KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
|
SET:ตลาดหุ้นไทยปรับตัว Underperform ตลาดหุ้นอื่นอย่างชัดเจนวานนี้ โดยเกิดจากแรงเทขายของนักลงทุนสถาบันซึ่งเป็นผู้ซื้อสุทธิอย่างมากมาก่อนหน้านี้เป็นสำคัญ มองปัจจัยกดดันเชิง Sentiment ล่าสุดได้แก่ประเด็นการให้สัมภาษณ์ของผู้จัดการตลท.ว่ายังคงแผนการใช้เกณฑ์ Uptick rule ให้สิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.นี้(รายละเอียดด้านล่าง)ส่วนปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นทั่วโลกล่าสุดได้แก่ ความกังวลของนักลงทุนต่อประเด็นความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐฯ หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ออกมาแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวต่อจีนเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญหนึ่งที่ทำให้เงิน USD แข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงนี้ส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั้งตลาดหุ้นและตลาดโภคภัณฑ์ ล่าสุดราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงอีกครั้ง มองเป็นปัจจัยกดดันกลุ่ม Oil & Gas ต่อไป Strategy: ในเชิงกลยุทธ์ เรากำลังรอให้ SET Index ปรับตัวลงมาใกล้กับบริเวณแนวรับของเราประจำเดือนนี้ที่ 1270 จุด ก่อนที่จะแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนรอบใหม่ โดยยังคงโฟกัสการลงทุนไปยังหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่เห็นโมเมนตัมการเติบโตของกำไรอย่างต่อเนื่อง และได้อานิสงส์จากการมีส่วนร่วมของนักลงทุน Retail ที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงเป็นหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบหากมาตรการ Uptick rule ถูกเลิกบังคับใช้ โดยหุ้นเด่นประจำเดือนนี้ของเรายังคงได้แก่ JMT, CHAYO, SFLEX, PTL, BGC, UTP, PTG, STGT, ILINK, PRM, TKN, TPCH Uptick rule: นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผจก.ตลาดหลักทรัพย์ฯได้เปิดเผยว่า ตลท.ยังคงกำหนดระยะเวลาการใช้เกณฑ์ชั่วคราว ทั้ง Uptick rule / 15% Ceiling & Floor ให้สิ้นสุดในปลายเดือนก.ย.นี้หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆเพิ่มเติมจนส่งผลให้ดัชนีมีความผันผวนมากขึ้น Implication to SET: ปัจจัยดังกล่าวถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เราแนะนำให้นักลงทุนติดตามมาก่อนหน้านี้ ซึ่งถ้าหากเป็นไปตามที่ผจก.ตลาดฯแถลงว่าจะไม่ต่ออายุมาตรการ Uptick rule ออกไปจริง คาดว่าจะเป็นปัจจัยที่สามารถสร้างความผันผวนให้กับ SET Index มากขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผันผวนในทางลง เนื่องจากน่าจะเป็นการเพิ่มแรงจูงใจให้กับนักลงทุนที่ต้องการทำธุรกรรม Short sales ให้กลับมามากขึ้น ยิ่งเมื่อมาประกอบกับ Valuation ของตลาดหุ้นไทยที่อยู่ในระดับแพงด้วยแล้ว เราเชื่อว่าจะมี Sophisticated investor บางส่วนที่ต้องการจะใช้โอกาสตรงนี้ในการขายชอร์ตหุ้นด้วยเช่นกันทั้งนี้ จากการเก็บสถิติของเราพบชัดเจนว่า ตั้งแต่ที่ตลท.ออกมาตรการ Uptick rule มาตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. ปรากฏว่ามูลค่าการ Short sales ได้หายไปจากตลาดอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมก่อนหน้าที่มูลค่าการขายชอร์ตอยู่ที่ราววันละ 3-5 พันล้านบาท กลับลดลงมาเหลือไม่ถึง 1 พันล้านบาทมาเป็นระยะเวลาประมาณ 5 เดือนแล้ว |
Implication to stocks: ทั้งนี้ ในส่วนของผลกระทบต่อตัวหุ้นนั้น ประเมินหากมาตรการ Uptick rule ดังกล่าวถูกยกเลิกไป มีโอกาสที่หุ้นที่ถูก Short sales ได้ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในดัชนี SET100 จะปรับตัว Underperform หุ้นกลุ่ม Non-SET100 อย่างเช่นหุ้นในดัชนี sSETต่อไป เพราะไม่เพียงแต่จะเผชิญกับแรงขายที่อาจเพิ่มขึ้น แต่หุ้นขนาดใหญ่เหล่านี้ต่างมี Valuation ที่สูงกว่าหุ้นกลาง-เล็กเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งเป็นประเด็นที่เรากล่าวเน้นย้ำมาตลอดในช่วงก่อนหน้านี้
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities








