KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ST: คาดวันนี้ SET Index เปิดกระโดดสูงและมีโอกาสทดสอบระดับแนวรับเพื่อนของเราที่ 1550 จตได้จาก 3 ปัจจัยกดดันหลักทีเด็ดบนล่าสุด ได้แก่
1) อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯที่ออกมาสูงกว่าคาดการณ์เมื่อคืนนี้
2) การขึ้นบัญชี Trading alert lid ของหุ้น DELTA ระดับ 1 (รายละเอียดด้านสาง)
3) จํานวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในประเทศที่เตรียมกระโดดขึ้นจากคลัสเตอร์ใหม่ในเรือนจําต่างๆ
CPI: สหรัฐฯรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) เดือนเมษายนที่ระดับ 4.2%e สูงกว่าระดับตลาดคาดที่ 3.6%% อย่างมีนัย ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ Bond vield สหรัฐฯปรับขึ้นทันทีภายหลังจากที่ตัวเลขจริงออกมา แถมล่าสุดยัง ทรงตัวอยู่ใกล้ระดับ 1.7%% แม้ผลการประมูลพันธบัตรรุ่น 10 ปีเมื่อคืนนี้ มี กระแส Demand ตอบรับอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยมี Bid/Cover ratio อยู่ ที่ 2.45x สูงกว่าการประมูลครั้งก่อน มองปัจจัยดังกล่าวเป็น Sentiment เชิงลบในระยะสั้นต่อตลาดหุ้นโดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม Growth และกลุ่ม Technology อย่างไรก็ตามปัจจัยที่พอเบาใจได้บ้างก็คือคาดการณ์ คอกเบี้ยสหรัฐฯในอนาคตที่ยังคงทรงตัว โดยเมื่อคืนนี้ Fed Fund futures แทบไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด (รูปที่ 1) DELTA: จากการที่หุ้น DELTA เข้าข่าย Trading alert lit และต้องชื่อ ด้วยบัญชี Cash balance ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. -2 มิ.ย. นั้น คาดว่าจะท่า ให้ราคาหุ้นวันนี้มีความผันผวนมาก จนอาจนํามาสความผันผวนที่มากขึ้น ของ SET ได้ แนะน่าติดตามตาราง Sensitivity ผลกระทบของราคาหุ้น DELTA ที่จะมีผลต่อศัชนี SET ในวันนี้มาตั้งตารางแนบ (รูปที่ 2) บน สมมติฐานว่าตัวแปรอื่นคงที่ (ยกตัวอย่างเช่นการปรับลงของ DELTA 10% จะมีผลกระทบต่อสัชนี SETาว 5 จต) ทั้งนี้ จากการย้อนกลับไปดูการ ขึ้นบัญชี Trading alert list ของ DELTA ในครั้งก่อน พบว่าการขึ้น เครื่องหมาย Ti วันแรก ราคาหุ้นเปิดกระโดดลงทันทีจากวันก่อน หน้าราว 13% แต่หลังจากนั้นมีการปรับขึ้นได้อีกราว 400 แล้วค่อยท่า จด Peak ก่อนปรับฐานแรงในท้ายที่สุด
• KCE: ปรับค่าแนะน่าขึ้นเป็น “ซื้อ” และปรับไปใช้ราคาเป้านบายปี 2022 ที่ 70 บาท โดยเรามองว่าบริษัทเตรียมกลับเข้ามาสู่เฟสของการเติบโตอีกครั้ง จาก แผนการขยายต่าลังการผลิตอีก 1 เท่าตัวในช่วง 3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ผู้บริหารชี้แจงใน การประชุมนักวิเคราะห์ว่าบริษัทกําลังอยู่ระหว่างการเจรจาขอปรับขึ้นราคาขายกับ ลูกค้าจากต้นทุนทองแดงที่สูงขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทําให้ MEs margin ทรงตัวอยู่ใน ระดับ 23-25%% ได้
TA&TGTยังคงแนะน่า “ซื้อ” ในเชิงพื้นฐานที่ราคาเป้าหมาย 53 และ 54 บาทตามลําดับ ทั้ง 2 บริษัทประกาศกําไร 1Q21 ออกมาใกล้เคียงตลาดคาด มองไป ยังข้างหน้า คาดยอดขายยางธรรมชาติจะทรงตัวซึ่งอยู่ในระดับ 3 แสนตันต่อไตรมาส เป็นอย่างต่ํา และราคาขายเฉลี่ยในปีนี้จะอยู่ในระดับ 150-200 cent/kg ต่อไป ส่วน ทางฝั่งของถุงมือยางนั้น คาดกําไร 2Q21 น่าจะยังรักษาอยู่ในระดับ 9,000 - 10,000 ล้านบาทได้ เนื่องด้วยปริมาณขายน่าจะปรับเพิ่มขึ้น QoQ หลังจากที่ปัญหาคลอง เอชได้รับการแก้ไข ในขณะที่ยังไม่เห็นสัญญาณการปรับลดลงของราคาขาย ล่าสุด ทั้ง 2 บริษัทประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 1.0 และ 1.5 บาท คิดเป็น Interim dividend yield ราว 2%% และ 3%% ตามลําดับ NYT: รายงานกําไรสุทธิ 1Q21 ที่ 86 ล้านบาท ตีขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน แต่ใน ภาพรวมไม่ประทับใจมากนักจากรายได้รวมที่ลดลงมากจากปริมาณรถยนต์สินค้า ที่ผ่านท่าลดลง รวมถึง Margin ที่ถูกบีบจากสัตส่วนต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงเพิ่มขึ้น ในเชิงกลยุทธ์ แนะ Switch ไปยังหุ้น Logistics อื่นในกลุ่มหุ้นแนะน่าของเรา ได้แก่ III, JWD, LEO, SONIC, WICE SONIC: รายงานกําไรสุทธิ 1021 ตึกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้กว่า 20% จาก รายได้ที่สูงกว่าคาดเป็นสาคัญ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ควบคุมได้ดี โดยหากดูใน รายละเอียดจะพบว่าบริการขนส่งทั้งทางเรือ ทางบก และทางอากาศมีการเติบโตขึ้น ทั้งหมด โดยเฉพาะทางเรือซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ของบริษัท (77%) ซึ่งเป็นผลมาจาก การขาดแคลน คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่ปรับสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหาร จัดการรองรับการใช้บริการของลูกค้าใต้ โดยมี Margin ปรับลดลงเพียงเล็กน้au ประเมิน Consensus มีโอกาสปรับประมาณการกําไรขึ้นในช่วงถัดไป จึง แนะน่าถือดรลิงต่อไปในเชิงกลยุทธ์
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities








