KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
#เลิกเถอะการชวนคนไปไล่Breakout
เราอยู่กับเดือนพฤษภาฯ มาแล้ว 7 วันทำการตลาด มีความผันผวนที่ขึ้น-ลง อย่างรุนแรง ในชั่วเวลาระยะสั้น สิ่งที่เห็นชัดเจนคือ เรื่องที่คนหมู่มากมักถูกสอนและทำกันนั้น ก็คือเรื่องเดิมๆ ไล่ buy break out & ไล่ sell break down ให้ผลชัดเจนว่าแพ้ตลาด
ปลายเม.ย. ชักชวนกันไปไล่ซื้อ เค้าว่าโควิดทำอะไรตลาดหุ้นไม่ได้ ไม่มี Sell In May
5 พ.ค. ตลาดเทกระจาดรุนแรง จนคนส่วนใหญ่คัทลอส แต่กลับเป็นการคัทแล้วเด้งอย่างแรง
6,7,10 พ.ค. ตลาดรีบาวด์แรง พอเริ่มเห็นว่าขึ้นติดๆกัน ก็ชวนกันไปไล่ซื้อ ความฮึกเหิมกลับมาเต็มตลาด ทั้งๆที่ปัจจัยลบไม่ได้หายไปไหน
11,12,13 พ.ค. ตลาดเทกระจาดกลับมาปิดที่เดิม ของวันทำการแรกในเดือน May แถมก่อนปิดตลาด เด้งคืนมาเกิน 50% จากที่ลงไป
เค้าชวนไปไล่เขียว แต่เค้าไปรอขายใส่ ก็เห็นกันทั่วไป
เค้าชวนไปไล่แดง แต่เค้าไปดักรอช้อน ก็เห็นกันจนชิน
สิ่งใดใช้ได้ ใช้ไม่ได้ ผลกำไรขาดทุนในพอร์ท มันเห็นกันอยู่ไม่ว่าคุณจะอ้างอิงตำราหรือทฤษฎีสวยหรู อธิบายตรรกะได้อย่างดงามยามตลาดปิด แต่หากมันไม่ทำกำไรแถมทำขาดทุน ก็แปลว่ามันใช้ไม่ได้นั่นเองครับ
#บทสรุปส่งท้าย
ตลาดเปิดมาแล้ว 7 วันทำการในเดือน Mayจากภาพ ท่านคิดว่า วิธีใดควรได้กำไร?
1. Buy Breakout & Sell Breakdown = ไล่เขียว ไล่แดง ตอนเบรคไฮ-โลเก่า
2. หาจุดกลับตัวแล้วเข้าทำ ขายเมื่อขึ้นหมดแรง&ซื้อเมื่อขายหมดแรง
อธิบายภาพ TD CYCLE IN S50M21
จากภาพสัญญาณลงอ่อนกำลัง เตือนเราตั้งแต่เมื่อวาน ว่าที่ลงแรงๆ จะมีเด้ง
ส่วนเด้งมาแล้วเป็นแค่ รีบาวด์ หรือ หวังได้ถึง รีเวอร์ซอล
เพื่อนนักลงทุนแต่ล่ะท่านมีวิธีดูอย่างไรบ้างครับ?
ขอคนล่ะ 1 ความเห็น มาช่วยๆกันครับ
ไม่มีใครถูก 100% ในตลาด หากอ่านตลาดไปข้างหน้า
ดังนั้นไม่มีถูก รึ ผิดครับ สร้างค่านิยมใหม่ๆในวงการ เลิกอ่านตลาดย้อนหลัง เพราะมันไม่มีประโยชน์และน่าเบื่อ










