KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
|
SET:คาด SET Index ปรับตัว Underperform ตลาดหุ้นอื่นต่อไป โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯที่เรายังคงมองเช่นเดิมว่าจะ Outperform ฉีกตลาดหุ้นอื่นต่อไป ล่าสุดมีปัจจัยกดดันเล็กๆจากราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงเมื่อคืนนี้ หลังมีข่าวว่าการผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกเริ่มกลับมาฟื้นตัวจากผลกระทบของพายุเฮอร์ริเคนลอรา ซึ่งเป็นการบดบังข่าวดีจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯสัปดาห์ล่าสุดที่ลดลงมากกว่าคาดอย่างสำคัญ สำหรับดัชนี SET เมื่อวานนี้ปรับรีบาวด์ขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผลการประชุมศบศ.ที่เห็นควรให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ในเชิงกลยุทธ์: ยังคงแนะนำ Wait & See ในภาพรวมหลังถือเงินสดแล้วในระดับหนึ่ง แนะรอจังหวะระหว่างเดือนที่ SET มีการย่อตัวหรือปรับฐานลงมาในการเข้าสะสมหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่เห็นโมเมนตัมการเติบโตของกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยมีธีมการลงทุนแนะนำประจำเดือนของเรา ได้แก่
Stimulus: ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับตัวขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากผลการประชุมศบศ.ที่เห็นชอบในหลักการให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ อาทิเช่น การปรับเพิ่มสิทธิ์ช่วยเหลือโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” การช่วยเงินค่าจ้าง 50% เพื่อส่งเสริมการจ้างงานให้กับผู้จบใหม่ รวมไปถึงมาตรการแจกเงินช่วยค่าใช้จ่ายประชาชน 50% หรือ “คนละครึ่ง” จำกัดอยู่ที่ 3,000 บาทต่อคนเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งดูเหมือนจะเป็นมาตรการที่ตลาดตอบรับในเชิงบวกมากที่สุดโดยเฉพาะกลุ่ม Modern trade เช่น CPALL (BK:CPALL)ที่มียอดขายต่อบิลในระดับต่ำ (Small-ticket) สำหรับมาตรการทั้งหมดนี้ยังต้องรอการจัดทำรายละเอียด และรอการอนุมัติจากทางครม.อีกต่อหนึ่งทั้งนี้ ในส่วนของ Implication ต่อการลงทุนนั้น มองว่ายังมีความไม่แน่นอนในประเด็นร้านค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้อยู่ เราจึงไม่ได้แนะนำให้เก็งกำไรหุ้นในกลุ่มค้าปลีกแต่อย่างใด |
Fund flow:เม็ดเงินนักลงทุนต่างชาติยังคงเลือกที่จะไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ของไทย มากกว่าที่จะเป็นตราสารทุนอย่างชัดเจนโดยในรอบ 2 วันที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิพันธบัตรไทยไปอีก 4,500 ล้านบาท โดยเป็นการเข้าซื้อในรุ่นอายุมากกว่า 1 ปีแทบทั้งสิ้น สะท้อนถึงอัตราผลตอบแทนที่น่าจูงใจไม่ว่าจะพิจารณาในมิติของ Earning yield gap ที่ล่าสุดยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำสุด หรือจะดูในมิติของ Real bond yield ที่ล่าสุดไทยก็ยังคงอยู่เป็นลำดับต้นๆของเอเชียเช่นเดิม หากในวันนี้ตัวเลขเงินเฟ้อของไทยประจำเดือนสิงหาคมรายงานออกมาอยู่ในระดับติดลบอีก ก็จะทำให้ตราสารหนี้ไทยมีความน่าสนใจมากกว่าตลาดหุ้นต่อไป นอกจากนั้นแล้ว ล่าสุดทางสบน.เริ่มมีการเปรยออกมาว่าแผนการกู้เงินของรัฐบาลในปีงบประมาณปีนี้ที่ตอนแรกตั้งเป้าไว้ที่ 6 แสนล้านบาทนั้น คงจะลดหลั่นลงมาเหลือเพียงแค่ราว 4.5 แสนล้านบาทเท่านั้น โดยมีสาเหตุสำคัญจากโครงการต่างๆของรัฐบาลที่มีแผนจะใช้เงินนั้นยังไม่มีความพร้อมเต็มที่ มองปัจจัยดังกล่าวจะเริ่มทำให้ Bond yield ระยะยาวลดการเร่งตัวขึ้น
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities








