+81%, +49%, +48%: ProPicks AI จับสัญญาณหุ้นทำกำไรสูงประจำสัปดาห์นี้ได้อย่างไร
-
สัปดาห์ที่ผ่านมา การฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ สะท้อนจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง
-
ในสัปดาห์นี้ ตลาดจะติดตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึง ความคืบหน้าของการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่สหรัฐฯ
-
เงินดอลลาร์มีแนวโน้มผันผวนในกรอบต่อ (Sideways) โดยเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น หากเศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีกว่าภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ หรือการแจกจ่ายวัคซีนที่เร่งตัวขึ้น อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลง หากเศรษฐกิจทั่วโลกก็ฟื้นตัวได้ดีและตลาดก็ยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงอยู่ (Risk-On)
-
กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 29.80-30.10 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
-
ฝั่งสหรัฐฯ – ภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ทยอยฟื้นตัว และมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล อาทิ เงินช่วยเหลือ 600 ดอลลาร์ จะช่วยให้ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือนมกราคม เพิ่มขึ้นราว 1% จากเดือนก่อนหน้า ดีขึ้นจากที่หดตัวเกือบ 1% ในเดือนธันวาคม ส่วนในฝั่งภาคการผลิต ตลาดมองว่า ยอดผลผลิตภาคอุตสาหกรมม (Industrial Production) จะขยายตัวต่อเนื่องราว 0.4% จากเดือนก่อนหน้า ขณะเดียวกัน อัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization Rate)ก็จะปรับตัวขึ้นแตะระดับ 74.8% หนุนโดยความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น ตามภาวะการฟื้นตัวเศรษฐกิจทั่วโลก สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI)ที่ยังคงอยู่ในระดับเกินกว่า 50จุด สะท้อนถึงการขยายตัวต่อเนื่องของภาคการผลิต แม้ว่าอาจจะเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานไปบ้างจากการระบาดของ COVID-19
-
ฝั่งยุโรป – ปัญหาการระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 และการแจกจ่ายวัคซีนที่ยังล่าช้า อาจกดดันให้ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในเยอรมนี สำรวจโดย ZEW ในเดือนกุมภาพันธ์ จะปรับตัวลดลงเหลือ 59จุด จาก 61.8จุด ในเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและการบริการ (Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะลดลงเหลือ 54.4จุด และ 45จุด ตามลำดับ (ดัชนีมากกว่า 50 หมายถึงการขยายตัว)
-
ฝั่งเอเชีย – เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 4 จะขยายตัวราว 9.5% จากไตรมาสก่อนหน้า (Q/Q, annualized) หนุนโดยภาคการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง การลงทุนของภาคเอกชน และมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ นอกจากนี้ เรามองว่า การฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจเอเชียจะช่วยลดความจำเป็นที่ธนาคารกลางจะต้องใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น โดยเรามองว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) จะเลือก “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (7D Reverse Repo) ไว้ที่ระดับ 3.75% ทั้งนี้ BI อาจส่งสัญญาณพร้อมลดดอกเบี้ยเพิ่ม หากเศรษฐกิจซบเซาลงกว่าคาด
-
ฝั่งไทย – ในไตรมาสที่ 4 เศรษฐกิจมีแนวโน้ม หดตัวราว 5.5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน จากการบริโภคภาคเอกชน รวมถึงการลงทุนจากภาคเอกชนที่ยังคงซบเซาและฟื้นตัวช้าจากปัญหาการระบาดของ COVID-19 ขณะที่การส่งออกและการลงทุนจากภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจ








