KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุนวันนี้– เราคาดว่า SET Index วันนี้ (10 ก.ย.) จะกลับมาฟื้นตัว ตามตลาดหุ้น ต่างประเทศ และราคาน้้ามันดิบที่กลับมาฟื้นตัว โดยในเดือน ก.ย. ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงกว่า 17.26 จุด (-1.3%) ส่วนหนึ่งสะท้อนปัจจัยลบจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอ จากการทยอยปรับลด ประมาณการ GDP ของหลายประเทศทั่วโลก
ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงมีการแพร่ระบาด และการพัฒนาวัคซีนยังคงมีผลข้างเคียง เป็น Sentiment เชิงลบต่อตลาด อย่างไรก็ตามเรามอง ตลาดมีโอกาสกลับฟื้นตัวในระยะสั้น โดยเราแนะนำลงทุนในลักษณะเก็งก้าไร หุ้นในกลุ่มที่ราคาหุ้น ปรับลดลงแรงก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพลังงาน ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับ ลดลง และให้น้ำหนักหุ้นในกลุ่ม Dividend play ตาม Theme Investment ของเรา ราคาน้้ามันดิบฟื้นหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน
วันนี้ เราแนะน้าเพียงเก็งกำไรระยะสั้น - ราคาน้้ามันดิบ WTI และ Brent ปรับเพิ่มขึ้น 3.5% และ 2.5% ตามลำดับ โดยก่นนหน้านี้ราคาน้้ามันดิบ WTI ลดลง 14% และ Brent ลดลง 12% เมื่นเทียบราคาปิด ณ สิ้น ส.ค. จากผลกระทบของ Demand ที่มากกว่าคาด ทำให้ ซาอุฯ ในฐานะผู้ผลิตน้้ำมันรายใหญ่ ประกาศลดราคาน้้ำมันดิบ (OSP) ส่งนนกมายังตลาดเอเซีย รวมไปถึง อุปทานที่ล้นตลาดหลังปริมาณสำรองน้ำมันดิบทั่วโลกปรับลดลงน้อยกว่าที่คาดทำให้มติการปรับลด สัดส่วนการลดกำลังผลิตของกลุ่ม OPEC+ ก่อนหน้านี้ยิ่งทำให้ตลาดน้้ามันดิบเผชิญกับภาวะ Oversupply อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของราคาน้้ามันยังมีปัจจัยจำกัด Upside จากสถานการณ์ดควิด-19 ที่ยังมีการแพร่ ระบาดในหลายประเทศ รวมไปถึงกำลังผลิตในสหรัฐฯ (Shale oil) ที่พร้อมจะกลับมาผลิตครั้งนี้ หากราคาน้้ามันกลับมายืนในระดับ 45 เหรียญต่นบาร์เรล
อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น เรามองเป็นบวกต่นหุ้นในกลุ่มพลังงาน (ติดตามเนื้นหาเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์ Energy Sector ฉบับ วันที่ 8 ก.ย.) จากราคาหุ้นที่ลดลงมาตามมุมมนงขนงเรา เราแนะนำเก็งกำไร โดยเลื่อน PTTEP (เก็งกำไร, ราคาเป้าหมาย 110 บาท) และ PTT (BK:PTT) (ซื้น, ราคาเป้าหมาย 42 บาท) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม
ขณะที่ PTTGC (ซื้น, ราคาเป้าหมาย 58 บาท) หุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี จะได้ประโยชน์จากราคาน้้ามันฟื้นตัวมากที่สุด การค้าสหรัฐฯ คาดอาจไม่มีบริษัทสหรัฐฯ ย้ายฐานนนกจากจีน แม้จะมีคำสั่งจากผู้นำสหรัฐฯ - หนการค้าสหรัฐฯ ประจำเซี่ยงไฮ้ (AmCham Shanghai) รายงานว่าผลสำรวจบริษัทผู้ผลิตของสหรัฐฯ ใน จีนมากกว่า 200 ราย มีเพียง 4% ที่จะย้ายฐานผลิต หลังผู้นำสหรัฐฯ เตรียมที่จะใช้มาตรการทางภาษี ลงโทษบริษัทสหรัฐฯ ที่มีฐานการผลิตในต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน นอกจากนี้ผลสำรวจดังกล่าวยังระบุ ว่ามีบริษัทมากถึง 75% ยืนยันจะยังคงอยู่ดำเนินการผลิตในจีนต่อไป
ขณะที่ 14% จะย้ายฐานการ ดำเนินงานบางส่วนไปต่างประเทศ และอีก 7% มีแผนที่ย้ายออกจากประเทศจีนไปยังประเทศอื่นที่ไม่ใช่ สหรัฐฯ โดยที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐฯ มีความพยายามในการกดดันบริษัทขนงจีน ที่เข้ามาทำธุรกิจในสหรัฐฯ ทั้งการประกาศห้ามบริษัทสหรัฐฯ ทำธุรกิจกับหัวเว่ย รวมทั้งมีคำสั่งแบนแนพพลิเคชั่น Tiktok และ Wechat ห้ามทำธุรกิจในสหรัฐฯ มีผลวันที่ 20 ก.ย. 63 (ที่มา Bloomberg)
สถิติของตลาดแรงงานสหรัฐฯ แข็งแกร่ง - โดยสำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานผล สำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 617,000 ตำแหน่งอยู่ที่ 6.6 ล้าน ต้าแหน่ง
รายงานสถิติทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญวันนี้ - รายงานเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดืนน ส.ค. (คาดลดลง 0.7%YoY แต่เพิ่มขึ้น 0.3%MoM) ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core PPI) เดืนน ส.ค. (คาดเพิ่มขึ้น 0.2%MoM) และตัวเลขการยื่นขนสวัสดิการว่างงานครั้งแรกประจ้าสัปดาห์ (Initial Jobless Claims)
มุมมองทางเทคนิค - เราคาดว่า SET Index วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,282-1,307 จุด (มีแนวรับนยู่ที่ 1,289 1,282 และ 1,270 จุด และมีแนวต้านนยู่ที่ 1,300 1,307 และ 1,319 จุด) หุ้นแนะนำทางเทคนิค วันนี้ได้แก่ TASCO SAWAD EPG MTC และ PRM
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








