ราคาทองคำปรับตัวขึ้นหลังการคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยลดลงกดดันดอลลาร์
-
สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกล้วนเลือกที่จะคงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ
-
จับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจทั่วโลก โดยท่าทีของเฟดที่ยังไม่รีบลดการอัดฉีดสภาพคล่องจะสามารถช่วยตลาดการเงินได้ แม้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจทั่วโลกอาจออกมาแย่กว่าคาด
-
เงินดอลลาร์มีแนวโน้มแกว่งตัว Sideways โดยการปิดรับความเสี่ยงของตลาดจากความกังวลการระบาดของ COVID-19 รวมถึงระดับราคาของหุ้นที่แพง คือ ปัจจัยหนุนการแข็งค่า ส่วนปัจจัยหนุนการอ่อนค่า คือ การอัดฉีดสภาพคล่องต่อเนื่องของเฟดและผลประกอบการที่ดีกว่าคาด
-
กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 29.85-30.15 บาท/ดอลลาร์
มุมมองนโยบายการเงิน
-
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในวันพฤหัสฯ เราคาดว่า FOMC จะ“คง”อัตราดอกเบี้ย (Fed Funds Target Rate) ไว้ที่ระดับ 0.00-0.25% พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าการทำ QE จะดำเนินต่อไปจนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวชัดเจนจากวิกฤติ
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
-
ฝั่งสหรัฐฯ – เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 4 จะขยายตัวราว 4% จากไตรมาสก่อนหน้า หนุนโดยการลงทุนของภาคเอกชนที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับ New Normal และภาคอสังหาฯที่ขยายตัวดีขึ้น ขณะที่การบริโภคครัวเรือนอาจขยายตัวได้ไม่ดีจากปัญหาการระบาดของ COVID-19 นอกจากนี้ ตลาดจะรอลุ้นรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโดย IMF (World Economic Outlook) ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า IMF อาจปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงเล็กน้อยเหลือ 5.2% จาก ปัญหาการระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงทวีความรุนแรงต่อเนื่องและเริ่มมีการกลายพันธุ์
-
ฝั่งยุโรป – การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนยังคงเผชิญแรงกดดันจากการระบาดของ COVID-19 ระลอกที่ 2 ทำให้เศรษฐกิจเยอรมนีในไตรมาส 4 จะหดตัว 4% จากระยะเวลาเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้ ตลาดจะจับตาการประชุม World Economic Forum ในรูปแบบออนไลน์ครั้งแรก เพื่อติดตามมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ รวมถึงแนวทางการรับมือปัญหาในยุคหลัง COVID-19 อาทิ อัตราว่างงานในระดับสูง ปัญหามลภาวะและความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งบนเวที WEF จะมีทั้งนายกรัฐมนตรีเยอรมนี Angela Merkel และประธานธนาคารกลางยุโรป Christine Lagarde
-
ฝั่งเอเชีย – การจัดการวิกฤติ COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพของไต้หวันจะช่วยให้ เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 โตถึง 3.4%จากปีก่อนหน้า ทำให้ทั้งปี 2020 เศรษฐกิจโตได้ราว 2.5% ส่วนประเทศที่ยังเผชิญการระบาดของ COVID-19 อย่างเกาหลีใต้จะรายงานภาวะหดตัวราว 1.6% จากปีก่อนหน้าของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 เช่นเดียวกับในฝั่งญี่ปุ่น ภาพรวมเศรษฐกิจในเดือนธันวาคมมีแนวโน้มที่ไม่สดใสจากการระบาดใหม่ของ COVID-19 โดยยอดค้าปลีกในเดือนธันวาคมจะหดตัวราว 0.5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนอัตราการว่างงานก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.0%
