KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Event ► งานในมือแข็งแกร่งปัจจุบันอยู่ที่2 หมื่นล้านบาท งานหลักเช่นสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 3 (Runway) อุโมงค์ทางลอดถนนมหาราช-หน้าพระลาน กระบี่และเชียงราย (Airport Taxi way) งานโรงไฟฟ้า B. Grimm ขณะที่มีงานที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญา มูลค่ารวม 1.8 หมื่นล้านบาท โครงที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญา เช่น ทางด่วนพระราม 3 รถไฟไทย-จีน คาดทั้งปีมีงานใหม่ที่ได้รับไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งนับจากต้นปี- ปัจจุบันรับงานใหม่แล้ว 1.3 หมื่นล้านบาทคิดเป็น 65% ของเป้าหมาย
► ในปี2564 คาดหวังงานโครงการภาครัฐยังเป็นโอกาสต่องานใหม่ เช่นรถไฟฟ้าส่าย สีส้ม/ม่วงต่อขยาย คาดหวังเป็น Sub-contract ให้กับกลุ่มผู้รับเหมารายใหญ่ รวมถึง งานภาครัฐอื่นๆโดยมีงานมูลค่าสูงอื่นๆเช่นงานถนนบางประกง-โคราช คาดมีโอกาสรับ งานใหม่เพิ่มไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นล้านบาท
► 2Q63 กำไรดีจากมาร์จิ้น อยู่ที่ 47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 370%QoQ, ฟื้นตัวต่อเนื่อง สาเหตุหลักจากรายได้ที่ 1.7 พันล้านบาทเติบโต +4%QoQ โดยมีระดับมาร์จิ้นที่ปรับ เพิ่มเป็น 9% จาก 1Q63 ที่7% ซึ่งผลประกอบการโดยรวมเป็นพลิกเป็นบวกเมื่อเทียบ กับ 2Q19 ที่ขาดทุน 203 ล้านบาท ผลกระทบหลักจากระดับมาร์จิ้นที่อ่อนแอ
► แนวโน้ม 2H63 คาดรายได้ยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระดับมาร์จิ้นอาจลดลง ส่วนหนึ่งคาดจากระดับมาร์จิ้นที่อ่อนตัวลง คาดอยู่ระดับ 6-7% จากเป้าหมายเฉลี่ยทั้งปี ของบริษัท โดย NWR ตั้งเป้ารายได้ก่อสร้างทั้งปีที่7-8 พันล้านบาท
► ปี2564 ตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจก่อสร้างเพิ่ม 25% YoY อยู่ที่1 หมื่นล้านบาท คาดมีระดับมาร์จิ้นที่ปรับเพิ่มเป็น 9% จากงานใหม่ที่เริ่มก่อสร้างที่มีมาร์จิ้นดีขณะที่การคุม ค่าใช้จ่ายยังทำต่อเนื่องจาก
► ธุรกิจ Precast ได้ประโยชน์จากงานต่อเนื่องของรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง โดยมีงานในมือราว 900 ล้านบาท โดยมีงานที่คาดหวังได้เพิ่มวงเงินราว 700 ล้านบาท ต่อยอด ธุรกิจก่อสร้าง คาดในอนาคตยังมีโอกาสรับงานเพิ่มโดยเฉพาะงานรถไฟฟ้า
► ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา 6โครงการ ภายใต้การถือหุ้น บ. มานะพัฒนาการ 40%กับพันธมิตร และถือหุ้น 100% โดยมีงานในมือรองรับรายได้ 937 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมพัฒนาโครงการใหม่ๆในกลุ่มลูกค้าระดับบนเพิ่มโดยเน้นการให้บริการที่เฉพาะทาง
► ธุรกิจร้านอาหาร เริ่มกลับมาฟื้นตัวหลัง COVID-19 เปิดดำเนินการ ร้านใบบัว 2 สาขา (สีลม ลาซาล) และ ร้านอาหารอิตาลีL’OLIVA ซึ่งได้รับการตอบรับดีอยู่ระหว่างขยายที่ จอดรถ (ทองหล่อ) ขณะที่สินค้าพร้อมทาน(ซุปซองประเภทต่างๆ) ได้รับการตอบรับดี และเพิ่มสินค้าสำเร็จรูปพร้อมทานเพิ่ม
Our Take ► ปัจจุบันซื้อขายระดับ PBV ที่ 0.36 เท่า น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯ ที่ซื้อขายระดับที่ 1.53เท่า โดยเรามอง (1)การฟื้นตัวของผลประกอบการจากการรับรู้รายได้ที่สม ่าเสมอ (2)การควบคุมมาร์จิ้น และค่าใช้จ่ายได้ดีจะส่งผลต่อผลกระกอบการที่เติบโตได้ชัดเจน สถานการณ์เงินที่ดีขึ้น จะเป็นปัจจัยหนุนราคา บริษัทมีSAA Consensus 0.65 บาท ปัจจัยเสี่ยง แม้ว่าบริษัทจะมีงานในมือระดับสูง สิ่งที่ต้องติดตามคือการคุมความสามารถในการทำกำไรยังมีแรงกดดันจากการรักษาระดับมาร์จิ้น และการค่าใช้จ่าย ขณะที่ภาระหนี้ที่สูง D/E 3X ส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินขณะที่มีขาดทุนสะสม 281 ล้านบาท คาดจะสามารถล้าง ขาดทุนได้ในปี 2564 กรณีบริษัทสามารถรักษาระดับผลกระทบการได้สม่ำเสมอซึ่งเป็นประเด็นติดตาม
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








