KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
COVID รอบ 3 … ลงทุนอย่างไรดี …
รอบแรก ปีที่แล้ว เราตกใจมาก เพราะประเมินความรุนแรงไม่ค่อยถูก วัคซีนก็ยังไม่มา ปิดเมือง ล็อคดาวน์ เศรษฐกิจหยุดชะงัก ตลาดหุ้นตกใจสุดขีด ถึงขึ้น circuit breaker.
รอบสอง เกิดเฉพาะจุด จากแรงงานต่างด้าว วัคซีนเริ่มมา ล็อคดาวน์บางจุด ตลาดตกใจเพราะที่ผ่านมาเราคุมได้ดีไม่คาดคิดว่าจะเกิดรอบสอง ตลาดหุ้นตกใจลงไป 80 จุด ก่อนค่อยๆ ฟื้นกลับขึ้นมาในอีกไม่กี่วัน..
รอบสาม เหตุเกิดใจกลางกรุง คนมีเงิน ดารา นักธุรกิจ นักการเมือง และเกิดก่อนสงกรานต์ไม่กี่วัน รอบนี้กระจายตัวไปวงกว้าง แต่ก็เห็นการรีบเข้ามาตรวจกันเยอะจนแน่นโรงพยาบาล โดยเฉพาะเอกชน เนื่องจากจ่ายไหว และกลัวว่าจะติดมั้ย.
ตลาดหุ้นเหมือนจะรอดูท่าทีตามสถานการณ์ คือ ไม่ได้ลงแรงแบบ 2 ครั้งแรก แต่ก็ลงวันละสิบ ยี่สิบจุด พอจะเด้งก็จะมีคนทยอยขายลงมา แบบกลัวๆ กล้าๆ แล้วก็ติดตามสถานการณ์กันไปรายวัน บวกกับการที่ SET ขึ้นมาถึง 1600 จุด แล้วสลับกลุ่มกันเล่นขึ้นมาด้วย คนที่ซื้อมาต่ำๆ ก็ทยอยล็อคกำไรกันออกไปเช่นกัน…
สิ่งที่เราต้องตามดูกันอย่างใกล้ชิดสำหรับรอบนี้คือ..
ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวัน โดยเฉพาะหลังสงกรานต์ว่าจะเพิ่มขึ้นหรือเปล่า ตอนนี้ตัวเลขใกล้ๆ พันคน ที่เห็นเยอะๆ ก็กรุงเทพ เชียงใหม่ ชลบุรี แต่ก็มาจากการที่ไปตรวจกันจนเยอะด้วย ถ้าตัวเลขเริ่มนิ่งหรือลดลงก็จะเริ่มเป็นสัญญาณที่ดี.
แผนการนำเข้าและฉีดวัคซีนว่าคืบหน้าแค่ไหน ถ้าเป็นไปในทิศทางที่ดีของทั้งภาครัฐและเอกชน ก็จะช่วยสร้างความผ่อนคลายได้.
แผนการควบคุม ถ้าควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่ต้องล็อกดาวน์ ตลาดก็น่าจะไม่กังวลมาก แต่ก็อาจจะมีผลกระทบบ้างจากคนที่ไม่กล้าออกไปจับจ่ายใช้สอยแบบปกติอยู่ดี.. ...
แผนการลงทุน ถ้าเป็นวิตามินหุ้นจะทำอย่างไร..
ถือเงินสดก้อนนึง 20-30% (จริงๆ ผมถือมาตอน SET ทำท่าไม่ผ่าน 1600 จุด) แล้วรอหาหุ้นที่น่าสนใจ ถ้าราคาปรับฐานลงมา แต่ไม่รีบซื้อหุ้นทีเดียวหมด.
ถ้าจะเก็งกำไรระยะสั้น หาหุ้นที่ได้ผลประโยชน์ช่วงนี้ เช่น โรงพยาบาลที่รับตรวจ COVID (แต่อย่าลืมประเมินว่า เตียงเต็มมั้ย น้ำยาพอมั้ย และคนไข้ทั่วไปหายมั้ย) ประกันภัย ประกันภัยต่อ ถุงมือยาง อุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่กลุ่มนี้ ถ้าสถานการณ์ดีขึ้น ก็อาจจะเลิกเล่นกันได้.
หุ้นที่งบ Q1 จะดี แต่ราคาดันลงมาเยอะ พองบประกาศออกมาในช่วงเดือนนี้เดือนหน้าดีจริง ก็จะมีคนกลับมาซื้อกัน แต่เราต้องดักซื้อไว้ก่อนตอนนี้ เราก็จะพอไปหาดูได้ว่าจะดี เช่น หุ้นเหล็ก หุ้นร้านวัสดุก่อสร้าง หุ้นอสังหา หุ้นอิเล็คทรอนิกส์ หุ้นโลจิสติกส์ เป็นต้น.
หุ้นที่แค่โดนชกแล้วมึนๆ แต่เดี๋ยวจะกลับมา เราเคยเห็นภาพนี้มาแล้ว 2 รอบ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร โรงหนัง ทางด่วน โรงเรียน ป้ายโฆษณา สื่อบันเทิง คนก็จะหาย ลูกค้าก็จะยกเลิกชั่วคราว แต่สุดท้ายก็จะฟื้นได้.
หุ้นที่ผมจะหลีกเลี่ยง คือ หุ้นที่กว่าจะฟื้นอีกนานเป็นปีๆ แต่ราคาแพงไปแล้ว หุ้นที่อาจจะดีชั่วคราว พอโควิดหายก็จะไม่ดีดังเดิม หุ้นซิ่งหุ้นปั่นทั้งหลายที่ลากกันขึ้นมาไกล หุ้นคอมโมบางประเภทที่ upside น่าจะจำกัด…
สมมติฐานของผมคือ COVID รอบนี้ ดูน่ากังวลกว่ารอบสอง แต่ไม่เท่ารอบแรก ผู้คนทั้งติดและไม่ติดดูมีความตื่นตัวในแง่การป้องกันและรักษา ทำให้ผมคาดว่า สถานการณ์จะดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ความยากคือ เราเดาจุดพีคไม่ถูกว่าหลังสงกรานต์จะดีขึ้นมั้ย..
แต่เราคิดว่าเรื่องนี้มันต้องจบ และอาจจะไม่ยืดเยื้อเป็นเดือนๆ แต่เราจะไม่รอให้ตกรถ แปลว่า เรามีลิสต์หุ้นในมือ 10-20 ตัว พอถึงราคาที่เราจะซื้อ upside ตามต้องการ ซื้อเลย อาจจะแบ่ง 2-3 ไม้ ได้ หรือซื้อแล้วดอย ไม่เป็นไร เพราะถ้าเราประเมินถูก สุดท้ายที่ปลายทาง ราคามันจะขึ้นเอง..
หยุดพัก 3 วัน ลองประเมินสถานการณ์ วางแผนกันดู หาหุ้นเข้า watch list แล้วใจเย็นๆ รอซื้อขายตามแผนเรา ทำเหตุให้ถูก ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แล้วคุณจะพบกับแสงสว่างที่ปลายทางครับ
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins - วิตามินหุ้น








