KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
คาดกําไรปกติ 1Q64 ยังแข็งแกร่ง
เราคาดว่ากําไรสุทธิ 1Q64 อยู่ที่ 4.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 87%QoQ กําไรปกติเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY จากราคาน้ํามันดิบที่เพิ่มขึ้น แต่ราคาน้ํามันดิบที่เพิ่มขึ้น ทําให้บริษัทยังมี Hedging loss
ราคาน้ํามันดิบที่ยืนสูง จะสะท้อนในผลประกอบการ 2Q64 - ปรับคําแนะนําเป็น “เก็งกําไร” หลัง Upside เริ่มจํากัด
คาดกําไรปกติปรับเพิ่มทั้ง QoQ และ YoY เราคาดว่าบริษัทจะมีกําไรสุทธิอยู่ที่ 4,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8796QoQ แต่ลดลง 45%YoY ส่วน หนึ่งเป็นผลมจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการทําสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของ ราคาน้ํามันดิบ จากผลของราคาน้ํามันดิบใน 1064 ที่ปรับเพิ่มอย่างมีนัยสําคัญ ทําให้เราคาดว่า บริษัทจะมีผลขาดทุนจากรายการดังกล่าวประมาณ 33 พันล้านบาท อย่างไรก็ตามหากพิจารณา เฉพาะกําไรปกติ 1064 ปรับเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY จากราคาน้ํามันดิบที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจัยบวก หนุนผลกําไรปกติ 1Q64 มาจาก
1. บริษัทมียอดขายปิโตรเลียมเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 3.65 แสนบาร์เรล สตลง 1.3%QoQ แต่
เพิ่มขึ้น 3.5%YoY (สัดส่วนยอดขายก๊าซฯ อยู่ที่ 706) จากความต้องการใช้ก๊าซฯ ใน ประเทศที่เพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัทเริ่มรับรู้ยอดขายจากโครงการ Sabah H (มาเลเซีย) และโครงการโอมาน B/61 เร็วกว่าที่คาด
2. ราคาน้ํามันดิบเฉลี่ย 1064 อยู่ที่ 60.1 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 34.696QoQ และเพิ่มขึ้น 19.29%YoY แม้จะถูกสตทอตจากราคาขายก๊าซฯ ที่อยู่ในระดับต่ํา แต่เพียง พอที่จะทําให้ราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ (ASP) ปรับเพิ่ม โดย ASP ในช่วง 1Q64 อยู่ที่ 44.6 เหรียญ ทรงตัว YoY และเพิ่มขึ้น 21.196QoQ
3. ต้นทุนขายปรับลดลงอยู่ที่ 29.4 เหรียญต่อบาร์เรล เป็นการปรับลตลงตามฤดูกาล แนวโน้มราคาน้ํามันดิบผันผวน แต่เชื่อว่าสมมติฐานของเรามี Downside ที่จํากัด น้ํามันดิบยังคงผันผวน แต่เชื่อว่าสมมติฐานราคาน้ํามันดิบของเรา มี Downside ที่จํากัด เรายังคง สมมติฐานราคาน้ํามันดิบในปี 2560-2565 ไว้ที่ 55 เหรียญต่อบาร์เรส โดยเราเชื่อว่าราคาน้ํามันดิบ มีโอกาสจะยังทรงตัวในระดับสูงในช่วง 6M64 จากการควบคุมการผลิตน้ํามันของกลุ่ม OPEC+ รวมทั้งการฟื้นตัวของ Demand จากผลของการดําเนินการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก สร้างความ เชื่อมั่นต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ซึ่งล่าสุด IMF ปรับเพิ่มประมาณการณ์ GDP โลกเพิ่มเป็น 6.096 ขณะที่แนวโน้มราคาน้ํามันดิบในช่วง 2H64 เรามองว่ายังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะท่าทีของ OPEC+ และการผลิตน้ํามันที่เพิ่มขึ้นของกลุ่ม Non-OPEC ที่ทยอยปรับเพิ่มหลังราคาน้ํามันดิบยืน ในระดับสูงได้ต่อเนื่อง เพิ่มโอกาสที่เราจะเห็นราคาน้ํามันดิบปรับลดลง อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่า สมมติฐานราคาน้ํามันดิบ รวมทั้งประมาณการณ์ผลประกอบการของเรา มี Downside ที่จํากัด ทํา ให้เรายังคงประมาณการณ์กําไรสุทธิปี 2564 ไว้ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 44%YoY ปัจจัยบวกมีมากเพียงพอชดเชยความเสี่ยงในระยะสั้น จากการประกาศความสําเร็จในการสํารวจแหล่งปิโตรเลียมในมาเลเซีย (โครงการ SK4o1B และ โครงการ SK4058) รวมไปถึงการเข้าซื้อสัตส่วน 2096 ในแปลง 61 (ก๊าซฯ และคอนเดนเสท) ประเทศโอมาน เพียงพอชดเชยความเสี่ยงจากการรับรู้ยอดขายจากโครงการเอราวัณ ที่คาดว่าจะ ล่าช้ากว่าแผน (ผู้ประกอบการายเดิม ยังคงอยู่ระหว่างการเจรจากับภาครัฐฯ) ขณะที่คงวามเสี่ยง จากสถานการณ์การเมืองในเมียนมา จากการพูดคุยกับบริษัทล่าสุดยังไม่กระทบการดําเนินงานของ PTTEP แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
แนะนํา “เก็งกําไร”
Upside เริ่มจำกัด หลังราคาหุ้นตอบรับเชิงบวกต่อการลงทุนที่เพิ่มขึ้น การสำรวจปิโตรเลียมที่ได้ผลที่ดี รวมไปถึงราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มกว่า 34.6% QoQ ในช่วง 1Q64 ทำให้เราปรับคำแนะนำ จาก “ซื้อ” เป็น “เก็งกำไร” โดยยังคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 118 บาท
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








