่ยงต่อการผันผวนของปัจจัยภายนอกค่อนข้าง ต่ํา แถมยังคาดหวังผลการดําเนินงาน 2Q21 ในเกณฑ์ดี จากการเข้าสู่ ช่วง High season พร้อมยังมีกําลังการผลิตใหม่ๆเข้ามา และไม่มีการปิดซ่อมป่ารุงที่สําคัญ Global PMI: วานนี้ยุโรปและสหรัฐฯต่างรายงานตัวเลข PMI ภาคการ ผลิตเดือนพ.ค.ออกมาดีขึ้นจากเดือนก่อน โดยหากเจาะเข้าไปดูใน รายละเอียดจะยังคงพบการปรับตัวแข็งแกร่งของยอด New orders หรือ คําสั่งซื้อใหม่ ซึ่งมักเป็นตัวแปรที่มีความสัมพันธ์ในระดับสูงกับภาคการ ส่งออกของไทยเรา ทั้งนี้ ดัชนีของ 2 ประเทศที่ออกมาดนี้ เป็นผลทําให้ ดัชนี Global PMI ภาคการผลิตขยับขึ้นเล็กน้อยและท่าจุดสูงสุดใหม่อีก ครั้ง (รูปที่ 2) มองปัจจัยดังกล่าวส่งผลบวกต่อภาคการส่งออกของ ไทยในระยะกลางต่อไป SET50,SET100: จากการ Update การคํานวณของเราล่าสุดโดยใช้ ข้อมูลจนถึงสิ้นวันที่ 31 พ.ค. ซึ่งจะเป็นชุดข้อมูลเดียวกันกับการคํานวณ ของทางตลท. ประเมินว่าการปรับเปลี่ยนรายชื่อสมาชิกดัชนี SET50 และ SET100 ในรอบถัดไปนั้น ส่วนใหญ่จะมีรายชื่อเหมือนกับคาดการณ์เดิม ของเรา โดยมีรายละเอียดได้แก่
1) หุ้นที่คาดว่าจะถูกคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี SET50 ในรอบถัดไป ได้แก่ STGT, IRPC,STA (ไม่เปลี่ยนแปลงจากคาดการณ์เดิม)
2) หุ้นที่คาดว่าจะถูกถอดออกจากดัชนี SET50 ในรอบถัดไป ได้แก่ BAM, TOA, VGI (ไม่เปลี่ยนแปลงจากคาดการณ์เดิม)
3) หุ้นที่คาดว่าจะถูกคัดเลือกเข้าสู่ตัชนี SET100 ในรอบถัดไป ได้แก่ STGT,STARK, M, BLA, PSL, PTL SYNEX (มี M และ BLA ที่เข้ามาในคาดการณ์ใหม่ครั้งนี้ จากวอลุ่มการซื้อขาย โค้งสุดท้ายที่ผ่านเกณฑ์) 4) หุ้นที่คาดว่าจะถูกถอดออกจากดัชนี SET100 ในรอบถัดไป ได้แก่ TPIPP, EPG,MBK, PRM, MAJOR, WHAUP, GFPT (มี PRM ที่เข้ามาในคาดการณ์ใหม่ครั้งนี้ จากระดับ Market cap เฉลี่ยที่ตกลงไปเป็นอันดับที่ 101) Strategy: สําหรับกลยุทธ์การเก็งกําไรในธีมนี้ มองว่าตลาดได้รับรู้ข้อมูลรายชื่อหุ้นที่ เตรียมเข้าสู่ดัชนี SET50 มาสักระยะแล้ว จึงประเมินว่าเริ่มมี Upside จากัด ด้วยเหตุนี้ เราจึงหันมาแนะน่าเกิ้งก่าไรในตัวหุ้นที่คาดว่าจะถูกน่าเข้าสู่ดัชนี SET100 แทน โดยเฉพาะ 2 ตัวล่าสุดที่เพิ่งจะติดเข้ามาใน List การคานวณของเราในช่วงโค้ง สุดท้ายอย่างเช่น M และ BLA
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities








