KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ภาพรวมการลงทุนวันนี้ – เราคาดว่า SET วันนี้ (17 ก.ย.) จะยังเคลื่อนไหวผันผวนต่อเนื่อง หลังผลการ ประชุม FOMC ไม่มีปัจจัยบวกใหม่ แต่เฟดยังคงความกังวลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ที่ยังคงมีความไม่ แน่นอนสูง เรามองเป็นลบต่อภาพรวมการลงทุน ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงในประเทศจากปัญหาการเมือง ที่จะมีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย. ทำให้ภาพรวมทั้งสัปดาห์เรายังคงมองการเคลื่อนไหวของ SET เป็นลักษณะ Side-way down เช่นเดิม
เราแนะนำเพียงเก็งก าไรหุ้นที่มีปัจจัยบวกหนุนได้แก่ ประเด็นราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แนะนำเก็งกำไร โดยเราเลือก PTT (BK:PTT) PTTEP และ PTTGC รวมทั้งหุ้นที่ได้ประโยชน์ จากมาตรการรัฐฯ โดยเฉพาะการเปิดรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในกลุ่มการบินและ โรงแรม ขณะที่นักลงทุนระยะกลางถึงยาว เราแนะนำทยอยสะสมหุ้นในกลุ่ม Dividend และ DCA ตาม Theme Investment ของเรา
ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่เรายังให้น้ำหนักเพียงเก็งกำไร – เรายังคงเลือก PTT PTTEP และ PTTGC ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน เรายังให้น้ำหนักเพียงการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจาก Demand ของน้ำมันดิบที่ยังคงอ่อนแอ หลังก่อนหน้านี OPEC และ IEA ปรับลดคาดการณ์ Demand น้ำมันดิบปี 2563 -2564 ระยะสั้นราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจาก (1) รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบ สหรัฐฯ ที่ลดลง 4.4 ล้านบาร์เรล (MB) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (สิ้นสุดวันที่ 11 ก.ย.) มากกว่าที่คาด สอดคล้อง กับข้อมูลของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐฯ รายงานปริมาณ สำรองน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลง 9.5 MB และ (2) ผลกระทบของพายุเฮอร์ริเคนแซลลี กระทบการผลิตน้ำมัน ในอ่าวเม็กซิโกประมาณ 27.48% และกระทบการผลิตก๊าซฯ ประมาณ 29.7% (ข้อมูลจาก BSEE)
ความเห็นประธานเฟด ยังคงกังวลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ – คณะกรรมการ FOMC มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ย นโยบายที่ 0%-0.25% และจะรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้อยู่ในระดับดังกล่าว จนกว่า (1) การจ้างงาน จะเข้าสู่ระดับสูงสุด (2) อัตราเงินเฟ้อปรับเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% และ (3) แนวโน้มสูงกว่าเป้าหมายในระดับ “moderate” เป็นระยะเวลาหนึ่ง
นอกจากนี้ เฟดจะยังรักษาอัตราการถือพันธบัตรรัฐบาล และ agency mortgage-backed securities ไม่ต่ำกว่าปัจจุบัน เพื่อช่วยรักษากลไกตลาด ส่งเสริมการดำเนินนโยบาย การเงินแบบผ่อนคลาย และสนับสนุนสภาพคล่องให้แก่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเอกชน ด้าน Summary of Economic Projection ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะ 3 ปีข้างหน้า อยู่ที่ 2% และอัตราการว่างงานปรับลดลง สู่ระดับ 4.0% ในปี 2566
ทำให้เรามองว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ย นโยบายที่ 0%-0.25% ไปถึงปี 2566 เป็นอย่างน้อย นอกจากนี้ เฟดยังมีการปรับประมาณการ GDP ในปี 2563 เป็นหดตัว 3.7% (เดิมคาดหดตัว 6.5%) และในปี 2564 คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัว 4.0% อย่างไรก็ตาม ประธานเฟดยังคงแสดงความกังวลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงที่เหลือของปี 2563 โดย ประเมินว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2564 ยังคงมีความไม่แน่นอนที่สูงมาก แม้สถิติการจ้าง งานเริ่มฟื้นตัวเนื่องจากประชาชนเริ่มกลับเข้าทำงาน แต่ล่าสุดอัตราว่างงานในเดือน ส.ค. ยังอยู่ที่ในระดับ 8.4% (ณ สิ้น 3Q63) ถือว่าสูงมาก (คาด 4Q63 อยู่ที่ 7.6%)
รายงานสถิติเศรษฐกิจที่สำคัญวันนี้ - รายงานเศรษฐกิจสำคัญของยุโรป ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ส.ค. (คาดลดลง 0.4%MoM และลดลง 0.2%YoY) และ ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ส.ค. (คาดลดลง 0.2%MoM แต่เพิ่มขึ้น 0.4%YoY) / รายงานเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ รายงาน จำนวนใบอนุญาตก่อสร้าง (Building Permits) เดือน ส.ค. (คาดเพิ่มขึ้น 1.530 ล้านยูนิต) จำนวนบ้านใหม่ ที่กำลังก่อสร้าง (Housing Starts) เดือน ส.ค. (คาดเพิ่มขึ น 1.487 ล้านยูนิต) ดัชนีภาคการผลิตจากธนาคาร กลางรัฐฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia Fed Manufacturing Index) เดือน ส.ค. (คาดว่าจะอยู่ที่ 14.5) และ ตัวเลขการยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกประจำสัปดาห์ (Initial Jobless Claims)
มุมมองทางเทคนิค - เราคาดว่า SET Index วันนี จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,280-1,302 จุด (มีแนวรับอยู่ที่ 1,292 1,287 และ 1,280 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,298 1,302 และ 1,309 จุด) หุ้นแนะนำทางเทคนิค วันนี้ ได้แก่ AWC HANA BEC MTC และ KCE
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








