KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ภาพรวมการลงทุนวันนี้– เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (31 ส.ค. – 3 ก.ย.) จะยังคงผันผวน แม้จะมี Sentiment เชิงบวกจาก (1) การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ซึ่งนอกจากการ ประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญของประธานเฟด ยังมีธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เตรียมใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายหลายรูปแบบประกอบกัน “policy mix” และ (2) การลง นามในข้อตกลงเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโรคโควิด-19 ของผู้นำสหรัฐฯ วงเงิน 1.3 ล้าน ล้านเหรียญ หลังโครงการเงินช่วยเหลือการว่างงานฉุกเฉินหมดอายุมาเป็นเวลา 4 สัปดาห์ แต่ยังมี ปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศที่ต้องติดตามได้แก่ (1) สถานการณ์ความขัดแย้งรอบใหม่ ของสหรัฐฯ และจีน หลังสัปดาห์ก่อนจีนยิงขีปนาวุธใส่สหรัฐฯ ในทะเลจีนใต้ เพื่อเป็นการตอบโต้หลังสหรัฐฯ ใช้ เครื่องบินสอดแนมดูการซ้อมรบของกองทัพเรือจีน
ขณะที่สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตรบริษัท จีนจำนวน 24 แห่ง ที่มีส่วนสนับสนุนกองทัพจีน และ (2) สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ในยุโรป (Second Wave) หลังมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อในยุโรปกลับมาเพิ่มขึ้นในอัตราที่ เพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเราคาดว่า SET Index สัปดาห์นี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,303-1,358 จุด
BoE พร้อมใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม - ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) พร้อมดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพิ่มเติม ด้วยการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายหลายรูปแบบ ประกอบกัน “policy mix” รวมถึงความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจนติด ลบ (Negative Interest Rates) หากจำเป็น รวมไปถึงการเข้าซื้อสินทรัพย์ภายใต้มาตรการ Quantitative Easing (QE) เพิ่มเติม โดยก่อนหน้านี้ BoE ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจนถึงระดับต่ำที่ 0.1% และการทำ QE จ านวน 7.45 แสนล้านปอนด์ ถือเป็นท่าทีที่ชัดเจนเหมือนการประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญของประธานเฟดก่อนหน้านี้
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีกว่าคาด แต่ยุโรปมีสัญญาณที่ไม่ดี – กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานการ ใช้จ่ายส่วนบุคคลของผู้บริโภคสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.9%MoM ในเดือน ก.ค. ดีกว่าคาดที่ 1.5% แต่เพิ่มใน อัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับ 6.2%MoM ในเดือน มิ.ย. ขณะที่รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือน ก.ค. ดีขึ้นจากเดือน มิ.ย. ที่รายงานลดลง 1.1% ด้านราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 0.3%MoM และเพิ่มขึ้น 1.0%YoY ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (เฟดใช้เป็นมาตรวัด อัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนสูง) ในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 0.3%MoM และเพิ่มขึ้น 1.3%YoY ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญจากฝั่งยุโรป
สถาบันวิจัยตลาดของ เยอรมนี (GfK) เผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีคาดการณ์ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเยอรมนีสำหรับเดือน ก.ย. หดตัว 1.8% หลังจากเดือน ส.ค. หดตัว 0.2% ต่ ากว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะกลับมาขยายตัว 0.5% ในเดือน ก.ย. ด้านสถาบัน INSEE ของฝรั่งเศสรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของฝรั่งเศสหดตัว 13.8% ใน 2Q63 เป็นการหดตัวในอัตราที่เพิ่มขึ้นจาก 1Q63 ที่หดตัว 5.9%
รายงานสถิติทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญวันนี้ - รายงานเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น ได้แก่ ดัชนีการผลิต ภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) เดือน ก.ค. (คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.8%MoM) / รายงาน เศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (Services PMI) เดือน ส.ค. ดัชนี ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) เดือน ส.ค. (คาดจะขยายตัวอยู่ที่ 51.2) และ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (Composite PMI) เดือน ส.ค. / รายงานเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ได้แก่ มูลค่าการส่งออก (Exports) มูลค่าการนำเข้า (Import) และ ดุลการค้า (Trade Balance) เดือน ก.ค. ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (Private Investment) เดือน ก.ค. ดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account in USD) เดือน ก.ค. ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน (Private Consumption) เดือน ก.ค. / รายงาน เศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคของเยอรมนี (German CPI) เดือน ส.ค. (คาดว่าจะ เพิ่มขึ้น 0.1%YoY) แต่ลดลง 0.2%MoM)
มุมมองทางเทคนิค - เราคาดว่า SET Index วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,316-1,334 จุด (มีแนวรับอยู่ ที่ 1,316 1,309 และ 1,298 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,326 1,334 และ 1,344 จุด) หุ้นแนะนำทาง เทคนิควันนี้ได้แก่ CENTEL BCP TU SCB และ TMB
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








