KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ราคาน้ำมันดิบ 3Q63QTD ฟื้นตัว หนุนผลประกอบการกลุ่มธุรกิจ Upstream และลดผลกระทบ จาก Stock loss ในกลุ่มธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมี เราให้สมมติฐานราคาน้ำมันปี 2563 ไว้ที่ 43 เหรียญ และปี 2564 อยู่ที่ 45 เหรียญต่อบาร์เรล
► ธุรกิจการกลั่น ได้รับผลกระทบจากต้นทุนกลั่น (Crude Premium) ที่เพิ่มขึ น
► ส่วนต่างราคาปิโตรเคมียังคงอ่อนแอ จาก Demand ที่ฟื้นตัวอย่างจำกัด และก้าลังผลิตใหม่ใน ภูมิภาคที่ปรับเพิ่ม โดยเฉพาะกลุ่มอะโรเมติกส์และสไตรีนิคส์
► กลุ่มโอเลฟินส์ยังแข็งแกร่ง จาก Demand ในกลุ่ม Medical และ Food-Packaging ที่ดีต่อเนื่อง จาก 2Q63 ที่ผ่านมา
► เรามองว่า PTT (BK:PTT) PTTEP BANPU และ BCP จะเป็นกลุ่มที่ผลประกอบการ 3Q63 ฟื้นตัวต่อเนื่อง
► เราให้น้ำหนักการลงทุน Neutral ส้าหรับหุ้นในกลุ่ม Upstream และให้น้ำหนักการลงทุน Underweight หุ้นในกลุ่มการกลั่น
► เลือก PTT และ PTTEP เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มพลังงาน
ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว แต่ยังคงผันผวน ราคาน้ำมันดิบในช่วง 3Q63QTD กลับมาฟื้นตัว และเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 40 – 45 เหรียญต่อบาร์เรล โดยราคา น้ำมันดิบดูไบในช่วง 3Q63QTD อยู่ที่ 43 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 36%QoQ เนื่องจาก Demand ที่ทยอยปรับ เพิ่มขึ้น จากการที่หลายประเทศเริ่มด้าเนินนโยบายผ่อนคลายล็อกดาวน์ รวมไปถึงความร่วมมือที่ดีขึ นของกลุ่ม OPEC+ ในการปรับลดกำลังผลิต หลังเกิดความขัดแย้งในช่วง 2Q63 เกี่ยวกับมติการปรับลดกำลังผลิต จนนำไปสู่สงครามราคา ในช่วง เม.ย. – พ.ค. ปัจจัยบวกดังกล่าวยังทำให้ราคาขายก๊าซฯ (Henry Hub) ในสหรัฐฯ ปรับเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบยังคงมีความผันผวน เนื่องจาก (1) ราคาน้ำมันดิบที่ 40 – 45 เหรียญต่อบาร์เรล ใกล้เคียงจุด คุ้นทุนของการผลิตน้ำมัน (Shale Oil) ในสหรัฐฯ และ (2) การปรับลดสัดส่วนการปรับลดกำลังผลิต ตามมติของกลุ่ม OPEC+ จาก 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 7.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เริ่ม ส.ค. ถึง ธ.ค. 2563 และจะลดสัดส่วนการปรับลด กำลังผลิตเหลือ 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วง ม.ค. – เม.ย. 2564 เป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ จากความกังวลต่อ ภาวะอุปทานส่วนเกิน
สงครามราคาจบ ต้นทุนกลั่นปรับเพิ่ม ใน 3Q63QTD Crude Premium ปรับเพิ่มขึ นประมาณ 6 เหรียญต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับ 2Q63 ที่ผ่านมา (Murban Curde Arab extra light และ Arab light) กดดันการฟื้นตัวของผลประกอบการ แม้ค่าการกลั่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก อย่างน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มขึ้น จะทำให้ Dubai Crack Spread เริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป สะท้อนจากค่าการกลั่น สิงค์โปร์ใน 3Q63QTD อยู่ที่ 0.42 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.55 เหรียญต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับ 2Q63 ที่ผ่านมา แต่ ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ การฟื้นตัวของค่าการกลั่นยังคงถูกจำกัดด้วย ปริมาณสำรองน้ำมันทั่วโลกยังคงอยู่ ในระดับสูง และนโยบายการปิดน่านของหลายประเทศรวมทั้งไทย เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ท้าให้เรายังคงมุมมองเชิงลบต่อค่าการกลั่นในช่วงที่เหลือของปี 2563
ส่วนต่างราคาปิโตรเคมี ยังคงได้รับผลกระทบจาก Demand ที่อ่อนแอ ส่วนต่างราคาปิโตรเคมียังคงอ่อนแอ โดยเฉพาะกลุ่มอะโรเมติกส์และสไตรีนิกส์ โดยส่วนต่างราคาอะโรเมติกส์ 3Q63QTD ที่ลดลง โดยส่วนต่างราคาพาราไซลีนอยู่ที่ 143 เหรียญต่อตัน ลดลง 33%QoQ และส่วนต่างราคาเบนซีนอยู่ที่ 28 เหรียญต่อตัน ลดลง 69%QoQ จากการฟื้นตัวที่จำกัดของ Demand และกำลังผลิตใหม่จากจีนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณ สำรองผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอะโรเมติกส์ในจีนที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้จีนยังคงชะลอการนำเข้าอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างราคาของกลุ่มธุรกิจโอเลฟินส์ทรงตัว จาก Demand ในกลุ่ม Medical และ Food-Packaging ที่แข็งแกร่งต่อเนื่องจาก 2Q63
แนวโน้มผลประกอบการ 3Q63 ฟื้นตัวอย่างเปราะบาง ภาพรวมผลประกอบการ 3Q63 เราคาดว่า PTT PTTEP BANPU และ BCP จะเป็นกลุ่มที่ผลประกอบการ 3Q63 ฟื้นตัว ต่อเนื่อง โดยเราเลือก PTT (ซื้อ, ราคาเป้าหมาย 42 บาท) และ PTTEP (เก็งกำไร, ราคาเป้าหมาย 110 บาท) เป็นหุ้น เด่นของกลุ่มพลังงานเราให้น้ำหนักการลงทุน Neutral สำหรับหุ้นในกลุ่ม Upstream และให้น้ำหนักการลงทุน Underweight หุ้นในกลุ่มการกลั่น
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








