อัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ กลับพุ่งขึ้นอีกครั้ง หลังแรงขายบอนด์ระยะยาวกดดันตลาด
ตลาดหุ้นไทย ยังมีปัจจัยเสี่ยงจำกัดการฟื้นตัว
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุนวันนี้– เราคาดว่าวันนี้ (20 ส.ค.) ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวในกรอบ แคบ ๆ ในลักษณะ Technical Rebound หลังวานนี้ (19 ส.ค.) ปรับลดลงกว่า 21.44 จุด (-1.61%) เป็นการปรับลดลงที่มากกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค จากการพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ หลังผ่านการกักตัว 14 วัน และผลการประชุมของ ศบค. ชุดเล็ก มีมติขยาย ระยะเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทยต่อไป อีก 1 เดือน สิ้นสุดเดือน ก.ย. 63 ทำให้เกิดแรงขายหุ้นในกลุ่มธุรกิจการบิน ธุรกิจโรงแรม และหุ้นกลุ่มพลังงาน จากความกังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะนำไปสู่การกลับมาใช้ มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวยังคงถูกจำกัดจากความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงข้างต้น รวมไปถึงการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC ของเฟดล่าสุดที่ยังคงมุมมอง เชิงลบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ จากผลของ COVID-19
รายงานการประชุมเฟดครั้งล่าสุด มีมุมมองเชิงลบต่อ ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ : โดย Federal Reserve เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลาง สหรัฐฯ (FOMC) วันที่ 28 – 29 ก.ค. 2563 โดยคณะกรรมการมีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0% – 0.25% และเริ่มมีการพูดคุยถึงการปรับกรอบการดำเนินนโยบายระยะยาว รวมทั้งเห็นว่าการใช้มาตรการ Yield Curve Target อาจยังไม่เหมาะสมกับภาวะปัจจุบัน นอกจากนี้คณะกรรมการยังมีมุมมองเชิงลบ ต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จากความ เสี่ยงของการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่เริ่มเห็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานฟื้น ตัวขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา แม้จะยังอยู่ในระดับต่่ำมื่อเทียบกับสิ้นปี 2562 ขณะที่แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังขึ้นอยู่กับพัฒนาการของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งยังมีความไม่ แน่นอนสูง
ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวเล็กน้อย หลังปริมาณสำรองน้ำมันดิบลดลงน้อยกว่าคาด - สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงเพียง 1.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา (สิ้นสุดวันที่ 14 ส.ค.) ต่ ากว่าที่นักวิเคราะห์คาด ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะลดลง 2.7 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐ โอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ ลดลง 607,000 บาร์เรล สอดคล้องกับข้อมูลจากทางสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันของ สหรัฐฯ ที่รายงานก่อนหน้านี้ว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลง 4.2 ล้านบาร์เรล
ที่ประชุม JMMC ระบุ Demand น้ำมันดิบจะกลับสู่ระดับปกติในช่วง 4Q63 - การประชุมย่อย JMMC ของ OPEC+ มีการระบุถึงแนวโน้ม Demand การน้ำมันดิบจะกลับมาฟื้นตัวอยู่ในระดับ ที่ใกล้เคียงระดับปกติภายใน 4Q63 ขณะที่แผนการปรับลดกำลังผลิตของกลุ่ม OPEC+ ได้รับ ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยก่อนหน้านี้ OPEC+ มีมติปรับลดการผลิต 7.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน มี ผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ส.ค. ไปจนถึงสิ้นปี 2563
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่มีกำหนดรายงานวันนี้ – จีนจะมีการรายงาน อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีและ 5 ปี คาดว่าอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปี จะอยู่ที่ 3.85% และอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี จะอยู่ที่ 4.65% ด้านเยอรมันจะมีการรายงาน ดัชนีราคาผู้ผลิตของ เยอรมนี (German PPI) เดือน ก.ค. (คาดว่าจะลดลง 1.6%YoY แต่เพิ่มขึ้น 0.2%MoM) และ สหรัฐฯ จะมีการเปิดเผย ดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia Fed Manufacturing Index) เดือน ก.ค. (คาดว่าจะอยู่ที่ 21 จุด) ตัวเลขการยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกประจำสัปดาห์ (Initial Jobless Claims)
มุมมองทางเทคนิค – เราคาดว่า SET Index วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,284-1,326 จุด (มี แนวรับอยู่ที่ 1,297 1,284 และ 1,266 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,314 1,326 และ 1,345 จุด) หุ้นแนะน าทางเทคนิควันนี้ได้แก่ PTG COM7 TU BCH และ QH
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities









