KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ภาพรวมการลงทุนวันนี้– เราคาดว่า SET Index วันนี้ (9 ก.ย.) ยังมีปัจจัยลบจากต่างประเทศ และราคาน้้ามันดิบที่ปรับลดลงกดดัน นักลงทุนกลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความ ปลอดภัยอย่างทองคำและพันธบัตร จนทำให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรปรับลดลงมาอยู่ใน ระดับต่ำ โดย U.S.2Y อยู่ที่ 0.141% และ U.S.10Y อยู่ที่ 0.669% กลยุทธ์การลงทุนเราแนะนำเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่ม Dividend Play ตาม Theme Investment ของเรา โดยประเด็นที่น่าติดตามอยู่ที่การประชุม ECB (วันที่ 9-10 ก.ย.) โดยตลาดคาดหมายจะเห็นการออกมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม รวมทั้งการคาดหมายที่เห็นการด้าเนินนโยบายการเงินผ่อนคลาย
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงกว่า 7.6% สะท้อน Demand ที่ยังคงอ่อนแอ – เรามองว่าราคาน้ำมันดิบที่ ปรับลดลงมาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ (1) การปรับลดราคาส่งออกน้ำมันดิบอีกครั้งของ Saudi Aramco โดยซาอุฯ ปรับลดราคา Official Selling Price (OSP) ของน้ำมันดิบในประเทศลง 1.5 เหรียญต่อ บาร์เรล ในน้ำมันดิบทุกคุณภาพ สะท้อนภาพรวมของ Demand น้ำมันในตลาดเอเชียที่ยังคงอ่อนแอ ขณะที่ปัจจุบันปัญหาด้านอุปทานที่ล้นตลาด ท้าให้ผู้ผลิตหลักของโลกจำเป็นต้องลดราคาเพื่อรักษา รวมถึงแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด (2) ภาวะอุปทานล้นตลาด เรามองว่าการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบ ในช่วง 1 – 2 เดือนที่ผ่านมา เป็นการตอบรับเชิงบวกต่อมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ในหลาย ประเทศ และ Sentiment เชิงบวกต่อความคาดหวัง Demand ที่จะฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย แต่ปัจจุบันการฟื้นตัวของ Demand ยังถูกจำกัดจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ทำให้ การฟื้นตัวของ Demand ยังมีปัจจัยจำกัด ซึ่งด้านหนึ่งส่งผลให้ปริมาณส้ารองน ้ามันดิบทั่วโลกลดลง น้อยกว่าที่ OPEC ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ ประกอบกับมติ OPEC+ ที่ปรับลดสัดส่วนการลดกำลังผลิตลง จาก 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือ 7.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน (เริ่ม ส.ค. – ธ.ค. 63) ทำให้อุปทานในตลาด ปรับเพิ่มขึ้น และ (3) Seasonal effect หลังหมดฤดูกาล Driving season ในสหรัฐฯ ทำให้ตลาดคาด ว่าอัตราการกำลังกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ จะเริ่มปรับลดลงอีกครั้ง
2 ประเด็นจากต่างประเทศ กดดันภาพรวมการลงทุน – (1) ความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ และจีน หลังผู้นำสหรัฐฯ ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ และจีน และเตรียมจะ ใช้มาตรการทางด้านภาษีกับบริษัทของสหรัฐฯ ที่ไปสร้างงานในต่างประเทศ และจะกีดกันบริษัทที่เข้า ไปลงทุนในประเทศจีนไม่ให้ได้รับสัญญาทางธุรกิจกับรัฐบาลกลางสหรัฐฯ รวมถึงการให้ Tax benefit แก่บริษัทที่ตีตรา 'Made in America' ด้านจีนเตรียมเสนอแผนมาตรการตอบโต้ และ (2) รัฐบาล อังกฤษเตรียมเสนอร่างกฎหมาย ที่มีความขัดแย้งกับข้อตกลงขอถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิก สหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit Withdrawal Agreement) ที่ได้ลงนามไปเมื่อเดือน ม.ค. 2563 โดยเฉพาะในส่วนของการช่วยเหลือโดยภาครัฐ รวมถึง special arrangement ที่เกี่ยวข้องกับ ไอร์แลนด์เหนือ (ธุรกิจในไอร์แลนด์เหนือที่จะส่งออกสินค้ามายัง Great Britain ไม่ต้องจัดทำเอกสาร เพื่อแสดงสินค้า แตกต่างจากข้อตกลงเดิมที่กำหนดให้ไอร์แลนด์เหนือปฏิบัติตามกฎศุลกากรของ สหภาพยุโรป) ในกรณีที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าได้ โดยผู้นำอังกฤษ กำหนดการลงนาม ข้อตกลง Brexit คือภายใน 15 ต.ค. 2563 ไม่เช่นนั้น อังกฤษจะถือว่าไม่สามารถบรรลุข้อตกลง ร่วมกับสหภาพยุโรปได้ (ที่มา: BoTSS)
รายงานสถิติทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญวันนี้ - รายงานเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ส.ค. โดยตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.4%YoY และ 0.4%MoM) และดัชนีราคา ผู้ผลิต (PPI) เดือน ส.ค. (คาดลดลง 2.0%YoY) / รายงานเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ รายงาน สินค้าคงคลังน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ (Crude Oil Inventories)
มุมมองทางเทคนิค - เราคาดว่า SET Index วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,286-1,301 จุด (มีแนวรับ อยู่ที่ 1,290 1,286 และ 1,277 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,297 1,301 และ 1,310 จุด) หุ้นแนะนำทาง เทคนิควันนี้ ได้แก่ RBF AWC PLANB BEC และ THANI
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








