KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
กําไร 1Q64 ฟื้นตัว QoQ จากสํารองหนี้ที่ลดลง
• กําไร 1964 อยู่ที่ 10,088 ล้านบาท ที่ขึ้น 103%QoQ และ 99%YoY ดีกว่าคาดมากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอ่อนตัวเล็กน้อย แม้สินเชื่อจะเติบโต แต่ NIM อ่อนตัวลงจากการเน้นปล่อยสินเชื่อโดยคํานึงถึงคุณภาพเป็นหลัก
• รายได้ค่าธรรมเนียมอ่อนตัว แต่ได้ปัจจัยบวกจากกําไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนทําให้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยโดยรวมเติบโตได้ดีNPL เพิ่มขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นการจัดชั้นเชิงคุณภาพ ขณะที่ค่าใช้จ่ายสํารองหนี้ลดลง เนื่องจากได้มีการตั้งสํารองส่วนเกินไว้ในไตรมาสก่อน
• ปี 64 อาจเห็นกําไรฟื้นตัวได้ดี เนื่องจากสํารองหนี้ผ่านจุดสูงสุดในปี 63 ไปแล้ว
• คงราคาเป้าหมาย 114 บาท แนะนําเพียง “ถือ” เนื่องจาก Upside ยังไม่ดึงดูด
กําไร 1964 ฟื้นตัว QoQ จากสํารองหนี้ที่ลดลง SCB ประกาศกําไรสุทธิ 1Q64 ที่ 10,088 ล้านบาท ที่ขึ้น 103%QoQ และ 9% YoY ดีกว่าที่คาด ไว้ก่อนหน้าถึง 609% โดยมีประเด็นสําคัญคือ
1. รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอ่อนตัวเล็กน้อยราว 1%QoQ แม้สินเชื่อจะเติบโตได้ราว 1%QoQ แต่ NIM ย่อนตัวลงราว 2 bps จากการเน้นปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกหนี้ที่มีคุณภาพเป็นหลัก
2. รายได้ค่าธรรมเนียมอ่อนตัว 9%QoQ เนื่องจากใน 4Q63 มีการบันทึกค่าตอบแทนพิเศษจากการขายประกันจากผลงานทั้งปี อย่างไรก็ตามกําไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นมากตามภาวะตลาดฯ ทําให้โดยรวมรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโต 13%QoQ และ 21%YoY
3. ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานอ่อนตัวลง 6%QoQ ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยฤดูกาล และการควบคุมค่าใช้จ่ายของธนาคาร ทําให้ Cost-to-income ratio ลดลงเหลือ 40% อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานอาจเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังหากกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นได้
4. สัดส่วน NPL เพิ่มขึ้นจาก 3.64% ในไตรมาสก่อนเป็น 3.75% โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นจากสินเชื่อรายย่อยทั้งจาก NPL ที่เกิดขึ้นตามปกติ และการจัดชั้นเชิงคุณภาพ อย่างไรก็ ตามค่าใช้จ่ายสํารองหนี้ลดลง 30%QoQ เนื่องจากมีการตั้งสํารองส่วนเกินไว้ส่วนหนึ่งในไตรมาสก่อนแล้ว
คาดกําไรปี 64 ฟื้นตัว หลังสํารองหนี้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
เราคาดกําไรปี 2564 ที่ 32,536 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.5%YoY โดยกําไรงวด 1Q63 คิดเป็นราว 31% ของประมาณการทั้งปี ด้านแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปีเราคาดว่าอาจเห็นค่าใช้จ่ายสํารอง หนี้ยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนโดยเฉพาะจากการระบาดของใหม่ โดยเรา คาด Credit Cost สําหรับปี 2564 ที่ 190 bps (เทียบกับ 1Q64 ที่ 187 bps) อย่างไรก็ตาม ภาพรวม Credit Cost ยังต่ํากว่าปี 2563 ที่ 218 bps หรือค่าใช้จ่ายสํารองหนี้ลดลงราว 12%YoY
แนะนํา "ถือ" จาก Upside ที่จํากัด
เราคงราคาเป้าหมายที่ 114 บาท อิง PBV 0.9 เท่า ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside ค่อนข้างจํากัด จากราคาเป้าหมาย เราจึงแนะนําเพียง “ถือ”
ความเสี่ยง การชะลอตัวของเศรษฐกิจ / คุณภาพหนี้ที่แย่ลง
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities








