KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
สินเชื่อรวมเดือน ก.ค. โต 5.1%YoY แต่เริ่มชะลอลง MoM จากการสรุปข้อมูลจากรายงานแสดงสินทรัพย์และหนี้สินของแบงก์ไทย (ธ.พ.1.1) เดือน ก.ค. พบว่าแบงก์ ภายใต้ Coverage ของเรามีอัตราขยายตัวของสินเชื่อสุทธิ+5.1%YoY ส่วนใหญ่ยังเป็นการเติบโตจาก สินเชื่อภาคธุรกิจที่มีความต้องการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องและสินเชื่อ Term Loan รวมทั้งสินเชื่อ SME ที่ ได้รับการสนับสนุนสภาพคล่องด้วยสินเชื่อ Soft Loan บวกกับการชะลอตัวของยอดชำระคืนหนี้ของลูกหนี้ที่ เข้าโครงการพักชำระหนี้ แต่หากเทียบกับเดือน มิ.ย. สินเชื่อรวมจะลดลงเล็กน้อย 0.1%MoM เนื่องจาก หลายแบงก์มีการเพิ่มความระมัดระวังในการให้สินเชื่อใหม่กับลูกค้าในกลุ่มรายย่อย อีกทั้งยอดสินเชื่อ โครงการภาครัฐฯ เริ่มปรับตัวลง สะท้อนได้จาก LDR เดือน ก.ค. ที่ลดลงเหลือ 85.9% จาก 86.3% ในเดือน มิ.ย.
ทั้งนี้กลุ่มแบงก์ใหญ่มีพอร์ตสินเชื่อโต +6.4%YoY, +0.0%MoM ขยายตัวดีกว่าแบงก์กลาง/เล็กที่ พอร์ตสินเชื่อลดลง -0.5%YoY, -0.2%MoM กดดันด้วยสินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ที่ลดลงมากจากปีก่อนตาม ยอดขายยานยนต์ในประเทศ ส่วนการลดลงเทียบจากเดือน มิ.ย. มาจากการเพิ่มความเข้มงวดในการให้ สินเชื่อกับลูกหนี้รายย่อย ทั้งนี้เราพบข้อสังเกตอื่นๆ ที่น่าสนใจได้แก่ 1) KBANK (BK:KBANK) (+10.2%YoY, +0.8%MoM) เป็นแบงก์ใหญ่แห่งเดียวที่สินเชื่อโต MoM เนื่องจาก บริษัทมีการอัดฉีดสภาพคล่องดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพิ่มเติมให้กับลูกหนี้กลุ่ม SME และ สินเชื่อ Corporate มีความต้องการใช้ Term Loan มากขึ้น ชดเชยสินเชื่อลูกหนี้รายย่อยที่ไม่ฟื้น 2) KKP (+10.7%YoY, +2.2%MoM) ขณะที่ TISCO (-5.5%YoY, -0.6%MoM) แม้พอร์ตสินเชื่อ รวมลักษณะคล้ายกันแต่ KKP มีการขยายพอร์ตสินเชื่อแข็งแรงกว่า เนื่องจากการรุกตลาด สินเชื่อรายย่อยโดยเฉพาะสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้น ส่วน TISCO เลือกด าเนินนโยบายเพิ่มความ เข้มงวดในการให้สินเชื่อใหม่ทั้งกับลุกค้าเช่าซื้อยานยนต์และลูกค้าจำนำทะเบียนของ “สมหวัง” 3) NEWTMB (+103.8%YoY, -0.7%MoM) หากดูในงบเดี่ยวพบว่า TMB มีสินเชื่อโต +0.3%YoY, +0.3%MoM ส่วน TBANK สินเชื่อลดลง -3.1%YoY, -1.4%MoM เนื่องจากมีการปรับโครงสร้าง ให้สินเชื่อโดยทยอยย้ายลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคลและ SME จาก TBANK มาที่ TMB โดย TBANK จะเน้นให้สินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์เป็นหลัก
คาดกำไรของกลุ่มผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้ว และคาดเห็นการฟื้นตัวตัง้แต่3Q63 สำหรับมุมมองต่อกำไรของกลุ่มใน 3Q63 เบื้องต้นเราคาดจะเห็นการฟื้นตัวของกำไรสุทธิ QoQ โดยมี ปัจจัยบวกหลัก 2 ประการ คือ 1) แนวโน้มการตั้งสำรองของหลายแบงก์(KBANK, BBL,TISCO และ KTB) ผ่อนคลายลงเนื่องจากตั้งสำรองก้อนใหญ่ไปแล้วในช่วง 1H63 ทำให้แรงกดดันที่จะต้องสำรองเพิ่มในช่วง 2H63 ไม่มากนัก เพราะภาพรวมของ ศก. มีทิศทางฟื้นตัวดีขึ้น การตั้งสำรองภายใต้ ECL model จึงมี โอกาสทรงตัวจาก 2Q63โดยเฉพาะลูกหนี้ที่พึ่งพาการบริโภคในประเทศเป็นหลัก เหลือแต่ลูกหนี้ที่มีรายได้ ผูกติดกับนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังมีความเสี่ยงที่จะไหลตกชั้นเป็นหนี้เสียในช่วงปลายปีอีกทั้งไม่มี ประเด็นการตั้งสำรองในกรณีของการบินไทยเข้ามากดดัน และ 2) รายได้ค่าธรรมเนียมคาดปรับตัวดีขึ้น หลังปลดมาตรการล็อคดาวน์ตั้งแต่เดือน พ.ค. ท าให้ธุรกรรมอย่างการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต และการขาย ประกันเพิ่มขึ้นจาก 2Q63 อย่างไรก็ดีปัจจัยบวกดังกล่าวบางส่วนจะถูกหักล้างด้วย NIM ที่แคบลง จากผล ของการปรับ Term ของการรับรู้ดอกเบี้ยรับของลูกหนี้ภายใต้โครงการพักชำระหนี้ ทำให้รายได้ดอกเบี้ยรับ ในแต่ละไตรมาสลดลง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เริ่มเพิ่มขึ้น หลังเริ่มกลับมาดำเนินกิจกรรม การตลาดต่างๆ ส่วนทั้งปี 2563 คาดกำไรกลุ่มที่ 134,629 ลบ. ลดลง 17.5%YoY
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








