หุ้นเอเชีย: ญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดใหม่ เกาหลีใต้พุ่งแรงหลัง Nvidia หนุนผู้ผลิตชิป
สรุป ช่วงเช้าราคาทองคําร่วงลงทดสอบระดับต่ําสุดบริเวณ 1,724 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะฟื้นขึ้นเล็กน้อยมาทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,734 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รับแรงหนุนหลังบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงมาที่ 1.594% หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา Jerome Powell ประธานเฟด ได้มีการตอบคําถามของ นายแพทริค แมคเฮ นรี หนึ่งในคณะกรรมาธิการฯซึ่งเข้ารับฟังความเห็นของนายพาวเวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ โดยประธานเฟดมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังของสหรัฐ จะส่งผลให้เงินเฟ้อปรับขึ้นเพียงชั่วคราว เงินเฟ้อจะไม่รุนแรงและไม่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน อย่างไรก็ตาม ราคาทองคําฟื้นขึ้นไม่มาก เพราะยังถูกกดดันจาก การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ขึ้นมาทดสอบระดับ 92.44 จุดในระหว่างการซื้อขายเช้านี้ แข็งค่าสุดรอบ 2 สัปดาห์จากภาพการฟื้นตัวของฝั่งสหรัฐ ดูดีกว่าฝั่งยุโรปซึ่งขณะนี้มีความวิตกเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ส่งผลให้เยอรมนีประกาศมาตรการล็อกดาวน์ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ขณะที่อิตาลี และฝรั่งเศสประกาศมาตรการล็อกดาวน์เช่นกัน ด้านประธานอีซีบีออกมาเตือนด้วยว่า หากประเทศสมาชิกฉีดวัคซีนล่าช้า จะมีผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรโซน รวมถึงเงินเฟ้อในอนาคต จึงกระตุ้นให้เทรดเดอร์ส่งคําสังขายยูโรและซื้อดอลลาร์ จึงกระตุ้นแรงขายทองคํา ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หากราคาทองคํายัง สามารถยืนเหนือแนวรับโซน 1,724-1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทําให้มีแนวโน้มดันขึ้นสู่บริเวณ 1,740-1,743 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามในโซนดังกล่าวขึ้นไป ต้องระวังแรงขายทํากําไรที่จะออกมา สําหรับวันนี้ประเมินแนวต้านถัดไปที่ 1,759 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับสูงสุดเดือนมี.ค.) แนะนํากลยุทธ์ หาจังหวะการเปิด สถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,717-1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตัดขาดทุนหากหลุด 1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมา และสําหรับนักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออยู่ แนะนําทยอยแบ่งปิดสถานะทํากําไรตั้งแต่ราคา 1,740-1,743 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป
คำแนะนำ เก็งกําไรระยะสั้นตามกรอบราคา เปิดสถานะซื้อ หากราคาสามารถยืนเหนือ 1,717-1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้และให้ทยอยขายทํากําไรหากราคายังไม่ยืนเหนือโซน 1,740-1,743 ดอลลาร์ต่อออนซ์

บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
